ไพ่ทาโรต์นำทางกับคดีฆาตกรรมเงาในหอพักศิลปิน•ตอนที่ 4

สัญลักษณ์ใต้พื้นพรม

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กที่เจือจางอยู่ในอากาศ ไม่ได้มาจากหยดเลือดสดๆ บนพื้นพรมเปอร์เซียผืนหนา หากแต่มันระเหยออกมาจากเส้นใยถักทอที่ถูกย้อมด้วยอาคมดำมืด ประโยคทิ้งท้ายของอาจารย์ศิรินยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของริน เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปลายนิ้วเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมไปแตะสำรับไพ่ทาโรต์ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต ความเย็นเยียบของกระดาษเคลือบพิเศษช่วยดึงสมาธิให้กลับคืนมา แม้ว่าบรรยากาศรอบตัวในห้องพักศิลปินยามวิกาลแห่งนี้จะกดดันจนแทบหายใจไม่ออกก็ตาม "อาจารย์คะ... 'ตัวตน' ที่ว่านั่น หมายถึงพลังงานตกค้างจากการสะกดจิตหมู่ หรือเป็นวิญญาณที่มีเจตนาร้ายกันแน่คะ" รินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด ดวงตากลมโตมองลอดผ่านกรอบแว่นไปยังร่างเพรียวบางของอาจารย์สาวที่กำลังย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะลงบนพื้นพรม อาจารย์ศิรินไม่ตอบในทันที ดวงตาคมกริบภายใต้แสงไฟสลัวจากหลอดไฟนีออนกะพริบไหว รอยยิ้มเย็นเยียบเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความจริงจัง นางกวาดสายตามองรอยไหม้เกรียมรูปวงกลมที่ปรากฏอยู่บนพื้นพรม ซึ่งหากมองด้วยตาเปล่ามันอาจเป็นเพียงรอยบุหรี่จี้ แต่ด้วยเนตรทที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี รินกลับเห็นกลุ่มควันสีม่วงเข้มลอยวนเวียนอยู่รอบรอยไหม้นั้นราวกับมีชีวิต "ไม่ใช่ทั้งสองอย่างค่ะริน..." เสียงหวานทุ้มเอ่ยขึ้นแผ่วเบา แต่มันกลับดังชัดเจนในความเงียบงัน "สิ่งที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่คือ 'วงอาคมกักข่ายวิญญาณ' ขั้นสูง มันถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างมิติ และเป้าหมายของมันไม่ใช่แค่การหลอกหลอนเด็กฝึกในหอพักนี้ แต่มันกำลังใช้พวกเขาเป็น 'เครื่องสังเวย' เพื่อหล่อเลี้ยงบางสิ่งที่หลับใหลอยู่ใต้ตึกนี้มานานนับทศวรรษ" รินขยับเข้าไปใกล้ผู้เป็นอาจารย์มากขึ้น กลิ่นอายเวทมนตร์โบราณที่ผสมผสานกับกลิ่นชาสมุนไพรประจำตัวของอาจารย์ศิรินช่วยให้ความกลัวในใจลดทอนลง เด็กหนุ่มก้มลงมองพรมเปอร์เซียผืนงามที่บัดนี้กลายเป็นวัตถุพยานชิ้นเอก เขาหยิบสำรับไพ่ทาโรต์ออกมาสับอย่างคล่องแคล่ว เสียงสับไพ่ดัง *ซ่า...* เบาๆ ท่ามกลางความเงียบ ก่อนที่เขาจะดึงไพ่ใบแรกออกมาวางคว่ำลงบนพื้นพรมข้างรอยไหม้ปริศนา *The Moon* ไพ่พระจันทร์หงายขึ้น เผยให้เห็นภาพของสุนัขและหมาป่าที่กำลังเห่าหอน ภายใต้แสงจันทร์ และกุ้งที่คลานขึ้นมาจากน้ำลึก "ไพ่ใบนี้กำลังบอกเราว่า ความจริงถูกปกปิดไว้ด้วยภาพลวงตาค่ะอาจารย์..." รินวิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาเป็นประกายด้วยความเฉลียวฉลาด "รอยอาคมนี้ไม่ได้เพิ่งถูกสร้างขึ้น แต่มันถูกซ้อนทับด้วยเวทมนตร์พรางตามานานแล้ว และทุกครั้งที่มีเด็กฝึกคนใดแสดงความอ่อนแอทางจิตใจ หรือมีความโลภอยากก้าวขึ้นเป็นที่หนึ่ง พลังงานด้านลบนั้นจะถูกดูดซับลงไปใต้พื้นพรมผืนนี้เพื่อเพิ่มพลังให้แก่ 'ตัวตน' ที่อาจารย์พูดถึง" อาจารย์ศิรินพยักหน้ารับช้าๆ แววตาฉายความชื่นชมระคนเอ็นดูต่อลูกศิษย์คนโปรด นางยื่นมือเรียวสวยออกไปแตะที่มุมหนึ่งของพรม ก่อนจะออกแรงดึงมันขึ้นมาอย่างไม่ลังเล *แคว่ก!