"แกไม่ควรอยู่ที่นี่... พ่อ"
เสียงของสิงห์สั่นพร่าทว่าแฝงด้วยความเคียดแค้นที่ฝังรากลึกเกินกว่าจะถอนออก ร่างสูงกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนอยู่ใต้ผิวหนังที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการต่อสู้ ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงข้ามเขา—ชายผู้เป็นทั้งต้นกำเนิดและจุดจบของความสุขในชีวิต—ยังคงมีรอยยิ้มเดิม รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษและซ่อนความอำมหิตไว้ภายใต้สูทราคาแพง
คินไม่ได้ขยับตัวไปไหน เขายืนพิงกำแพงหินขรุขระ กอดอกมองสถานการณ์ด้วยสายตาสงบนิ่งประหนึ่งกำลังชมละครฉากหนึ่งที่ตัวละครกำลังจะตกลงไปในกับดักที่เขาสร้างไว้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็สังเกตเห็นถึงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ในแววตาของสิงห์
"ใจเย็นก่อนสิ สิงห์" คินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ามีอิทธิพลพอที่จะทำให้บรรยากาศในห้องคุมขังใต้ดินหนาวเหน็บลงทันที "แขกผู้มีเกียรติมาเยือนถึงที่ ทั้งยังเป็นคนใกล้ชิดของนายขนาดนี้ จะไม่ให้การต้อนรับหน่อยหรือไง?"
ผู้มาใหม่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าเหมือนกระดาษทรายถูกับโลหะ "ไม่ได้เจอกันนานนะเจ้าลูกชาย แกดู... โตขึ้นเยอะ แต่ก็ยังมีความดื้อรั้นที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเหมือนเดิม"
สิงห์ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายเตรียมพร้อมปะทะ แต่ทว่ามือข้างหนึ่งกลับถูกฉุดรั้งไว้ เป็นคินนั่นเองที่คว้าข้อมือเขาไว้ได้ทันท่วงที สัมผัสจากปลายนิ้วของคินไม่ได้นุ่มนวล ทว่ามันกลับส่งกระแสความร้อนแปลกประหลาดที่ทำให้สิงห์ชะงัก แรงบีบจากคินไม่ใช่การบังคับ แต่เป็นการดึงสติ
คินขยับกายเข้ามาซ้อนด้านหลังของสิงห์ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างใบหู ความใกล้ชิดที่อันตรายนี้ทำให้สิงห์เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"ถ้าแกทำอะไรวู่วามตอนนี้ ทุกสิ่งที่แกพยายามปกป้องมาตลอดจะพังทลายลงในพริบตา" คินกระซิบเบาๆ ราวกับเสียงของปีศาจที่กำลังเสนอข้อแลกเปลี่ยน "จำไว้ว่าที่นี่คือถิ่นของฉัน และฉันไม่มีวันยอมให้ใครมาทำลาย 'ของเล่น' ชิ้นโปรดของฉันไปต่อหน้าต่อตาหรอก"
คำว่า 'ของเล่น' อาจจะฟังดูแสลงหูสำหรับใครหลายคน แต่ในวินาทีนั้น สิงห์กลับสัมผัสได้ถึงความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น มันคือคำประกาศกร้าวว่าคินพร้อมจะยืนหยัดเป็นโล่และดาบให้กับเขา
สิงห์ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมอดไหม้ในอกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่แหลมคม เขาหันกลับไปสบตาคิน แววตาของนักสู้ใต้ดินที่เคยดุร้ายบัดนี้มีความลังเลและ... ความเชื่อใจซ่อนอยู่ลึกๆ สิงห์มองเห็นความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความโหดเหี้ยมในแววตาของชายตรงหน้า
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สิงห์ตัดสินใจทำสิ่งที่คาดไม่ถึง เขาคลายกำมือที่เกร็งแน่นออก ก่อนจะปล่อยให้มือของตัวเองกุมมือคินที่ยังจับข้อมือเขาไว้อยู่ มันเป็นการกระทำที่สั้นและแผ่วเบา แต่ในโลกที่ต้องฆ่าเพื่ออยู่รอด การเปิดเผยจุดอ่อนแบบนี้คือการมอบชีวิตให้แก่กันและกัน
คินชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้ามลายหายไป เหลือเพียงความตกตะลึงที่วาบผ่านเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุด—รอยยิ้มที่สิงห์ไม่เคยเห็นมาก่อน—มันเป็นรอยยิ้มท่ามกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและแรงกดดัน
