“มึงจะฆ่าพ่อตัวเองจริงๆ หรือสิงห์?”
เสียงกระซิบของคินแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงฝนที่สาดซัดกระแทกกระจกหน้าต่างรถหุ้มเกราะ คินไม่ได้หันมามองคนข้างกาย ดวงตาคมกริบของเขายังคงจ้องมองไปที่แผนผังโครงสร้างฐานที่มั่นของตระกูลอัครเดโชที่ปรากฏอยู่บนแท็บเล็ต ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนหน้าจอเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เหมือนเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่ความตาย
สิงห์ไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงแค่ดึงสไลด์ปืนพกในมือเพื่อตรวจสอบกระสุนนัดสุดท้าย เสียงเหล็กกระทบกันดังกังวานในความเงียบสลัว กลิ่นน้ำมันปืนผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงบนตัวคินทำให้น่าคลื่นไส้พอๆ กับสถานการณ์ตรงหน้า
“กูไม่ได้อยากฆ่าเขา” สิงห์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “แต่ถ้าเขาเลือกที่จะปิดฉากกูเพื่อรักษาเกียรติยศเน่าๆ ของครอบครัวไว้... กูแค่จะทำในสิ่งที่เขาเคยสอนกูมาตลอด คือการกำจัดขยะที่ขวางทางเดิน”
คินหลุดหัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มันคือเสียงของสัตว์ร้ายที่กำลังพอใจในความกระหายเลือดของคู่หู เขาขยับเข้ามาใกล้จนสิงห์สัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างกายอีกฝ่าย คินวางมือลงบนต้นคอที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นของสิงห์ บีบเบาๆ เป็นเชิงหยอกเย้า แต่สายตานั้นกลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
“ดี” คินกระซิบ “ความเห็นอกเห็นใจคือจุดอ่อนที่ทำให้มึงเกือบตายมานับครั้งไม่ถ้วนในสนามนี้... คืนนี้ มึงไม่ต้องสนว่าคนตรงหน้าคือพ่อหรือคนแปลกหน้า สนแค่ว่าถ้ามันชักปืนช้ากว่ามึงหนึ่งวินาที นั่นคือโอกาสที่มึงจะรอดไปหาความสำราญกับกูหลังจากจบงานนี้”
รถเบรกกะทันหันจนยางบดถนนดังสนั่นหวั่นไหว พวกเขามาถึงเขตพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษของฐานทัพใต้ดินตระกูลอัครเดโช พื้นที่ที่ถูกขนานนามว่า 'สนามเพลาะแห่งความตาย' ที่นี่ไม่ใช่แค่ที่เก็บสินค้าเถื่อน แต่เป็นเขาวงกตที่เต็มไปด้วยกับดักสังหารและนักฆ่าระดับพระกาฬที่รอคำสั่งปลิดชีพผู้บุกรุกโดยไม่ถามไถ่
สิงห์ก้าวลงจากรถ ความเย็นของอากาศปะทะเข้ากับใบหน้าสวมหน้ากากครึ่งซีกของเขา เขาได้รับสัญญาณจากหูฟังบลูทูธ เสียงของลูกน้องคินรายงานเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก
“นายครับ... ประตูทางเข้าชั้นนอกถูกปิดตาย มีการวางเซนเซอร์ความร้อนดักไว้ทุกจุด พ่อของคุณสิงห์ไม่ได้มาคนเดียว เขายกพลกองกำลังพิเศษมาล้อมที่นี่ไว้หมดแล้ว!”
สิงห์เหลือบมองคินที่กำลังปลดล็อกอาวุธสงครามอย่างใจเย็น แววตาของคินไม่มีร่องรอยของความกลัว มีเพียงความตื่นเต้นที่สะท้อนอยู่ในแก้วตาคู่นั้น
“เราไม่ได้แฝงตัวเข้าไปเพื่อเจรจา” คินกล่าวพลางเหน็บปืนไว้ที่ต้นขา “เราเข้าไปเพื่อเปลี่ยนสนามเพลาะนี่ให้เป็นหลุมศพของพวกมัน... พร้อมไหม สิงห์?”
