“ถ้ามึงยังไม่หยุดสั่นกูจะตัดมือข้างที่ถือปืนนั่นทิ้งซะ เดี๋ยวนี้”
เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบดั่งคมมีดกรีดลงบนความเงียบของห้องโถงที่เต็มไปด้วยกลิ่นดินปืนและคาวเลือด สิงห์ไม่ได้หันกลับไปมองลูกน้องที่กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่ข้างหลัง ดวงตาคมกริบดุจสัตว์ป่าของเขากำลังจับจ้องไปยังภาพเบื้องหน้า—ฐานที่มั่นลับของพี่ชายคินที่เคยตั้งตระหง่านอย่างหยิ่งผยอง บัดนี้กลายเป็นเพียงซากปรักหักพังที่โอบล้อมไปด้วยเปลวเพลิงสีส้มฉาน
เสียงระเบิดดังกึกก้องสลับกับเสียงโครงสร้างเหล็กวิบัติลงมาเป็นระยะ มันไม่ใช่แค่การทำลายล้าง แต่มันคือการประกาศสงครามที่ไร้ความปรานี
“ยังจำเสียงของผมได้ไหม... คิน”
คำพูดนั้นยังคงก้องอยู่ในหัวของสิงห์ตั้งแต่วินาทีที่เขาได้ยินผ่านลำโพงสื่อสารเมื่อไม่กี่นาทีก่อน น้ำเสียงนั่น... มันทั้งคุ้นเคยและน่าสะอิดสะเอียนในเวลาเดียวกัน มันไม่ใช่เสียงของใครที่ไหน แต่มันคือเสียงของคนที่ควรจะตายไปนานแล้ว
“สิงห์ ออกไปจากตรงนี้เดี๋ยวนี้!”
เสียงตะโกนจากปลายสายหูฟังคือคิน เขาสามารถรับรู้ได้ถึงความร้อนรนที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในน้ำเสียงราบเรียบของชายผู้นี้ คินไม่ได้โกรธเพราะฐานที่มั่นพังทลาย แต่คินกำลังกลัว... กลัวว่าสิงห์จะกลายเป็นหมากตัวถัดไปที่ถูกกำจัดทิ้งในเกมนี้
สิงห์หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ ท่ามกลางบรรยากาศที่แผดเผาด้วยความร้อน เขาพ่นควันสีเทาจางออกมาพลางแค่นยิ้มที่มุมปาก “ทำไมต้องกลัวขนาดนั้นล่ะคิน นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าทุกอย่างในโลกใต้ดินนี้คือนายคุม... หรือว่าไอ้ ‘คนนั้น’ ที่นายเคยเล่าให้ฟัง มันคุมนายอยู่ตั้งแต่แรก”
“มึงไม่เข้าใจสิงห์! ออกมา!”
“กูไม่ไป” สิงห์ตัดบท เสียงของเขาหนักแน่นเหมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงบ่อน้ำลึก “ถ้ามันอยากได้ตัวกู มันต้องลงมาเอาเองที่นี่ ไม่ใช่ส่งลูกกระจ๊อกมาจุดไฟเผาบ้านคนอื่นแบบขี้ขลาดแบบนี้”
สิงห์ก้าวเท้าเดินเข้าหาศูนย์กลางของความพินาศ ร่างสูงโปร่งก้าวผ่านซากคอนกรีตที่ยังคงร้อนระอุ รองเท้าคอมแบทเหยียบย่ำลงบนเศษกระจกแตกละเอียด ทุกย่างก้าวของเขามั่นคงราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม เขาไม่ได้สนใจความตายที่รายล้อมอยู่รอบตัว สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวคือคำถามที่ว่า—ใครกันที่กล้าทำลายอาณาจักรของมาเฟียเก่าที่คินปกป้องไว้อย่างหวงแหนขนาดนี้?
