กลิ่นคาวเลือดจางหายไปจากอากาศแล้ว แต่ร่องรอยความเสียหายบนผนังคอนกรีตเปลือยยังคงฟ้องชัดถึงศึกนองเลือดเมื่อคืนก่อน เศษปูนที่กะเทาะร่วงลงมาเคลือบอยู่บนพื้นพรมราคาแพงราวกับเกล็ดปลาตาย ด้านนอก คลับ Underground ปิดทำการชั่วคราวเพื่อซ่อมแซมโครงสร้าง แต่ภายในห้องทำงานส่วนตัวชั้นใต้ดินสุดลึก บรรยากาศกลับยิ่งอึดอัดและเงียบงันเสียยิ่งกว่าหลุมศพ
"นายกำลังทำให้ฉันเสียเวลา, สิงห์"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความสลัว คินนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม นิ้วเรียวยาวคีบแก้วคริสตัลที่มีของเหลวสีอำพันกลิ้งไหวตามจังหวะข้อมือ สายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนจดจ้องร่างของอีกฝ่ายที่ยืนพิงเสาเหล็กอยู่อีกมุมห้อง แสงไฟนีออนสีส้มสลัวสาดกระทบไหล่กว้างและรอยแผลเป็นใหม่สดบนท่อนแขนของสิงห์ มันคือร่องรอยจากคมกระบี่ของพวกนอกแถวที่บุกเข้ามาเมื่อคืน
สิงห์ไม่ตอบ เขายังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินทราย ดวงตาดุร้ายคู่นั้นกวาดมองคราบเลือดบนเสื้อเชิ้ตสีเข้มของตัวเอง ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับเจ้าของคลับ ความเงียบระหว่างพวกเขามีน้ำหนักมากพอที่จะบดขยี้กระดูกคนได้
"ความสงบสุขชั่วคราวมันไม่ได้มีราคาถูกหรอกนะ" คินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข มีเพียงความเยือกเย็นที่แฝงไว้ด้วยพิษร้าย เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงสง่าก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว รองเท้าหนังส่งเสียงกระทบพื้นปูนดังสะท้อนก้อง "นายคิดว่าฆ่าพวกมันหมดแล้วเรื่องจะจบงั้นหรือ? สิงห์... ปัญหามันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก"
สิงห์ขยับตัวเล็กน้อย กล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าตึงเกร็งโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณนักสู้ใต้ดินเตือนภัยล่วงหน้า แม้พวกเขาจะเพิ่งผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าความไว้วางใจจะเกิดขึ้นในโลกมืดแห่งนี้ โลกที่ไม่มีมิตรแท้ มีเพียงผลประโยชน์และคนที่พร้อมจะแทงข้างหลังได้ทุกเมื่อ
"ฉันไม่ได้ขอให้แกมาช่วย" สิงห์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าและเย็นชาจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง "และฉันก็ไม่ได้ต้องการความสงบสุขบ้าบออะไรนั่นด้วย"
คินหยุดยืนห่างจากสิงห์เพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายเฉพาะตัวของอีกฝ่าย—กลิ่นบุหรี่ราคาแพงผสมกับกลิ่นอับชื้นของใต้ดิน—ลอยมาแตะจมูก คินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาของเจ้าของคลับพินิจพิเคราะห์ทุกตารางนิ้วบนใบหน้าเรียบเฉยของนักสู้หนุ่มราวกับกำลังประเมินราคาของมีค่าที่อยากครอบครองไว้แต่เพียงผู้เดียว
