“วางมันลงซะ อาร์กัส... ก่อนที่ฉันจะทำให้แกไม่มีโอกาสแม้แต่จะกดนิ้วลงบนปุ่มนั่น”
น้ำเสียงของคินไม่ได้สั่นไหว มันราบเรียบเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ทว่านัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาในยามนี้กลับแฝงไว้ด้วยกระแสสังหารที่เข้มข้นจนอากาศรอบข้างดูจะหนักอึ้งขึ้นอย่างถนัดตา
อาร์กัสแสยะยิ้มที่มุมปาก เผยให้เห็นฟันที่ดูผิดรูปจากการต่อสู้ครั้งเก่าในอดีต “คิน... นายยังคงเป็นคนใจร้อนเสมอต้นเสมอปลายนะ ทั้งที่ผ่านมาตั้งหนึ่งปี ดูเหมือนนายจะยังเรียนรู้ที่จะ ‘เสียสละ’ เพื่อคนอื่นไม่เป็นเลยสักนิด”
บนจอภาพขนาดใหญ่ที่ติดอยู่บนผนังปูนเปลือย เด็กชายตัวน้อยในชุดสีขาวสะอาดตาในสถานที่ที่ถูกปิดตายกำลังกอดเข่าตัวเองแน่น ร่างเล็กสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ขณะที่ตัวเลขสีแดงสดบนหน้าปัดระเบิดเวลาเลื่อนผ่านจาก 04:59 ไปสู่ 04:58...
สิงห์ที่ยืนอยู่เคียงข้างคินแทบหยุดหายใจ มือหนาของเขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ร่างกายกำยำตึงเปรี๊ยะพร้อมพุ่งเข้าหาศัตรูทันทีหากได้รับคำสั่ง แต่เขารู้ดีว่าหากผลีผลามไปเพียงนิด ชีวิตของเด็กที่ไร้ทางสู้คนนั้นจะต้องดับสูญลง
“แกต้องการอะไร?” คินถามพลางก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างเชื่องช้า แววตาของเขาจ้องเขม็งไปที่รีโมทในมือของอาร์กัส ราวกับจะสะกดจิตให้มันหลุดร่วงลงมา
“สิ่งที่ฉันเสียไปเมื่อปีก่อน... บัลลังก์ที่นายแย่งไปจากมือฉัน และที่สำคัญกว่านั้น...” อาร์กัสกวาดสายตามาที่สิงห์ ก่อนจะแค่นหัวเราะ “ชีวิตของไอ้คนทรยศที่เข้ามาเป็นเงาของนายยังไงล่ะ คิน! สิงห์... แกกล้าพอไหมที่จะแลกชีวิตตัวเองกับเด็กคนนี้?”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องควบคุมจนได้ยินเสียงลมหายใจ สิงห์รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น สำหรับเขา เด็กคนนี้ไม่ใช่แค่ตัวประกัน แต่เป็นตัวแทนของความไร้เดียงสาที่เขาสูญเสียไปตั้งแต่วันที่เข้าสู่วงการใต้ดิน
“อย่าไปฟังมัน สิงห์” คินกล่าวโดยไม่หันมามอง แต่แผ่นหลังกว้างของเขากลับดูแข็งแกร่งและปกป้องคนข้างหลังได้เสมอ “อาร์กัสเป็นคนไม่มีสัจจะ ต่อให้แกยอมตายไป มันก็ไม่มีทางปล่อยเด็กคนนั้นหรอก”
“งั้นเหรอ?” อาร์กัสกดปุ่มบนรีโมทเพียงครั้งเดียว ภาพบนจอเปลี่ยนมุมมองไปสู่กล้องอีกตัวหนึ่งที่ซูมให้เห็นเด็กชายกำลังสะอื้นไห้จนตัวโยน ก่อนที่อาร์กัสจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “ถ้าอย่างนั้น... เรามาลองดูกันไหมว่าสัญชาตญาณของนายกับชีวิตของเด็กนี่ อะไรจะเร็วกว่ากัน”
จังหวะที่อาร์กัสขยับนิ้วจะกดลงไปบนปุ่มอีกครั้ง สิงห์ตัดสินใจได้ในเสี้ยววินาที เขาไม่ได้พุ่งเข้าหาอาร์กัสอย่างที่อีกฝ่ายคาดคิด แต่เขากลับคว้าเก้าอี้เหล็กที่วางอยู่ข้างตัวทุ่มใส่หน้าจอภาพจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จอภาพแตกกระจายกลายเป็นเศษแก้วและประกายไฟชอร์ตไปทั่วห้อง ทิ้งให้บรรยากาศตกอยู่ในความมืดสลัวและเสียงไฟฟ้าแลบแปลบปลาบ
“แกทำบ้าอะไร!” อาร์กัสแผดเสียงลั่นพร้อมเงื้อปืนขึ้นมา แต่ช้าไปกว่าสิงห์ที่พุ่งตัวเข้าชาร์จด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ปกติ
การปะทะกันเกิดขึ้นอย่างดุเดือดกลางห้องแคบๆ สิงห์อาศัยจังหวะที่อาร์กัสเสียการทรงตัวเข้ากระแทกหน้าอกของอีกฝ่ายจนกระเด็นไปติดผนัง แต่ในจังหวะที่มือของสิงห์กำลังจะคว้าข้อมือของอาร์กัสไว้ได้นั้นเอง อาร์กัสกลับใช้อีกมือที่ว่างอยู่ควักของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันไม่ใช่รีโมทระเบิด... แต่เป็นเครื่องควบคุมระบบล็อกนิรภัยของห้องกักกันเด็กคนนั้น
“นายพลาดแล้ว สิงห์... ระเบิดน่ะมันตั้งเวลาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว แต่ที่ฉันกำลังจะทำเนี่ย คือการทำให้ ‘ระบบกู้ภัย’ ที่นายกำลังจะไปหามันปิดตายอย่างถาวร!”
