“จำไว้ว่าไพ่ไม่ได้โกหกใคร... แต่คนต่างหากที่มักหลอกตัวเองว่ากำลังเข้าใจมัน”
เสียงของอาจารย์ศิรินยังคงก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิดของริน ราวกับกระซิบอยู่ข้างใบหู ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว รอบกายของเด็กหนุ่มในยามนี้ไม่มีแม้แต่เงาของอาจารย์สาวผู้ปราดเปรื่อง มีเพียงความเวิ้งว้างสีเทาหม่นที่ทอดยาวไร้จุดสิ้นสุด ราวกับผืนผ้าใบที่ถูกแต้มด้วยหมึกดำจางๆ อากาศรอบตัวหนาหนักจนคล้ายกับว่ากำลังหายใจเอาไอน้ำและเศษเสี้ยวความทรงจำที่ถูกลืมเลือนเข้าไปในปอด
รินก้มมองมือสั่นเทาของตนเอง ไพ่ทาโรต์สำรับโบราณที่เคลือบด้วยพลังงานไสยเวทสีครามยังคงอยู่ในกำมือ สัมผัสเย็นเฉียบจากขอบกระดาษเนื้อดีช่วยดึงสติให้เขากลับมาสู่ความเป็นจริง... หรือสิ่งที่เรียกว่าความเป็นจริงในมิติซ้อนทับแห่งนี้
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่นาตรีก่อน หอพักศิลปินยามวิกาลที่ควรจะเงียบสงบ กลับถูกบิดเบี้ยวด้วยคลื่นความถี่ประหลาด รอยแยกสีนิลปรากฏขึ้นกลางห้องฝึกซ้อม แรงดึงดูดมหาศาลราวกับหลุมดำกลืนกินรินเข้ามาในพริบตา ก่อนที่ประตูมิติจะปิดตายลงอย่างไร้เยื่อใย
“นี่เรา... หลุดเข้ามาในชั้นบรรยากาศที่สามของหอพักแล้วสินะคะ” รินพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่นไหว
ในฐานะเด็กหนุ่มผู้มีสายตาญาณทิพย์และผ่านการขัดเกลาจากระบบทาโรต์มาอย่างโชกโชน รินรู้ดีว่าความตื่นตระหนกคือศัตรูตัวฉกาจที่สุด เขาสูดลมหายใจเข้าลึก3วินาที ผ่อนออกช้าๆ2วินาทีตามหลักการควบคุมสมาธิที่อาจารย์ศิรินพร่ำสอน สายตากวาดมองรอบด้านอย่างพินิจพิเคราะห์
พื้นเบื้องล่างไม่ใช่พื้นไม้ปาร์เกต์ขัดมันอีกต่อไป แต่เป็นกระจกใสบานมหึมาที่สะท้อนภาพเงาของรินในหลากหลายอารมณ์—เงาหนึ่งกำลังยิ้ม เงาหนึ่งกำลังร้องไห้ และอีกเงากitกำลังจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความทรงจำที่ตกค้างและพลังงานด้านลบจากบรรดาศิลปินผู้เคยล้มเหลวในอดีต
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบเวทมนตร์ภายในจิตสำนึกดังขึ้นอย่างเฉียบพลัน หน้าต่างโฮโลแกรมสีทองจางๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้า
[แจ้งเตือนระบบ: ผู้เล่น ‘ริน’ เข้าสู่เขตแดนซ้อนทับ ‘เขาวงกตกระจกเงามายา’ (ระดับความยาก: S)]
[เงื่อนไขการเอาตัวรอด: ค้นหา ‘ประตูสะท้อนวิญญาณ’ ภายในเวลา 15 นาที โดยใช้การอ่านไพ่ทาโรต์เป็นเข็มทิศนำทาง]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: สูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับไพ่ทาโรต์ไปตลอดกาล]
“สิบห้านาทีกับความทรงจำทั้งหมดเนี่ยนะคะ... ช่างเป็นเกมที่ใจร้ายเสียจริง” รินแค่นยิ้มที่มุมปาก แม้สถานการณ์จะบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ แต่ประกตาคมกริบของเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความท้าทาย
รินทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าบนพื้นกระจกที่เย็นเฉียบ เขาคลี่สำรับไพ่ทาโรต์ออกเป็นรูปพัดบนฝ่ามือ ไพ่ทั้งเจ็ดสิบแปดใบเปล่งแสงเรืองรองแข่งกับความมืดมิดรอบตัว ในมิติที่ไร้ซึ่งทิศทางและกฎเกณฑ์ทางฟิสิกส์เช่นนี้ ไพ่ทาโรต์ไม่ใช่เพียงแค่อุปกรณ์ทำนาย หากแต่เป็น ‘สื่อกลาง’ ชิ้นเดียวที่เชื่อมโยงจิตวิญญาณของเขากับโลกภายนอก
“ถ้าอย่างนั้น... ขอพลังจงนำทางด้วยเถิดค่ะ”
รินหลับตาลง ปล่อยให้จิตใจดิ่งลึกเข้าสู่สมาธิ เขาใช้นิ้วเรียวยาวสัมผัสสัมผัสผืนไพ่ สัมผัสได้ถึงกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่วิ่งพล่านอยู่ปลายนิ้ว ก่อนจะดึงไพ่ออกมาสามใบตามสัญชาตญาณญาณทิพย์
ใบแรกถูกเปิดขึ้น... **The Fool (เดอะฟูล)**
ภาพเด็กหนุ่มก้าวเดินไปสู่ขอบเหวโดยมีสุนัขตัวน้อยคอยเตือนสติ รินขมวดคิ้วเล็กน้อย ไพ่ใบนี้ไม่ได้หมายถึงความโง่เขลา แต่หมายถึงการเริ่มต้นเดินทางครั้งใหม่ด้วยความกล้าหาญและการก้าวข้ามความกลัว
