กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมกับเขม่าดินปืนรุนแรงจนแสบจมูก สิงห์ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง เสียงเศษปูนที่ยังคงร่วงกราวลงมาเปรียบเสมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความตาย ปลายกระบอกปืนของชายที่ควรจะกลายเป็นเถ้าถ่านไปนานแล้วจ่อติดขมับของคิน ชายผู้เป็นเจ้าของแววตาเย็นชาที่บัดนี้กลับวูบไหวเพียงชั่วครู่เมื่อสบตากับผู้มาเยือนจากนรก
“มึง...” คินเค้นเสียงลอดไรฟัน แม้ตกอยู่ในสถานการณ์เป็นรอง แต่สันกรามที่ขบแน่นจนนูนเด่นบ่งบอกว่าเขากำลังควบคุมอารมณ์อย่างถึงที่สุด “ไอ้คนทรยศ... มึงยังไม่ตาย”
ชายปริศนาผู้นั้นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหบพร่าคล้ายแผ่นเหล็กเสียดสีกัน “นรกไม่ต้อนรับคนอย่างกูหรอกคิน และกูก็ไม่ปล่อยให้มึงตายง่ายๆ ในขณะที่ความลับของมึงยังไม่ถูกขุดออกมาประจาน”
สิงห์ไม่ได้ขยับตัวตามสัญชาตญาณนักฆ่า เขารู้ดีว่าหากผลีผลามกระสุนนัดนั้นจะฝังเข้ากะโหลกคินทันที ความเงียบงันในห้องกักกันเด็กที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวนั้นกดดันจนแทบหายใจไม่ออก สายตาของสิงห์จับจ้องไปที่นิ้วชี้ของผู้มาเยือนที่เริ่มกดน้ำหนักลงบนไกปืน
“วางปืนซะ” สิงห์พูดเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนชายปริศนาต้องหันมามอง
“อ้อ... สิงห์ คนที่ถูกครอบครัวทิ้งเหมือนสุนัขข้างถนน” ชายคนนั้นเหยียดยิ้ม “มึงจะเอาอะไรมาแลก? ชีวิตเด็กพวกนี้ หรือจะเอาชีวิตตัวเองมาแทนที่เจ้าของคลับผู้สูงส่งคนนี้ดีล่ะ?”
คินหันมามองสิงห์ แววตานั้นวูบไหวด้วยความไม่พอใจ “ออกไปซะสิงห์... นี่ไม่ใช่ธุระของมึง”
“หุบปากคิน” สิงห์คำรามเสียงต่ำ ก่อนจะก้าวเท้าออกไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ทิ้งระยะห่างให้เหลือเพียงไม่กี่ก้าว “มึงอยากได้อะไรก็เอาที่กู... ปล่อยพวกเด็กๆ แล้วถอยห่างจากเขา”
สิงห์รู้ดีว่านี่คือการเดินเข้าหาหลุมศพของตัวเอง แต่ภาพความทรงจำที่แตกสลายในอดีตทำให้เขาเลือกทางนี้ การยอมให้คินต้องตายด้วยน้ำมือของคนที่ควรจะตายไปแล้ว มันคือความล้มเหลวในฐานะนักสู้ที่เขาไม่อาจให้อภัยตัวเองได้ เขาไม่ใช่ฮีโร่ผู้ผดุงความยุติธรรม แต่เขาคือชายที่ยึดมั่นในวิถีของตนเอง
“มึงยอมแลกชีวิตกับคนอย่างเขาเหรอ? สิงห์ มึงลืมไปแล้วหรือไงว่ามันทำอะไรกับมึงไว้บ้าง?” ชายปริศนาถามพลางเลื่อนกระบอกปืนมาที่อกของสิงห์แทน
สิงห์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยืดอกขึ้นรับวิถีปืนนั้น แววตาดุร้ายดั่งพยัคฆ์ไม่ได้แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย “กูไม่ได้ทำเพื่อมัน แต่กูทำเพื่อวิถีของกู... ปืนนั่นน่ะ ถ้ามึงกล้าเหนี่ยวไก ก็ลองดูว่ามึงจะเร็วกว่ามีดในมือของกูหรือเปล่า”
ภายในวินาทีแห่งความเป็นตาย สิงห์ชักมีดพกที่ซ่อนไว้ออกมาด้วยความเร็วระดับที่มองไม่ทัน มือข้างหนึ่งจ่อเข้าที่จุดตายของชายปริศนา ในขณะที่ปลายกระบอกปืนของอีกฝ่ายจ่อตรงที่หัวใจของเขาพอดี
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเกือบถึงขีดสุด คินเฝ้ามองแผ่นหลังของสิงห์ด้วยความรู้สึกที่เขาก็ไม่สามารถนิยามได้ มันไม่ใช่แค่ความต้องการครอบครอง แต่มันคือความรู้สึกหวาดกลัว... กลัวว่าจะสูญเสียสิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่าตนเองยังมีชีวิตอยู่ไปจริงๆ
