“ถ้าคุณคิดว่าการทุ่มตลาดด้วยตัวเลขที่ต่ำกว่าทุนจะทำให้ฉันยอมถอยได้ คุณคงประเมินความมุ่งมั่นของฉันต่ำไปนะคะ คุณภาคิน”
เสียงของรินรดาดังขึ้นในห้องประชุมที่เงียบเชียบจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน เธอวางเอกสารปึกหนาลงบนโต๊ะไม้โอ๊กขัดเงา แรงกระแทกเบาๆ นั้นกลับดังก้องในความรู้สึกของทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั่น สายตาของเธอจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความเด็ดเดี่ยว แม้ลึกๆ ในใจ พายุอารมณ์จะกำลังหมุนคว้างก็ตาม
ภาคินเลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขาไม่ได้สื่อถึงความเอ็นดู แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่เห็นเหยื่อกำลังก้าวเข้าสู่กับดัก “ความมุ่งมั่นเป็นสิ่งที่ดีครับ... เอ้อ— ขอโทษทีค่ะ ฉันหมายถึง ‘ความมุ่งมั่นเป็นสิ่งที่ดี’ แต่ในโลกธุรกิจ ผลลัพธ์สำคัญกว่าความรู้สึกเสมอ รินรดา ข้อมูลที่คุณถืออยู่น่ะ มันเป็นเพียงเศษเสี้ยวของพายุที่คุณกำลังจะเจอต่างหาก”
เขาประสานมือเข้าด้วยกัน แววตาคมกริบดุจมีดโกนของเขาสบประสานกับนัยน์ตาคู่สวยของหญิงสาวที่ดูอ่อนโยนภายนอก แต่ดื้อรั้นจนน่ากลัวภายใน
“พายุเหรอคะ?” รินรดาแค่นหัวเราะ สั่นหัวช้าๆ “ฉันผ่านพายุที่รุนแรงกว่านี้มาเยอะแล้ว สงครามธุรกิจที่คุณเปิดฉากในวันนี้... มันไม่ได้ทำร้ายแค่ฉัน แต่มันกำลังทำให้ชื่อเสียงของบริษัทคุณมัวหมองไปด้วย คุณยอมแลกเกียรติยศกับชัยชนะที่ได้มาแบบสกปรกจริงๆ หรือคะ?”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเหมือนเส้นด้ายที่ถูกดึงจนสุดแรง ผู้ช่วยของทั้งสองฝ่ายต่างก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ภาคินลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาสูงใหญ่จนบดบังแสงไฟจากโคมระย้าเหนือหัว ทำให้เงาของเขาดูทาบทับลงบนตัวรินรดาเหมือนกรงขัง
“เกียรติยศเหรอ?” เขาเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ข้างๆ เธอ กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์จางๆ จากตัวเขาทำให้รินรดาต้องกลั้นหายใจ “ในวันที่โลกหมุนด้วยกำไร ใครจะสนว่าเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง รินรดา... ฉันไม่ได้เป็นคนเริ่มเกมนี้ แต่ฉันเป็นคนที่จะจบมันให้สวยงามที่สุดเอง”
รินรดาไม่หันไปมอง เธอรู้ดีว่าหากสบตาเขาอีกครั้ง ความลังเลที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของหัวใจจะเผยออกมา เธอรวบรวมสมาธิ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดความสั่นไหวของมือที่กำขอบโต๊ะจนข้อนิ้วขาวซีด
“ถ้าคุณคิดว่าความเมตตาที่ฉันเคยมีให้มันหมดไปแล้ว งั้นเราก็คงไม่ต้องเหลือเยื่อใยให้กันอีกต่อไป” เธอกล่าวเสียงเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อย “เชิญคุณทำตามแผนการสกปรกนั่นให้เต็มที่นะคะ เพราะฉันเองก็มีวิธีตอบโต้ที่ต่อให้คุณเป็นอัจฉริยะแค่ไหน ก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน”
ภาคินหยุดกึก เสียงลมหายใจของเขาสะดุดไปครู่หนึ่ง เขายื่นมือออกไปราวกับจะสัมผัสปลายผมของเธอ แต่แล้วก็ชะงักและเปลี่ยนเป็นการหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาเปิดดูอย่างไม่ใส่ใจ “งั้นเรามาดูกันว่า ระหว่าง ‘ความแค้นที่ฝังราก’ กับ ‘ความจริงที่ถูกปิดบัง’ อะไรจะพังทลายลงก่อนกัน”
เขาเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดทับหัวใจของรินรดาจนแทบหายใจไม่ออก เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ พลันความรู้สึกเหนื่อยล้าที่สะสมมานานนับเดือนก็ถาโถมเข้ามา แต่เธอยอมไม่ได้... ไม่ใช่ตอนนี้ ไม่ใช่ในวันที่เธอเพิ่งจะรู้ว่า ‘รอยร้าว’ ที่ภาคินจงใจสร้างขึ้นมานั้น แท้จริงแล้วมันกำลังจะเชื่อมโยงไปถึงความลับเรื่องอุบัติเหตุของครอบครัวเธอเมื่อห้าปีก่อน
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นครืดขึ้นมา หน้าจอแสดงเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย รินรดารับสายด้วยความระแวง ทว่าปลายสายกลับเป็นเสียงที่เธอจำได้แม่นยำ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม
“ริน... ถ้าไม่อยากให้ความจริงทั้งหมดหลุดออกไปในข่าวหน้าหนึ่งพรุ่งนี้เช้า ให้รีบเอาหลักฐานชิ้นสุดท้ายในเซฟที่บ้านคุณมาให้ฉัน เดี๋ยวนี้”
หัวใจของรินรดาเต้นรัวด้วยความตกใจ เธอทำเอกสารนั้นหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่? และคนที่ขโมยไป... ทำไมถึงกลายเป็นคนคนนี้ที่ควรจะตายไปตั้งแต่วันที่คริสต์มาสปีนั้นแล้ว!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวครั้งนี้ไปกับดาวตกคืนคริสต์มาสเสมอนะคะ
รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส•ตอนที่ 21
สงครามธุรกิจเริ่มขึ้น
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!