"ดีมาก" คินพึมพำ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับชายวัยกลางคนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง "คุณคงได้ยินแล้วนะว่าลูกชายของคุณ... เขาไม่อยากคุยกับคุณ และผมก็คิดว่าการสนทนาของเราจบลงตั้งแต่คุณก้าวเข้ามาในนี้แล้ว"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ความกดดันจากคินแผ่ซ่านจนแม้แต่ผู้มาเยือนยังต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว ชายวัยกลางคนแค่นหัวเราะ ก่อนจะหยิบซองจดหมายสีเข้มขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อนอกแล้วโยนลงบนพื้น มันตกลงบนพื้นดินที่เย็นเฉียบราวกับจะประกาศสงครามครั้งใหม่
"ฉันจะรอวันที่แกหมดค่า แล้ววันนั้น... ฉันจะกลับมาทวงทุกอย่างคืน สิงห์ แกรู้นี่ว่าคนอย่างฉันไม่เคยปล่อยให้เหยื่อหลุดมือไปได้ง่ายๆ"
ร่างนั้นหันหลังกลับและก้าวเดินออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด คินยังคงจับมือสิงห์ไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยจนกระทั่งเสียงฝีเท้าของชายคนนั้นหายไปจากโถงทางเดิน
สิงห์หันกลับมามองใบหน้าของคินอย่างเต็มตา ความเงียบทำหน้าที่ของมันแทนคำพูด ความเข้าใจที่ก่อตัวขึ้นนั้นหนักแน่นเกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูดได้ คินค่อยๆ ปล่อยมือออก แววตาคู่คมยังคงจ้องมองสิงห์ด้วยความหมายที่ซ่อนเร้น
"นายเพิ่งเลือกข้างแล้วนะ สิงห์" คินเอ่ยเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปปัดเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของสิงห์อย่างแผ่วเบา "จากนี้ไป... นายไม่มีทางถอยหลังกลับไปได้อีกแล้ว"
สิงห์ไม่ได้หลบสายตา เขากลับเป็นฝ่ายที่ก้าวเข้าไปใกล้คินจนหน้าอกสัมผัสกัน "ฉันไม่เคยคิดจะถอยตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาในคลับนี้แล้ว... และถ้าการมีชีวิตอยู่กับนายคือการเดิมพัน ฉันก็พร้อมจะหมดตัวเพื่อมัน"
คินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทรงเสน่ห์และอันตรายดึงดูดให้สิงห์แทบจะหยุดหายใจ ทว่าในจังหวะที่หัวใจของพวกเขากำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงระเบิดตูมใหญ่ก็ดังขึ้นจากชั้นบนของคลับ พื้นห้องสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนฝุ่นปูนร่วงกราวลงมา
ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้ตั้งตัว เสียงไซเรนเตือนภัยก็ดังระงมไปทั่วทั้ง Underground ไฟในห้องดับวูบลงสนิท ทิ้งให้เหลือเพียงแสงไฟสีแดงฉานจากระบบสำรองที่กระพริบถี่ๆ ดุจดั่งจังหวะหัวใจที่เต้นรัว
สิงห์รีบคว้าแขนคินไว้ทันทีเมื่อเขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่คืบคลานเข้ามาในความมืด แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยอะไร ร่างของใครบางคนก็พุ่งเข้ามาจากความมืดพร้อมกับคมมีดที่สะท้อนแสงไฟเป็นประกายวับ
"คิน! ระวัง!"
สิงห์พุ่งตัวเข้าขวางหน้าคินทันที ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วแผ่นหลังพร้อมกับกลิ่นเลือดที่คละคลุ้งขึ้นมาทันใด คินเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนจะคว้าตัวสิงห์ไว้ในอ้อมแขนที่แข็งแกร่ง และในวินาทีที่สิงห์กำลังจะหมดสติไปนั้น เขาได้ยินเสียงกระซิบที่เย็นเยียบจากปากของคิน
"ใครที่กล้าแตะต้องตัวนายในวันนี้... จะไม่ได้เห็นตะวันขึ้นในวันพรุ่งนี้"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรอยยิ้มท่ามกลางสมรภูมิของทั้งคู่ในตอนนี้นะครับ
ดาร์กไนท์
Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน•ตอนที่ 39
รอยยิ้มท่ามกลางสมรภูมิ
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!