“คุณกำลังโกหกตัวเองอยู่ รินรดา... หรือว่ากำลังโกหกฉันกันแน่”
เสียงของภาคินทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ามันกลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของรินรดาจนหญิงสาวต้องชะงักมือที่กำลังจัดระเบียบเอกสารบนโต๊ะทำงาน เธอยืนนิ่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของเขา บรรยากาศรอบข้างเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวเป็นจังหวะที่ไม่คุ้นเคย
แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงาของเขาให้ดูยาวและดูโดดเดี่ยวเกินกว่าที่ผู้ชายคนหนึ่งควรจะเป็น ภาคินไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากแฟ้มคดีตรงหน้า แต่เขากลับกดดันเธอด้วยรัศมีบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจของเธอติดขัด
“ฉันไม่ได้โกหก” รินรดาตอบกลับ เสียงของเธอสั่นเครือเพียงเสี้ยววินาที “ความยุติธรรมไม่มีสองมาตรฐานหรอกค่ะ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องของใครก็ตาม”
ภาคินวางปากกาลงช้าๆ เสียง ‘คลิก’ เบาๆ นั้นราวกับเสียงลั่นไกปืน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางก้าวเข้ามาหาเธอในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความเครียดจากงานที่เขารับผิดชอบทำให้อากาศรอบตัวรินรดาดูร้อนผ่าว เธอถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับชั้นหนังสือ แต่เขาก็ยังก้าวเข้ามาจนระยะห่างลดน้อยลงจนแทบจะไม่มี
“ความยุติธรรมงั้นเหรอ?” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชา “ถ้าความยุติธรรมมีอยู่จริง ทำไมคุณถึงทำท่าเหมือนจะแตกสลายทุกครั้งที่ฉันพูดถึงเรื่องครอบครัวของคุณล่ะ รินรดา... คุณแบกอะไรไว้กันแน่”
รินรดาเบือนหน้าหนี มือของเธอที่กำชายเสื้อแน่นจนยับย่น ความทรงจำอันโหดร้ายเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมของครอบครัวที่พยายามฝังกลบไว้เริ่มสั่นคลอนจากการจู่โจมของคนตรงหน้า เขาช่างช่างสังเกตเกินไป และนั่นคือสิ่งที่เธอเกลียดที่สุดเกี่ยวกับภาคิน
“มันเป็นเรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับคุณ” เธอกลั้นใจพูด ความรั้นในน้ำเสียงทำให้อีกฝ่ายนิ่งไปชั่วอึดใจ
“แต่มันเกี่ยวกับฉัน” ภาคินพูดสวนทันควัน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปจากความเย็นชาเป็นความกระอักกระอ่วนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาขยับเข้ามาใกล้จนรินรดาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายเขา “มันเกี่ยวตรงที่ว่า ทุกครั้งที่ฉันเห็นคุณร้องไห้เงียบๆ หรือต้องฝืนยิ้มในคืนที่ดาวตก... มันทำให้ฉันแทบบ้า!”
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยไม่ตั้งใจ ในแววตาของภาคินไม่ได้มีเพียงความถือดี แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความอึดอัดที่เขากักเก็บไว้ภายใต้ท่าทีที่เหมือนหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึก
“คุณ... คุณพูดอะไรของคุณ” เธอถาม เสียงขาดห้วง
“ฉันบอกว่า ฉันไม่ได้ต้องการให้คุณเป็นเพียงแค่พยานหรือคู่หูในเกมนี้” ภาคินขยับมือขึ้นช้าๆ เหมือนจะแตะที่ใบหน้าของเธอ แต่เขากลับชะงักกลางคันแล้วกำหมัดแน่นข้างตัว “คุณคิดว่าผมมีความสุขเหรอที่ต้องแสร้งทำเป็นเย็นชาใส่คุณ ทั้งที่ใจจริงผมแค่อยากจะดึงคุณออกมาจากกองเพลิงนั่น... กองเพลิงของความแค้นที่คุณสร้างขึ้นมาเอง”
“ฉันไม่ได้สร้างมันขึ้นมา! มันถูกยัดเยียดให้!” รินรดาตะโกนออกไป น้ำตาแห่งความอัดอั้นรินไหลออกมาอย่างไม่อาจห้าม เธอพยายามผลักอกเขา แต่ภาคินกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น มือของเขาอุ่นจัดและมั่นคง ราวกับเป็นสมอเรือเพียงหนึ่งเดียวที่คอยเหนี่ยวรั้งเธอไว้ไม่ให้จมหายไปในความมืดมิด
“หยุดฝืนสักที!” ภาคินก้มลงมาจนหน้าผากของเขาจรดกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนใบหน้า “ผมรัก... ผมหมายถึง... ความรู้สึกที่ผมมีต่อคุณ มันไม่ใช่เรื่องของธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องของคดี แต่มันเป็นความจริงที่ผมพยายามจะปฏิเสธมาตลอด ตั้งแต่คืนแรกที่คริสต์มาสปีนั้น... คืนที่ผมเห็นคุณร้องไห้อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวน คุณรู้ไหมว่าผมอยากจะเข้าไปกอดคุณมากแค่ไหน”
คำสารภาพนั้นทลายกำแพงทั้งหมดของรินรดาลงทันที ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบที่หนักอึ้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนสองคนที่ต่างตกอยู่ในสภาวะที่โหยหาซึ่งกันและกันโดยไม่ทันตั้งตัว ภาคินสบตาเธออย่างอ่อนแรง ราวกับความลับที่ถูกเปิดเผยออกมานี้ได้พรากเอาพละกำลังทั้งหมดไปจากเขา
“ภาคิน...” เธอเรียกชื่อเขาแผ่วเบา ร่างกายที่เคยแข็งขืนอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด ในวินาทีที่ความรู้สึกนึกคิดกำลังจะจมดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ มือถือบนโต๊ะทำงานของภาคินก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นมา ทำลายความเงียบงันและบรรยากาศอันละเอียดอ่อนนั้นจนหมดสิ้น
ภาคินผละออกทันทีด้วยสัญชาตญาณ เขาเดินไปที่โต๊ะแล้วกดรับสาย ใบหน้าของเขากลับมาเรียบเฉยและไร้อารมณ์ภายในไม่กี่วินาที ทว่าทันทีที่เขาฟังเนื้อความในสาย สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นซีดเผือด
เขาค่อยๆ วางหูโทรศัพท์ลง แล้วหันกลับมามองรินรดาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา “รินรดา... มีคนเพิ่งส่งภาพถ่ายชิ้นหนึ่งมาให้ฉัน”
เขายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้เธอด้วยมือที่สั่นน้อยๆ รินรดารับมาเปิดดู และวินาทีที่เห็นภาพถ่ายนั้น เธอก็แทบหยุดหายใจ มันเป็นภาพถ่ายของเธอในคืนคริสต์มาสที่ผ่านมา แต่ภาพนั้นไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว
มีใครอีกคนยืนซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเบื้องหลังเธอ และคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คือคนเดียวกับคนที่เธอคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรินรดาและภาคินมาจนถึงตอนนี้นะคะ
รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส•ตอนที่ 16
ค่ำคืนแห่งการสารภาพ
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!