ทั้งคู่เคลื่อนตัวเข้าสู่ความมืดมิดของอุโมงค์คอนกรีตเสริมเหล็ก กลิ่นสนิมและกลิ่นเลือดเก่าๆ คลุ้งอยู่ในอากาศ สิงห์นำหน้าด้วยความเงียบเชียบ ทุกก้าวเดินผ่านเงาดำเขาสัมผัสได้ถึงสายตาของกล้องวงจรปิดที่จับจ้องมา แต่เขากลับเลือกที่จะไม่ทำลายมัน เขามองเห็นเงาร่างของชายฉกรรจ์สองคนเดินผ่านมาตามทางเดิน สิงห์ไม่ได้ชักปืน แต่เขากระโจนเข้าหาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ มือหนาคว้าคอคนหนึ่งทุ่มลงกับพื้น ก่อนจะใช้ศอกกระแทกเข้าที่ขมับจนหมดสติ อีกคนพยายามจะส่งสัญญาณเตือน แต่คินไวกว่า เขากระโดดข้ามกำแพงกั้นและใช้มีดเดินป่ากรีดผ่านลำคอของชายคนนั้นในจังหวะเดียว
เลือดอุ่นๆ กระเซ็นเปื้อนใบหน้าของสิงห์ เขานิ่งไปครู่หนึ่ง มองศพที่นอนกองอยู่แทบเท้า ความทรงจำในวัยเด็กที่เคยถูกพ่อสอนให้ยิงเป้ากระดาษฉายวาบเข้ามาในหัว แต่ตอนนี้เป้าหมายนั้นกลายเป็นเนื้อหนังมังสาของมนุษย์จริงๆ
“อย่าลังเล” คินขยับเข้ามาประชิดหลังสิงห์ มือหนาจับไหล่ของเขาไว้แน่น “ความแค้นที่มึงมีในใจน่ะ ปล่อยมันออกมาสิงห์... วันนี้ไม่มีใครตัดสินมึงได้นอกจากตัวมึงเอง”
พวกเขาทะลุผ่านโถงทางเดินชั้นที่สามมาได้ แต่นั่นกลับเป็นกับดัก ทุกประตูในโถงทางเดินขนาดใหญ่ปิดล็อกพร้อมกัน เสียงไซเรนเตือนภัยดังหวีดหวิวบาดแก้วหู ไฟในห้องดับลงเหลือเพียงแสงสีแดงวับวาบที่สาดส่องลงมา ท่ามกลางความกดดันนั้น เสียงที่สิงห์คุ้นเคยที่สุดในชีวิตก็ดังผ่านลำโพงของฐานทัพ
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะลูกรัก... แต่เสียใจด้วยที่งานฉลองครั้งนี้ พ่อไม่ได้เตรียมห้องนอนไว้ให้ มีแต่หลุมฝังศพที่ขุดรอไว้นานแล้ว”
ทันใดนั้น กำแพงฝั่งหนึ่งก็เปิดออก เผยให้เห็นกองกำลังติดอาวุธครบมือกว่าสามสิบชีวิตที่ยืนเรียงราย โดยมีชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบยืนถือปืนลูกซองอยู่ใจกลางกลุ่ม เขาคือคนที่เป็นทั้งต้นกำเนิดชีวิตและจุดเริ่มต้นของความเจ็บปวดทั้งหมดในชีวิตของสิงห์
คินกระซิบเสียงต่ำข้างหูสิงห์ขณะที่พวกเขากำลังถูกล้อม “ดูเหมือนท่านผู้มีเกียรติจะเตรียมตัวมาดีเกินคาดนะ... แต่ลืมไปหรือเปล่าว่าเขาลืมล็อกทางเข้าช่องระบายอากาศด้านบนน่ะ”
สิงห์เงยหน้าขึ้นมองตามที่คินบอก ก่อนจะพบว่าไม่ใช่ช่องระบายอากาศ แต่เป็นระเบิดที่คินแอบติดตั้งไว้ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในตึกเมื่อห้านาทีก่อน แรงระเบิดสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งอาคาร ฝุ่นควันคลุ้งตลบอบอวล คินกระชากแขนสิงห์ให้หลบเข้าหลังเสาเหล็ก แต่ก่อนที่พวกเขาจะทันได้โต้ตอบ เสียงลั่นไกปืนนัดแรกก็ดังขึ้นจากฝั่งของพ่อสิงห์
ทว่านัดนั้นไม่ได้พุ่งเข้าหาสิงห์ แต่มันพุ่งเข้าเป้าหมายที่อยู่ข้างหลังคิน... ใครบางคนที่แอบตามพวกเขามาตั้งแต่ต้น!
ร่างของชายในชุดดำคนหนึ่งล้มลงกองกับพื้น เลือดสีสดอาบพื้นปูน คินเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่แท้จริงของคนที่ถูกยิง “เป็นไปไม่ได้... มึงมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
คนที่นอนจมกองเลือดอยู่คือคนที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้วในเหตุการณ์หักหลังครั้งใหญ่ที่ฮ่องกง... และนั่นคือจุดที่ทำให้สิงห์ต้องตัดสินใจเลือกระหว่างคนที่เขารักที่สุด หรือคนที่เขารักมากที่สุด
ความลับที่ถูกฝังไว้กำลังจะถูกขุดขึ้นมาพร้อมกับคราบเลือดในคืนนี้ครับ...
หวังว่าตอนที่ 24 นี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนแทบหยุดหายใจ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปนะครับ ดาร์กไนท์จะรอทุกคนอยู่ที่เดิมครับ
Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน•ตอนที่ 24
สนามเพลาะแห่งความตาย
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!