ทันใดนั้น เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งวาบผ่านสายตาเขาไปในเงามืดของเสาต้นที่ยังเหลือรอด
สิงห์หยุดกะทันหัน ร่างกายขยับไหวด้วยสัญชาตญาณ เขาชักปืนกระบอกคู่ข้างกายออกมาประทับบ่าโดยไม่ต้องใช้ความคิด เสียงกลไกปืนดัง ‘กริ๊ก’ ดุจเสียงลั่นไกสังหาร
“ออกมา” สิงห์สั่ง น้ำเสียงของเขาทรงพลังพอที่จะทำให้ความวุ่นวายรอบข้างดูสงบลงชั่วขณะ “อย่าให้กูต้องเปลืองกระสุนกับพวกกระจอกที่ชอบซ่อนตัวอยู่ในเงามืด”
เงาดำนั้นหยุดนิ่ง ก่อนจะค่อยๆ ก้าวออกมาจากมุมมืด ร่างนั้นสูงโปร่งพอๆ กับสิงห์ สวมชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบที่ดูผิดที่ผิดทางกับซากปรักหักพังแห่งนี้ ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยความมืดมิด แต่ดวงตาที่จ้องมองมานั้น... มันคือดวงตาคู่เดียวกับสิงห์
“พี่...” สิงห์ครางแผ่ว ความทรงจำที่เขาพยายามฝังลึกที่สุดถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง
ชายผู้นั้นยิ้ม ยิ้มที่ดูใจดีแต่กลับแฝงความรู้สึกหนาวเหน็บเข้าถึงกระดูก “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะสิงห์... น้องชายที่น่าสงสารของพี่”
สิงห์กำปืนในมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเคียดแค้นและความสับสนตีรวนอยู่ในอก “มึงตายไปแล้ว... กูเห็นกับตาว่ามึงถูกฝังอยู่ในทะเลเพลิงเมื่อห้าปีก่อน!”
“ตาย? หึ...” ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ เดินเข้ามาใกล้โดยไม่เกรงกลัวปากกระบอกปืนที่สิงห์จ่อไว้ที่กลางหน้าผาก “ในโลกนี้ไม่มีใครตายจริงหรอกสิงห์ ตราบใดที่พวกมันยังมีความแค้นให้ล้าง... และสำหรับฐานที่มั่นของไอ้คินน่ะเหรอ? มันเป็นแค่ ‘ของเล่น’ ชิ้นแรกที่พี่ตั้งใจจะพังทิ้ง เพื่อให้มึงรู้ว่า ต่อจากนี้... ใครกันแน่ที่เป็นคนกุมชะตาชีวิตของมึง”
จังหวะที่สิงห์กำลังจะลั่นไก ชายคนนั้นกลับขยับตัวรวดเร็วดุจสายฟ้า มือหนาคว้าข้อมือสิงห์ไว้แน่นพร้อมกับกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังใจสั่นสะท้าน
“อยากรู้ไหมว่าทำไมคินถึงต้องเก็บมึงไว้ใกล้ตัวขนาดนั้น? ไม่ใช่เพราะรักหรอกสิงห์... แต่มันคือกุญแจ... กุญแจดอกเดียวที่คินใช้ปลดล็อกขุมทรัพย์ที่มึงเองก็ไม่เคยรู้ว่ามันอยู่ในสายเลือดมึงเอง”
ในวินาทีที่สิงห์กำลังจะสวนหมัดกลับไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนนับสิบก็ดังขึ้นล้อมรอบพวกเขาไว้ คินปรากฏตัวขึ้นจากกลุ่มควันด้วยสภาพที่สะบักสะบอม เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาเปื้อนคราบเลือดและเขม่าไฟ ดวงตาของคินเบิกกว้างเมื่อเห็นบุคคลที่ยืนประจันหน้ากับสิงห์
คินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าที่สุดเท่าที่สิงห์เคยได้ยินมา “ไอ้พี่เวร... มึงกลับมาทำไม!”
ชายในชุดสูทปล่อยข้อมือสิงห์แล้วหันไปหาคินด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ “กลับมาเพื่อทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของพี่ไงล่ะคิน... ทั้งอาณาจักรนี้ และ ‘สิงห์’ ของพี่ด้วย”
ทว่าก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัว แรงระเบิดครั้งสุดท้ายที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ก็ถล่มลงมากลางห้องโถง พื้นดินใต้เท้าของสิงห์สั่นสะเทือนรุนแรงจนเขาร่วงหล่นลงไปในช่องโหว่ของพื้นคอนกรีตที่ยุบตัวลงไปสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง ในห้วงสุดท้ายก่อนที่สติจะดับวูบ เสียงของคินที่ตะโกนชื่อเขาอย่างบ้าคลั่งคือสิ่งเดียวที่ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ก่อนที่ความเงียบงันจะเข้าครอบงำทุกอย่างอย่างสมบูรณ์
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับความเดือดระอุในครั้งนี้ และเตรียมใจไว้ให้ดีสำหรับตอนต่อไปนะครับ
ดาร์กไนท์ ครับ
Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน•ตอนที่ 41
การล่มสลายของมาเฟียเก่า
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!