“คุณภาคินคะ... ถอยออกไปเถอะค่ะ”
เสียงของรินรดาดังก้องท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกกดทับด้วยเสียงชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูปนับสิบตัว แสงแฟลชวูบวาบสลับไปมาเหมือนพายุสายฟ้ากลางฤดูหนาว เธอไม่ได้พูดกับภาคินด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แต่มันคือน้ำเสียงที่ราบเรียบ เยือกเย็น และเด็ดขาดจนชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายชะงักไปครู่หนึ่ง
ภาคินมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา แผ่นหลังที่เคยดูบอบบางในสายตาเขา บัดนี้กลับดูสง่างามราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันพังทลาย เธอไม่ได้เป็นเพียงรินรดาคนเดิมที่เขาสามารถชี้นำได้อีกต่อไป
“ริน... คุณรู้ใช่ไหมว่าถ้าทำแบบนี้ สถานะของคุณจะตกอยู่ในความเสี่ยง” ภาคินกระซิบเบาๆ เพียงพอให้ได้ยินกันแค่สองคน ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับสั่นไหวเล็กน้อย
รินรดาไม่ตอบ เธอเพียงแค่นแค่นยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะหมุนตัวเผชิญหน้ากับเหล่าเหยี่ยวข่าวที่หิวกระหายความจริงที่บิดเบือน แสงไฟจ้าที่สาดส่องเข้ามาไม่ได้ทำให้เธอกะพริบตาแม้แต่นิดเดียว เธอสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของความโศกเศร้าจากเหตุการณ์ 'ดาวตกคืนคริสต์มาส' ที่ผ่านมายังคงฝังใจ แต่ความสูญเสียนั้นได้กลายเป็นเกราะป้องกันให้เธอเข้มแข็งขึ้น
“คำถามที่ว่าคุณภาคินอยู่เบื้องหลังการทุจริตในครั้งนี้หรือไม่...” รินรดาเริ่มขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานใสแต่ทรงพลัง “ดิฉันขอตอบแทนเขาตรงนี้ว่า คำถามนั้นไม่ได้มีที่มาที่ไปจากความจริง แต่เกิดจากความพยายามของคนบางกลุ่มที่ต้องการทำลายเกียรติของคนทำธุรกิจด้วยความสุจริต”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที นักข่าวคนหนึ่งแทรกขึ้นด้วยท่าทีคุกคาม “แล้วเรื่องหลักฐานในกระเป๋าเอกสารที่หลุดออกมาล่ะครับคุณรินรดา? หรือว่าคุณเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย?”
รินรดาจ้องมองนักข่าวคนนั้นด้วยสายตาที่เย็นชาจนอีกฝ่ายต้องถอยกรูด “ถ้าหลักฐานชิ้นนั้นมันสมบูรณ์แบบจริง ทำไมถึงไม่มีความกล้าพอที่จะเปิดเผยที่มาที่ไปล่ะคะ? การใส่ร้ายคนอื่นด้วยกระดาษแผ่นเดียวท่ามกลางความสับสน มันไม่ใช่จริยธรรมของสื่อที่ดิฉันเคารพเลยสักนิด”
ภาคินยืนมองหญิงสาวข้างกายด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความเคารพ ความรัก และความรู้สึกผิดตีรวนกันอยู่ในอก เขาคือคนที่แบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า บาปที่ไม่ได้ก่อถูกโยนใส่เขาเหมือนขยะ แต่วันนี้... มีผู้หญิงคนหนึ่งที่กล้ากางปีกปกป้องเขา ทั้งที่เขารู้ดีว่าเธอเป็นคนรักความยุติธรรมมากเพียงใด
“คุณภาคินไม่ได้ทำ” รินรดาย้ำอีกครั้ง ท่ามกลางความเงียบที่เข้าปกคลุม “และดิฉันจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นเองว่า ความเด็ดขาดที่พวกคุณกำลังหยิบยกมาโจมตีเขานั้น มันคือความเมตตาที่เขามีให้กับพนักงานนับพันชีวิตที่เขารัก... ส่วนใครที่อยู่เบื้องหลังการปล่อยข่าวเท็จนี้ เตรียมตัวรับผลการกระทำของตัวเองได้เลยค่ะ”
เธอก้าวเดินออกมาจากกลุ่มนักข่าวโดยไม่รอฟังคำถามใดๆ อีก มือเล็กๆ ของเธอคว้าข้อมือของภาคินแล้วดึงให้เขาเดินตามออกไปจากวงล้อมนั้นทันที บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะหมุนคว้าง ความตึงเครียดที่สั่งสมมาตลอดสัปดาห์ระเบิดออกมาในจังหวะการเดินที่มั่นคงของเธอ
