รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส•ตอนที่ 19

คำเตือนจากอดีต

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
“คุณกำลังเอาชีวิตไปวางไว้บนเขียงของคนที่ไม่เคยรู้จักคำว่าปรานีนะคะ ริน” เสียงเรียบเรื่อยทว่าบาดลึกของป้าอรดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและกาแฟดำ รินรดาวางปากกาในมือลงช้าๆ พลางเงยหน้าขึ้นมองผู้หญิงที่เปรียบเสมือนร่มโพธิ์ร่มไทรเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่หลังจากเหตุการณ์สูญเสียครั้งนั้น รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก มือที่สั่นเทาเล็กน้อยถูกซ่อนไว้ใต้โต๊ะทำงาน “รินแค่ทำตามหน้าที่ค่ะป้าอร ภาคินคือคนที่เราจำเป็นต้องร่วมงานด้วย... ไม่ใช่คนที่เราจะมอบความไว้ใจให้” “หน้าที่หรือความหลงใหล?” ป้าอรเดินเข้ามาใกล้ วางมือที่เหี่ยวย่นลงบนไหล่ของรินรดาเบาๆ “สายตาที่คุณมองเขา มันไม่ได้บอกว่าคุณกำลังรบกับศัตรู แต่มันบอกว่าคุณกำลังหาทางข้ามสะพานที่กำลังผุพังไปหาคนที่ไม่คิดจะรับคุณไว้ด้วยซ้ำ” รินรดานิ่งงัน คำพูดนั้นเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กที่ทิ่มแทงเข้าสู่ใจกลางความรู้สึก เธอพยายามสร้างกำแพงความเย็นชาขึ้นมาห่อหุ้มตัวเองนับตั้งแต่เสียครอบครัวไป แต่ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ภาคิน กำแพงเหล่านั้นกลับร้าวรานราวกับโดนค้อนหนักๆ ฟาดลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉพาะดวงตาคู่คมของเขาที่มักจะทำให้เธอเผลอไผลไปชั่วขณะ “เขาไม่ได้เป็นอย่างที่ป้าคิดนะคะ” รินรดาแย้ง แม้น้ำเสียงจะแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “คนที่แบกบาปไว้เต็มบ่าแบบเขา ไม่มีวันปล่อยให้ตัวเองรักใครได้จริงหรอกค่ะริน” ป้าอรโน้มตัวลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า “จำไว้นะคะ... รอยร้าวในใจคุณน่ะ มันลึกเกินกว่าจะให้ใครที่เต็มไปด้วยความลับเข้ามาเติมเต็ม ถ้าคุณยังไม่ถอยออกมา คนที่จะพังพินาศในตอนจบ ไม่ใช่เขา แต่เป็นตัวคุณเอง” บทสนทนาจบลงเพียงเท่านั้นทิ้งให้รินรดาจมดิ่งอยู่กับความคิดของตัวเอง ก่อนที่เสียงเคาะประตูจังหวะหนักแน่นจะทำลายความเงียบลง “เข้ามาค่ะ” ประตูไม้บานใหญ่เปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มของภาคิน เขายืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น สายตาที่อ่านยากคู่นั้นกวาดมองรินรดาเพียงชั่วครู่ก่อนจะหยุดนิ่งที่ร่องรอยความกังวลบนใบหน้าของเธอ เขาก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับเชิญ บรรยากาศรอบข้างพลันหนักอึ้งขึ้นอย่างประหลาด “ดูเหมือนผมจะเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่า?” ภาคินเอ่ยถาม น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความนัยบางอย่าง “เปล่าค่ะ” รินรดาตอบพลางรีบลุกขึ้นยืน “ฉันแค่กำลังคุยธุระกับป้าอรอยู่ คุณมีงานด่วนหรือคะถึงได้มาที่นี่ด้วยตัวเอง?” ภาคินไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขาสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของเขา รินรดารู้สึกเหมือนอากาศในห้องเริ่มเบาบางลง เธอขยับถอยหลังแต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับโต๊ะทำงานจนไม่มีทางไปต่อ เขาโน้มตัวลงมาจนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นพินิจมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ “ป้าของคุณเตือนอะไรคุณบ้างล่ะ... เรื่องผม?” หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอพยายามควบคุมสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด “ป้าอรก็แค่ห่วงเรื่องงานค่ะ เธอไม่อยากให้ฉันต้องไปเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่มากเกินไป” “ความเสี่ยง?” ภาคินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูขมขื่น “รินรดา... บนโลกนี้ไม่มีอะไรปลอดภัยหรอก แม้แต่ตัวผมเองก็ไม่ใช่ แล้วคุณล่ะ? มั่นใจแค่ไหนว่ารอยร้าวที่คุณพยายามซ่อมแซมอยู่ทุกวัน มันจะไม่แยกออกจากกันเพราะมือของคุณเองที่ไปแตะต้องมันผิดที่ผิดทาง” เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะเอื้อมมือมาแตะที่หน้าผากของเธอเบาๆ ปลายนิ้วเย็นเฉียบของเขาสร้างความสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ “ผมเคยเตือนคุณแล้วว่าอย่าเข้าใกล้ผมเกินไป เพราะสิ่งที่รอคุณอยู่ข้างหลังผม มันไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่มันคือเหวที่ไม่มีวันมีใครฉุดคุณขึ้นมาได้” รินรดาสูดหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย “ถ้าฉันเลือกที่จะกระโดดลงไปเอง คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามฉันค่ะ ภาคิน” ภาคินชะงักไปชั่วครู่ สายตาของเขาเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที—จากความเย็นชาเป็นความรวดร้าวที่ฉาบฉวยก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเหมือนเดิม เขาผละออกห่างแล้วหันหลังให้เธอ “ถ้าอย่างนั้นก็จำคำพูดวันนี้ไว้ให้ดี” เขากล่าวโดยไม่หันกลับมามอง “เพราะในคืนคริสต์มาสที่กำลังจะถึงนี้... คุณอาจจะไม่ได้มีแค่รอยร้าวในใจ แต่อาจจะต้องสูญเสียทุกอย่างที่เหลืออยู่ไปตลอดกาล” ภาคินเดินออกไปจากห้องทิ้งให้รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ แต่ทว่าก่อนที่ประตูจะปิดสนิท เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในมือของเธอก็ดังขึ้น เป็นข้อความนิรนามที่ส่งตรงมาจากเบอร์ที่ไม่มีการบันทึกไว้ *“ถอยออกมาตอนนี้ยังทัน... เพราะคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาในวินาทีนี้ ไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่มันคือคนที่สวมรอยเป็นป้าอรของคุณมาตลอดสามเดือนที่ผ่านมา”* รินรดาหน้าซีดเผือด เธอหันขวับไปมองที่ประตูห้องทำงานซึ่งป้าอรเพิ่งเดินออกไปเมื่อครู่ แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับไม่ใช่ป้าอรผู้แสนดีที่เธอรู้จัก หากแต่เป็นเพียงเงามืดที่วูบหายไปในโถงทางเดินอย่างรวดเร็ว โดยทิ้งทิ้งกลิ่นอายประหลาดที่เธอไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน... กลิ่นของควันไฟที่ไหม้เกรียมจากวันเกิดเหตุที่พรากครอบครัวของเธอไป ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวครั้งนี้ไปกับดาวตกคืนคริสต์มาสนะคะ
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%