"ปากดีเหลือเกินนะ... ทั้งที่แผ่นหลังของนายเกือบจะพรุนไปหมดแล้ว" คินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลอย่างอันตราย นิ้วเรียวยื่นออกไปแตะรอยแผลบริเวณหัวไหล่ของสิงห์แผ่วเบา จงใจไล้ปลายนิ้วผ่านรอยฟกช้ำจนอีกฝ่ายต้องสะดุ้งเฮือกและถอยหลังไปชนเสาเหล็ก "จำไว้, สิงห์... ทุกรอยแผลบนตัวนายตอนนี้ เป็นของฉัน ตั้งแต่เมื่อคืนที่นายเลือกจะยืนอยู่ข้างหลังฉันแล้ว"
สิงห์ปัดมือของคินออกอย่างไม่ไยดี ดวงตาดุร้ายฉายแวววาวด้วยความไม่พอใจ แต่หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะอย่างน่ารำคาญ ปมในใจเรื่องการถูกหักหลังโดยครอบครัวยังคงฝังรากลึก ทำให้เขาหวาดกลัวการผูกพันและการตกเป็นเบี้ยล่างของใคร แต่กับคิน... ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ต้องการให้เขาเป็นเบี้ย คินต้องการให้เขาเป็นโซ่ตรวน
"อย่าล้ำเส้น, คิน" สิงห์ขู่ลอดไรฟัน มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"เส้นเหรอ?" คินยิ้มมุมปาก ยิ่งเห็นอีกฝ่ายแสดงอาการต่อต้าน เขากลับยิ่งรู้สึกสนุกราวกับกำลังเล่นเกมล่าสัตว์ที่เหยื่อวิ่งหนีได้น่าตื่นเต้น "ในโลกใต้ดินนี้ไม่มีเส้นแบ่งหรอก สิงห์ มีแต่คนที่แข็งแกร่งพอจะขีดมันขึ้นมาใหม่... และนายก็รู้ดีว่า ตอนนี้เรายืนอยู่บนฝั่งเดียวกันแล้ว"
ทั้งคู่ยืนจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ร้อนรุ่มและอันตรายยิ่งกว่าสนามประลอง ความเหนื่อยล้าจากสงครามเมื่อคืนผสานเข้ากับความตึงเครียดในปัจจุบัน ทำให้สงครามประสาทครั้งนี้สูบฉีดพลังงานในร่างกายของทั้งสองคนจนแทบระเบิด
ก่อนที่สิงห์จะได้ตอบโต้อะไร เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง—จังหวะที่ถูกกำหนดไว้สำหรับเรื่องคอขาดบาดตายเท่านั้น
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
คินขมวดคิ้วเล็กน้อย ความหงุดหงิดฉายชัดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยเสมอ เขาดึงสายตากลับจากสิงห์แล้วหันไปมองประตูเหล็กหนาที่ปิดสนิท "เข้ามา"
ประตูกลอนหมุนเปิดออก ลูกน้องคนสนิทของคินก้าวเข้ามาด้วยใบซีดเผือด หอบหายใจราวกับเพิ่งวิ่งหนีตายมาไกล มือข้างที่ถือแท็บเล็ตสั่นเทาเล็กน้อยจนสังเกตเห็นได้
"นายครับ..." ลูกน้องคนนั้นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเหลือบมองสิงห์แวบหนึ่งด้วยความหวาดหวั่น "ระบบรักษาความปลอดภัยรอบนอก... ถูกเจาะแล้วครับ และไม่ใช่ฝีมือของพวกแก๊งเก่าที่เราเพิ่งจัดการไป"
สิงห์หรี่ตาลงทันที สัญชาตญาณนักสู้ตื่นตัวเต็มพิกัด เขาก้าวเข้ามาประชิดข้างคินโดยอัตโนมัติอย่างไร้รอยต่อ
"แล้วมันเป็นฝีมือใคร?" คินเอ่ยถาม น้ำเสียงเยือกเย็นลงจนติดลบ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างทันที
ลูกน้องกลืนน้ำลายเหนียวหนืดอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันสนิท
"คนจากตระกูล... ที่นายหนีมาครับ"
ดวงตาของสิงห์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เพียงเสี้ยววินาที—ก่อนที่แววตาดุร้ายจะถูกแทนที่ด้วยประกายไฟแห่งความแค้นที่ถูกจุดขึ้นใหม่อีกครั้งอย่างบ้าระห่ำ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน•ตอนที่ 43
บทเรียนราคาแพง
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!