ใบที่สอง... **The High Priestess (เดอะ ไฮพรีสเตส)**
สตรีผู้ทรงภูมิปราดเปรื่องนั่งอยู่ระหว่างเสาแห่งความมืดและแสงสว่าง มือถือคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ รินพยักหน้ารับเบาๆ ไพ่ใบนี้บอกให้เขารู้ว่า ทางออกไม่ได้อยู่เบื้องหน้า แต่อ3ยู่ภายในจิตสำนึกและการมองทะลุภาพมายา
และใบสุดท้าย... **The Wheel of Fortune (วงล้อแห่งโชคชะตา)**
วงล้อที่กำลังหมุนวนนำพาการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ รินลืมตาขึ้นทันทีเมื่อพลังงานความร้อนจากไพ่ใบสุดท้ายแผ่ซ่านไปทั่วฝ่ามือ
“ความหมายชัดเจนมากค่ะ... ทางออกอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกระจกบานที่สะท้อนภาพความกลัวที่สุดของฉัน”
รินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เก็บสำรับไพ่เข้าที่อย่างรวดเร็ว เขากวาดสายตามองหากระจกบานที่ตรงตามคำทำนาย ท่ามกลางภาพสะท้อนนับร้อยนับพัน มีอยู่บานหนึ่งที่ภาพเงาของรินไม่ได้สะท้อนตัวเขาเอง แต่กลับสะท้อนภาพของห้องซ้อมดนตรีในยามที่เขากำลังก้าวพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต—ภาพที่เขาเคยรู้สึกว่าตนเองไร้ค่าและไม่คู่ควรกับความฝัน
ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาในอก ความทรงจำอันมืดมนพยายามกัดกินจิตใจ แต่รินสูดลมหายใจลึก ดวงตาสุกใสฉายแววเด็ดเดี่ยว
“อดีตก็คืออดีตค่ะ... ฉันในตอนนี้ ไม่ใช่เด็กคนเดิมที่ยอมแพ้ง่ายๆ อีกต่อไปแล้ว!”
รินพุ่งทะยานไปข้างหน้า รวบรวมพลังเวทมนตร์ทั้งหมดไว้ที่กำปั้น ก่อนจะซัดเข้าใส่กระจกบานนั้นอย่างเต็มแรง!
*เพล้งงงงง!*
เสียงกระจกแตกละเอียดกระจายไปทั่วสารทิศ แรงระเบิดจากมิติที่ซ้อนทับผลักร่างของรินให้หลุดพ้นจากหลุมดำสีนิล แสงสว่างจ้าสีทองสาดส่องเข้าตาจนต้องหรี่ลง
เมื่อรินลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็พบว่าตัวเองกลับมานอนหอบหายใจโยนอยู่บนพื้นห้องฝึกซ้อมของหอพักศิลปินตามเดิม บรรยากาศรอบตัวกลับคืนสู่ความปกติ กลิ่นอายของไสยเวทจางหายไปจนหมดสิ้น
รินยกมือขึ้นปาดเหงื่อ0ที่ผุดพรายตามกรอบหน้า ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ทว่าความโล่งใจนั้นอยู่ได้เพียงเสี้ยววินาที เมื่อสายตาของเขาเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งที่ถูกวางไว้บนโต๊ะซ้อม
กระดาษแผ่นนั้นไม่มีหมึกพิมพ์หรือลายมือเขียนด้วยปากกา แต่รอยหมึกสีดำทึบถูกเขียนขึ้นด้วย... ‘เลือด’
รินก้าวเข้าไปใกล้ด้วยหัวใจที่เต้นรัวระส่ำ มือเรียวหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านช้าๆ ข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา
*“ยินดีด้วยที่กลับมาได้, ริน... แต่เธอดันลืมมองไปว่า ใครคือคน3ที่เปิดประตูให้เธอเข้าไปตั้งแต่แรก”*
ยังไม่ทันที่รินจะได้ประมวลผลข้อความปริศนากนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ—*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*—ทั้งที่ในเวลานี้ ไม่ควรจะมีใครอื่นหลงเหลืออยู่ในตึกฝั่งนี้อีกแล้ว
และก่อนที่รินจะทันได้เอ่ยปากทักท้วง มือเรียวสีขาวซีดคู่หนึ่งก็ผลักประตูห้องซ้อมให้เปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ
“อาจารย์... ศิริน?” รินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงระคนหวาดผวา เพราะหญิงสาวตรงหน้า... กำลังถือสำรับไพ่ทาโรต์อีกสำรับที่เปื้อนคราบเลือดสีแดงสดหยดติ๋งลงสู่พื้นห้อง!
(ขอบพระคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางไปพร้อมกับรินและอาจารย์ศิรินนะคะ!)
ไพ่ทาโรต์นำทางกับคดีฆาตกรรมเงาในหอพักศิลปิน•ตอนที่ 16
เสียงเรียกจากมิติที่สาม
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ทาโรต์นำทางกับคดีฆาตกรรมเงาในหอพักศิลปิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!