เมื่อพ้นจากรัศมีของฝูงชน รินรดาก็หยุดกะทันหันในมุมอับของลานจอดรถที่เต็มไปด้วยเงาไม้ ภาคินหายใจหอบเล็กน้อย เขาไม่ได้หอบเพราะเหนื่อย แต่หอบเพราะหัวใจที่เต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ยากจะควบคุม
“ทำไมคุณถึงทำแบบนั้น?” ภาคินถาม พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ “คุณรู้ดีว่าการเอาตัวเข้าแลกกับสื่อไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด”
รินรดามองลึกลงไปในดวงตาของเขา “ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับใครคะ? สำหรับคุณ? สำหรับบริษัท? หรือสำหรับคนผิดที่กำลังหัวเราะเยาะเราอยู่ในเงามืด?”
เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาจนเขาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างบาง “ดิฉันเลือกจะปกป้องคนที่ดิฉันเชื่อมั่น ไม่ใช่เพราะดิฉันตาบอด แต่นั่นเป็นเพราะดิฉันเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น... ภาคิน คุณกำลังแบกอะไรไว้คนเดียว และทำไมคุณถึงไม่ยอมบอกความจริงกับดิฉัน?”
ภาคินนิ่งงัน แววตาของเขาเปลี่ยนจากความสุขุมเป็นความหม่นหมองที่ซ่อนความลับบางอย่างไว้ “ถ้าผมบอกคุณไป ริน... โลกของคุณจะไม่เหลือความสดใสอีกต่อไป ผมปกป้องคุณจากการต้องแปดเปื้อนบาปของตระกูลผมไม่ได้หรอก”
เขาเอื้อมมือจะแตะไหล่เธอ แต่แล้วเขาก็ชะงัก ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่ดังแว่วมาจากมุมมืดของลานจอดรถก็ทำให้ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกัน
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากหลังเสาปูน เป็นชายวัยกลางคนที่ดูภูมิฐานทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความอำมหิตที่คุ้นตา เขาสวมชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบ มือถือซองจดหมายสีน้ำตาลที่ดูมีน้ำหนักผิดปกติ
“ช่างเป็นฉากรักที่น่าประทับใจจริงๆ” ชายคนนั้นกล่าวพลางหัวเราะในลำคอ “แต่ก่อนจะปกป้องใคร คุณควรรู้เสียก่อนว่า 'หลักฐาน' ที่คุณเพิ่งพูดถึงเมื่อครู่นี้... มันถูกส่งถึงมือตำรวจเรียบร้อยแล้ว ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน”
รินรดาหน้าซีดเผือด ภาคินเบิกตากว้าง ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมทั้งสามคน ราวกับกาลเวลาหยุดนิ่งลง ณ วินาทีที่ความจริงอันโหดร้ายเริ่มเผยโฉม
รินรดากำหมัดแน่น ในขณะที่ภาคินก้าวมาบังเธอไว้ข้างหลังอีกครั้ง แสงไฟจากรถยนต์ที่ขับเข้ามาใหม่ส่องสว่างวาบเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของผู้มาเยือน... คนที่รินรดาไม่เคยคิดว่าจะกลายเป็นศัตรูที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด
“คุณพ่อ?”
รินรดาอุทานออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนเกือบจะหายไปในสายลม ความเด็ดขาดที่เธอเพิ่งแสดงออกมาเริ่มสั่นคลอนเมื่อความลับที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดเพิ่งจะเปิดเผยขึ้นตรงหน้า
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับรินรดานะคะ
ดาวตกคืนคริสต์มาส
รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส•ตอนที่ 39
ความเด็ดขาดของรินรดา
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!