* เสียงเส้นใยและกาวเก่าแก่ที่ยึดติดกับพื้นปูนส่งเสียงกรีดร้อง รินรีบเข้าไปช่วยดึงอีกแรงจนในที่สุดแผ่นพรมผืนใหญ่ก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นความจริงที่ถูกซ่อนไว้เบื้องล่าง—อักขระโบราณสีดำสนิทที่ถูกเขียนด้วยเลือดสดๆ ลากยาวเป็นวงกลมซ้อนทับกันถึงสามชั้น ตรงใจกลางของวงอาคมมีรอยยุบลงไปในเนื้อปูนราวกับมีอุโมงค์ลับขนาดเล็กอยู่เบื้องล่าง และที่น่าตกใจที่สุดคือ มีเส้นผมสีดำสนิทนับร้อยเส้นพันธนาการอยู่รอบอักขระเหล่านั้นราวกับมันกำลังหายใจเข้าออกอย่างแผ่วเบา "นี่มัน... อาคมสายดำจากตำราโบราณที่สูญหายไปแล้วนี่คะ" รินอุทานเบาๆ ความรู้เกี่ยวกับไสยเวทและคาถาอาคมที่ได้ร่ำเรียนมาถูกประมวลผลในหัวอย่างรวดเร็ว "ทำไมมันถึงมาอยู่ในหอพักศิลปินยุคใหม่แบบนี้ได้ล่ะคะ" "เพราะคนบงการต้องการความบริสุทธิ์ค่ะริน..." เสียงของอาจารย์ศิรินเย็นเยียบลงอีกระดับ นางย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะที่เส้นผมสีดำเหล่านั้นทันที ทันใดนั้นเส้นผมพวกนั้นก็ขยับตัวราวกับหนอนยักษ์ ทำให้รินต้องเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความตกใจ "เด็กฝึกในค่ายนี้ทุกคนล้วนผ่านการคัดเลือกมาอย่างเข้มข้น มีทั้งความฝัน ความหวัง และพลังงานชีวิตที่เปล่ง 100% พลังงานเหล่านี้คืออาหารชั้นเลิศของปีศาจจากมิติที่บิดเบี้ยว... และดูเหมือนว่า พิธีกรรมนี้ใกล้จะสมบูรณ์เต็มทีแล้ว" ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนจากระบบนำทางวิญญาณในโทรศัพท์มือถือของรินก็ดังขึ้น *ติ๊ง!* หน้าจอสว่างวาบพร้อมกับตัวอักษรสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศโดยไม่ต้องสัมผัส [ตรวจพบพลังงานระดับ SSS กำลังตื่นตัวใต้พื้นอาคาร] [เงื่อนไขภาระกิจ: ปิดผนึกวงอาคมก่อนเวลาเที่ยงคืน มิฉะนั้น 'ประตูมิติ' จะเปิดออกถาวร] [คำเตือน: ผู้บงการกำลังจับตาดูพวกคุณจากระยะประชิด] รินเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก เขารีบเงยหน้าขึ้นมองรอบห้องพักศิลปินที่มืดมิด ทันใดนั้นเงาสะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ที่มุมห้องก็เริ่มขยับไหว ทั้งที่ไม่มีใครยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานนั้นเลยแม้แต่คนเดียว เงาสะท้อนในกระจกกำลังฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู และก่อนที่รินจะทันได้เอ่ยปากเตือนอาจารย์ศิริน เสียงกระซิบแหบพร่าอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างใบหูของเขา— *“หา... เจอ... แล้ว... เจ้าของสำรับไพ่คนต่อไป...”* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนานี้ไปพร้อมกับรินนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้ค่ะ!
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ทาโรต์นำทางกับคดีฆาตกรรมเงาในหอพักศิลปิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%