กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงในห้องรับรองวีไอพีชั้นใต้ดินของ ‘Underground’ ไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่าอภิรมย์ขึ้นแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันกลับเป็นกลิ่นแห่งความตายที่เตือนให้รู้ว่า เส้นทางที่สิงห์เลือกเดินนั้นไม่มีทางหวนกลับ
คินนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเป็นจังหวะเชื่องช้า แต่มันกลับฟังดูเหมือนเสียงเคานต์ดาวน์ของระเบิดเวลา เขาจ้องมองสิงห์ที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้อง แววตาของนักสู้หนุ่มที่เคยดุร้ายราวกับสัตว์ป่า บัดนี้กลับสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์บนปกเสื้อของเหล่ามือสังหารที่นอนกองอยู่บนพื้น
“เลือดเนื้อเชื้อไขที่พยายามจะตัดขาด... สุดท้ายก็หนีไม่พ้นเงาของตัวเองอยู่ดีใช่ไหม สิงห์?” คินเอ่ยขึ้น เสียงของเขาเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความเย้ยหยันที่บาดลึกถึงกระดูก
สิงห์ไม่ตอบ เขาเพียงแต่ก้มมองศพที่ไร้ลมหายใจเบื้องล่าง ตราสัญลักษณ์มังกรพ่นไฟที่บิดเบี้ยวบนปกเสื้อนั้น คือหลักฐานที่ตอกย้ำว่าอดีตที่เขาเพียรซ่อนไว้ กำลังถูกขุดขึ้นมาฉีกกระชากชีวิตเขาอีกครั้ง มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
“มึงต้องการอะไรกันแน่ คิน” สิงห์ถามเสียงลอดไรฟัน สายตาคมกริบตวัดกลับไปหาชายที่นั่งอยู่ตรงหน้า “มึงรู้เรื่องนี้มาตลอดใช่ไหม?”
คินหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้ามาใกล้สิงห์จนได้กลิ่นหอมจางๆ จากกายอีกฝ่าย ก่อนจะใช้นิ้วชี้เชยคางของนักสู้หนุ่มให้เงยหน้าขึ้นสบตา สายตาของคินที่มองมาไม่ใช่สายตาของศัตรู แต่มันคือสายตาของนักล่าที่พบเหยื่ออันโอชะที่ตนเฝ้าตามหา
“ความจริงมันเจ็บปวดเสมอ สิงห์ครับ” คินกระซิบข้างหู น้ำเสียงที่เคยเย็นชากลับเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลอย่างประหลาด “ครอบครัวที่มึงเคยรักและเทิดทูนนั่นแหละ ที่ส่งคนพวกนี้มา เพื่อจะบอกมึงว่า... ตราบใดที่มึงยังไม่ตาย มึงก็ยังเป็นหมากในกระดานของพวกเขา”
สิงห์ปัดมือของคินออกอย่างแรงจนอีกฝ่ายเซถอยหลังไปครึ่งก้าว เขารู้ดีว่าคินกำลังเล่นเกมจิตวิทยา แต่ความจริงที่คินพูดมานั้นช่างปวดร้าวเกินกว่าจะปฏิเสธ สิงห์เดินไปหยิบปืนที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาตรวจสอบน้ำหนัก ก่อนจะหันปากกระบอกปืนไปทางคิน
“แล้วมึงล่ะ? มึงเป็นใครในเกมนี้ เป็นคนคุมกระดาน หรือเป็นแค่เหยื่ออีกตัวที่โดนปั่นหัวเหมือนกับกู?” สิงห์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของคิน เพื่อหาพิรุธ แต่เขากลับพบเพียงความว่างเปล่าที่ลึกสุดหยั่ง
คินคลี่ยิ้มบาง มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในเสื้อสูทก่อนจะหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ มันเป็นรูปของเด็กสองคนที่กำลังวิ่งเล่นในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่คุ้นตา คินมองรูปนั้นด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
“มึงจำไม่ได้จริงๆ หรือว่ามึงไม่ใช่แค่คนธรรมดาที่หลงเข้ามาในวงจรนี้” คินขยับตัวเข้ามาใกล้จนแผ่นอกของทั้งคู่แทบจะแนบชิดกัน “มึงคือ ‘กุญแจ’ สิงห์... กุญแจที่จะเปิดประตูสู่ขุมทรัพย์ที่ตระกูลมึงแย่งชิงกันมานานหลายทศวรรษ และเหตุผลเดียวที่กูยังเก็บมึงไว้ข้างตัว ก็เพราะกูต้องการเป็นคนเดียวที่ถือครองกุญแจดอกนี้... ไม่ใช่ฐานะเจ้านายกับลูกน้อง แต่เป็นฐานะของคนที่ครอบครองมึงทุกตารางนิ้ว”
คำสารภาพที่ไร้ความปรานีทำให้สิงห์นิ่งงัน ความโกรธเคืองที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความสับสนที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นพายุ เขาไม่ได้ต้องการอำนาจ ไม่ได้ต้องการทรัพย์สมบัติ สิ่งเดียวที่เขาต้องการคืออิสรภาพที่เขาสูญเสียไปตั้งแต่วันที่ก้าวเท้าเข้ามาที่นี่ แต่ดูเหมือนว่าโลกมืดใบนี้จะออกแบบมาเพื่อพันธนาการเขาไว้กับชายที่อันตรายที่สุดคนนี้
“มึงมันปีศาจ คิน” สิงห์พ่นลมหายใจออกมาอย่างหมดความอดทน
“ในโลกที่โสมมแห่งนี้ ถ้าไม่เป็นปีศาจ เราก็เป็นได้แค่ศพนะครับ” คินก้าวเข้ามาประชิดตัวสิงห์อีกครั้ง ครั้งนี้เขาโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากของทั้งคู่จรดกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้าของกันและกัน ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์ที่เหมือนจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ
ทว่า ก่อนที่สิงห์จะได้โต้ตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มใหญ่ก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูเหล็กกล้า แรงกระแทกจากการพยายามพังประตูเข้ามาทำให้ผนังห้องสั่นสะเทือน คินชะงักไปชั่วครู่ แววตาที่เคยนิ่งสงบเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมในพริบตา
“ดูเหมือนแขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาถึงเร็วกว่าที่คิด” คินกระซิบพลางคว้าปืนพกคู่ใจที่วางอยู่ข้างตัว “สิงห์... ถ้ามึงอยากรู้อดีตของตัวเองมากกว่านี้ ก็หยิบปืนขึ้นมา แล้วพิสูจน์ให้กูเห็นว่าสัญชาตญาณนักฆ่าในสายเลือดมึงมันยังทำงานได้ดีแค่ไหน”
เสียงประตูระเบิดออกทันที ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วห้อง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาที่คุ้นเคย ซึ่งเดินนำหน้ากลุ่มมือสังหารชุดดำเข้ามา ทว่าเมื่อสิงห์เพ่งมองผ่านกลุ่มควัน หัวใจของเขาก็แทบหยุดเต้น
คนที่เดินเข้ามาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นชายชราในชุดสูทเนี้ยบที่เขาจำได้ดีที่สุดตั้งแต่จำความได้... ชายที่เป็นคนสั่งให้เขากลายเป็นอาวุธที่ไร้หัวใจมาตลอดชีวิต
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะ สิงห์... หลานรัก” ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ทว่าแววตากลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
ดาร์กไนท์ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 30 นี้นะครับ
Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน•ตอนที่ 30
กลยุทธ์รักและรบ
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!