อาร์กัสหัวเราะร่าด้วยความสะใจแม้เลือดจะกบปาก คินที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่นานรีบพุ่งตัวเข้ามาช่วยสิงห์กดร่างของอาร์กัสไว้กับพื้น มือของคินบีบข้อมืออาร์กัสไว้แน่นจนกระดูกลั่น “กดรหัสยกเลิกเดี๋ยวนี้!”
“ไม่มีทาง...” อาร์กัสพึมพำขณะมองไปที่นาฬิกาบนผนังที่เข็มวินาทีสุดท้ายกำลังจะสิ้นสุดลง “นรกกำลังรอพวกเราอยู่... ทั้งนาย ทั้งสิงห์... และเด็กนั่น”
สิงห์รู้สึกถึงความเย็นเยือกที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง เขาไม่สนใจศัตรูที่อยู่ใต้ร่างอีกต่อไป เขาหันหลังกลับเพื่อจะวิ่งออกไปจากห้องนี้ทันที แต่ทว่าประตูห้องควบคุมที่ควรจะเปิดออกได้ กลับถูกล็อกสนิทจากระบบภายนอกด้วยเสียงกลไกที่ดัง ‘กริ๊ก’ อย่างชัดเจน
ทิศทางของลมในห้องเปลี่ยนไปพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังระงมไปทั่วคลับใต้ดิน สิงห์ทุบประตูบานหนาอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่คินเดินเข้ามาใกล้เขา สัมผัสถึงไออุ่นจากแผ่นหลังของคนร่างสูงที่พิงเข้ามา ก่อนที่คินจะกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าทุกครั้ง
“สิงห์... ฟังนะ ฉันมีทางออกลับที่สร้างไว้สำหรับสถานการณ์แบบนี้ แต่มันพาไปได้แค่คนเดียว”
มือของคินหยิบกุญแจดอกหนึ่งออกมาจากคอเสื้อ มันไม่ใช่กุญแจธรรมดา แต่เป็นกุญแจแม่เหล็กไฟฟ้าที่ควบคุมทางออกฉุกเฉินเพียงหนึ่งเดียวของตึกนี้ ดวงตาของคินมองสบตาสิงห์ แววตาคู่นั้นไม่มีความลังเล แต่กลับเต็มไปด้วยการตัดสินใจที่เจ็บปวด
“เอาไปซะ ไปช่วยเด็กนั่น... ส่วนฉัน จะถ่วงเวลาพวกมันไว้ที่นี่เอง”
ก่อนที่สิงห์จะทันได้ทักท้วง เสียงระเบิดตูมใหญ่ก็ดังสนั่นมาจากทางเดินชั้นล่าง แรงอัดอากาศทำให้กำแพงห้องควบคุมเริ่มร้าวฉาน เสียงเศษปูนหล่นลงมาทับถมขวางกั้นระหว่างทางออกกับห้องกักกันเด็ก และในวินาทีที่แสงจากเพลิงไหม้สาดส่องเข้ามาผ่านรอยร้าวของกำแพง สิงห์ก็เห็นเงาของชายปริศนาคนหนึ่ง... คนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อปีก่อน เดินเหยียบคราบเลือดเข้ามาในห้องนี้พร้อมกับปืนที่เล็งตรงมาที่ศีรษะของคิน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางในความมืดมิดและจังหวะนรกนี้ไปด้วยกันนะครับ ดาร์กไนท์จะเร่งถอดรหัสกลลวงนี้ให้เห็นในตอนหน้าครับ
Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน•ตอนที่ 36
กลลวงของมัจจุราช
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!