“มึงมันบ้าไปแล้ว” ชายปริศนาพึมพำ เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม
“บ้าหรือไม่ มึงก็เลือกเอา” สิงห์ขยับมีดเข้าไปใกล้คอหอยอีกนิด “ถอยไป แล้วกูจะปล่อยมึงไป... ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น”
ความล้มเหลวของการเจรจาเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อแสงเพลิงจากชั้นล่างโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้น เพดานห้องเริ่มถล่มลงมาเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นควันปกคลุมไปทั่ว สิงห์ใช้จังหวะที่ชายปริศนาเสียสมาธิพุ่งเข้าประชิดตัว แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะกระชากปืนออกไปนั้นเอง เสียงระเบิดตูมใหญ่ก็ดังขึ้นจากตำแหน่งที่เด็กๆ ถูกกักขังอยู่
แรงอัดมหาศาลทำให้ทุกคนกระเด็นไปคนละทิศทาง สิงห์ล้มลงกับพื้นพร้อมกับความรู้สึกที่เหมือนหัวใจถูกฉีกกระชาก ควันไฟจางลงเผยให้เห็นภาพที่ทำให้สิงห์แทบหยุดหายใจ ชายปริศนาหายตัวไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงกรงขังที่บัดนี้กลายเป็นซากเหล็กบิดเบี้ยว และร่างของคินที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนพิงผนังด้วยบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าท้อง
สิงห์รีบพุ่งเข้าไปหาคิน ลืมความแค้น ลืมทุกอย่างเหลือเพียงความปรารถนาเดียวคือการรักษาสิ่งนี้ไว้ “คิน! ตั้งสติไว้!”
คินกระอักเลือดออกมาเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตราคาแพง แววตาที่เคยแข็งกร้าวมองสิงห์ด้วยความอ่อนแรง “มึง... ปล่อยให้มันไปทำไม...”
“กูไม่ได้ปล่อย... แต่กูไม่มีทางเลือกอื่น” สิงห์กดแผลให้แน่นขึ้น เลือดอุ่นๆ ไหลทะลักผ่านง่ามนิ้ว
คินพยายามหยิบอะไรบางอย่างจากกระเป๋าเสื้อ แผ่นกระดาษยับยู่ยี่ถูกยัดใส่มือของสิงห์ “เอาไป... รหัสผ่าน... บัญชีลับของพวกมันทั้งหมด... ถ้ากูไม่รอด... มึงต้องเป็นคนจัดการต่อ”
สิงห์มองแผ่นกระดาษในมือสลับกับใบหน้าที่ซีดเผือดของคิน ก่อนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ แสงไฟจากกองเพลิงสะท้อนให้เห็นรอยสักรูปงูที่ข้อมือของคิน มันไม่ใช่แค่รอยสักธรรมดา แต่มันคือตราสัญลักษณ์ของ 'องค์กร' ที่ควรจะถูกล้างบางไปเมื่อสิบปีก่อน
และในจังหวะที่เขากำลังจะถามถึงความหมายของมัน คินก็ยิ้มออกมา... รอยยิ้มที่ทำให้สิงห์ต้องหนาวสั่นถึงกระดูกสันหลัง “มึงคิดว่ากูถูกยิงเพราะกูซวยงั้นเหรอ สิงห์? ...มึงคิดผิดไปถนัดเลย”
คินเอื้อมมือขึ้นมาแตะใบหน้าของสิงห์อย่างแผ่วเบา ก่อนจะกระซิบประโยคสุดท้ายที่ทำเอาโลกทั้งใบของสิงห์พังทลายลงในพริบตา “คนสั่งยิง... ก็คือคนคนเดียวกับที่มึงเพิ่งยอมแลกชีวิตเพื่อช่วยกูมาเมื่อกี้นี้เอง... และตอนนี้ เขากำลังยืนอยู่ข้างหลังมึงแล้ว”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในตอนที่เข้มข้นที่สุดตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ หวังว่าทุกคนจะยังคงติดตามและเอาใจช่วยสิงห์ต่อไปนะครับ ดาร์กไนท์ครับ
Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน•ตอนที่ 37
ตัดสินใจเลือก
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!