กลิ่นคาวเลือดจางๆ ยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและแอลกอฮอล์ชั้นดีภายในห้องพักส่วนตัวชั้นใต้ดินของคลับ Underground ดวงตาของสิงห์ยังคงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เพียงเสี้ยววินาที—ก่อนที่แววตาดุร้ายจะถูกแทนที่ด้วยประกายไฟแห่งความแค้นที่ถูกจุดขึ้นใหม่อีกครั้งอย่างบ้าระห่ำ
ความเงียบงันภายในห้องกว้างนับร้อยตารางเมตรกดทับจนแทบได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจ ร่างสูงโปร่งของคินขยับตัวเล็กน้อย แสงไฟนีออนสลัวสีแดงฉานสาดส่องลงบนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น—รอยยิ้มที่มักจะซ่อนคมมีดไว้เบื้องหลังเสมอ นิ้วเรียวยาวคีบมวนบุหรี่ที่ปลายมอดไหม้ ควันสีเทาลอยวนขึ้นสู่เพดาน ก่อนที่เจ้าตัวจะพ่นมันออกมาอย่างเชื่องช้า
"นายดูสนใจข่าวเมื่อครู่นี้เป็นพิเศษนะ สิงห์"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด คินจ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ในขณะที่สิงห์ยังคงยืนนิ่งรากับรูปปั้นหินสลัก กล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าไหวระริกตามแรงอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายใน
สิงห์ไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาคมกริบจดจ้องไปยังหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะกระจก ภาพวิดีโอวงจรปิดจากโกดังสินค้าทางตอนเหนือของเมืองแสดงให้เห็นร่องรอยการกวาดล้างที่สะอาดหมดจด ไม่มีศพ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ มีเพียงสัญลักษณ์รูป 'กางเขนกลับหัว' ที่ถูกพ่นด้วยสีดำสนิทไว้บนผนัง—สัญลักษณ์ที่เขาจำได้ขึ้นใจ สัญลักษณ์ขององค์กรลับที่พรากทุกอย่างไปจากครอบครัวของเขา และที่สำคัญที่สุด... มันคือสัญลักษณ์เดียวกับที่พี่ชายแท้ๆ ของเขาเคยเข้าไปพัวพันก่อนจะหายตัวอย่างไร้ร่องรอย
"มันไม่ได้บังเอิญหรอกครับ คิน" สิงห์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน "คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้... กำลังเคลื่อนไหวเข้าใกล้เราทุกที"
คินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูรื่นรมย์ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดเช่นนี้ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวน่ากลัวขึ้นไปอีก เขาวางมวนบุหรี่ลงบนที่เขี่ย ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ร่างของสิงห์ทีละน้อย จนระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบ
"แล้วยังไงล่ะ?" คินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ทุกอณูบนใบหน้าของคนตรงข้าม "นายคิดจะวิ่งออกไปแก้แค้นให้พี่ชายโง่ๆ คนนั้นด้วยตัวคนเดียวอีกแล้วงั้นเหรอ สิงห์? ลืมไปแล้วหรือไงว่าโลกใต้ดินแห่งนี้... ใครคือผู้คุมกฎ"
"ฉันไม่ได้ขอให้ใครมาคุม!" สิงห์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคินอย่างไม่เกรงกลัว แรงปะทะทางอารมณ์ระหว่างคนทั้งสองรุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวคล้ายจะร้อนระอุ "เรื่องนี้มันเกี่ยวกับครอบครัวฉัน! เกี่ยวกับไอ้สารเลวที่ทำลายทุกอย่าง!"
"ครอบครัว?" คินทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน แต่มุมปากกลับกระตุกขึ้นเล็กน้อย มือหนายื่นออกไปคว้าคอเสื้อของสิงห์ไว้แน่น ออกแรงดึงเข้ามาประชิดตัวจนอกชนอก "นายยังกล้าเรียกไอ้พวกทรยศนั่นว่าครอบครัวอีกเหรอ สิงห์? จำไม่ได้หรือไงว่าใครเป็นคนผลักนายตกนรกส่งให้มาอยู่ตรงนี้ จำไม่ได้หรือไงว่าพี่ชายแสนดีของนายมันขายแม้กระทั่งวิญญาณของตัวเองให้ใคร!"
คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลเก่า สิงห์ชะงักไปชั่วขณะ ร่างกายแข็งทื่อ ความทรงจำอันเจ็บปวดจากการถูกหักหลังโดยสายเลือดเดียวกันไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก แต่แทนที่จะอ่อนแอลง ประกายไฟแห่งความแค้นกลับลุกโชนยิ่งกว่าเดิม เขายกมือขึ้นควחוข้อมือของคินที่กำคอเสื้อตนไว้แน่น บีบมันด้วยแรงมหาศาลจนเส้นเลือดปูดโปน
"ปล่อย..." สิงห์คำรามในคอ เสียงต่ำลึกอันตราย "อย่าเอาเรื่องนั้นมาพูดเล่น"
คินไม่สะทกสะท้านต่อแรงบีบที่เกือบจะทำให้กระดูกข้อมือแหลกสลาย รอยยิ้มบนใบหน้าของเจ้าพ่อคลับ Underground ยิ่งกว้างขึ้น แววตาฉายประกายความพึงพอใจอย่างโรคจิตที่ได้เห็นสิงห์ระเบิดอารมณ์ออกมา
"ฉันไม่ได้พูดเล่น..." คินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและเย็นเยียบขึ้นจนน่าขนลุก "เพราะสิ่งที่นายกำลังตามหา... มันไม่ได้อยู่แค่ในความทรงจำหรือในวิดีโอพวกนั้นหรอกนะ สิงห์... คนขององค์กรนั้นมันส่งสาส์นมาถึงนายแล้วต่างหาก"
สิงห์ขมวดคิ้วแน่น "แกหมายความว่ายังไง?"
ก่อนที่คินจะได้เอ่ยคำตอบใดออกมา เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งชั้นใต้ดิน ไฟนีออนสีแดงดับวูบลงเหลือเพียงแสงไฟสำรองสีส้มกะพริบถี่ๆ บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นการเตรียมพร้อมทำสงครามในเสี้ยววินาที
ประตูกระจกนิรภัยหน้าห้องพักถูกกระแทกอย่างแรงจากด้านนอก ร่างของลูกน้องคนสนิทของคินพุ่งเข้ามาด้วยสภาพสะินทสะทอน เสื้อผ้าขาดวิริดและมีบาดแผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่ เลือดสดๆ ไหลอาบย้อมพื้นพรมราคาแพงจนเป็นทางยาว
"นายครับ! ระบบป้องกันรอบคลับถูกแฮกทั้งหมด... มีคนบุกรุกเข้ามา!" ลูกน้องคนนั้นละล่ำละลักรายงานด้วยความตื่นตระหนก "พวกมัน... พวกมันไม่ได้มาแค่คนเดียว!"
คินหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มระรื่นหายวับไปจากใบหน้า เหลือเพียงความเยือกเย็นอันตรายของนักล่า เขาดันตัวสิงห์ออกเบาๆ ก่อนจะหยิบปืนพกสั้นเก็บเสียงที่ซ่อนอยู่ใต้วิทยุสื่อสารขึ้นมาตรวจสอบกระสุนอย่างคล่องแคล่ว
"ดูเหมือนแขกไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่คิดสินะ" คินพูดเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความตื่นตัวระดับสูงสุด
สิงห์ไม่พูดพร่ำทำเพลง มือหนาคว้าท่อนเหล็กยาวเกือบเมตรที่วางอยู่มุมห้องขึ้นมาควงในมืออย่างคุ้นเคย สัญชาตญาณนักสู้ใต้ดินตื่นเต็มที่ กล้ามเนื้อทุกมัดพร้อมปะทะ ความแค้นเรื่องพี่ชายและองค์กรลึกลับถูกพับเก็บไว้ชั่วคราวเพื่อรับมือกับภัยคุกคามตรงหน้าที่กำลังพังประตูก้าวเข้ามา
ทว่า ในจังหวะที่ประตูห้องกำลังจะถูกพังทลายลงด้วยแรงกระแทกจากด้านนอก หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่แสดงภาพวงจรปิดรอบอาคารก็เกิดสัญญาณรบกวน ภาพที่เคยเป็นความมืดของทางเดินกลับเปลี่ยนเป็นภาพใบหน้าของใครบางคน—ใบหน้าที่สิงห์ไม่มีวันลืมตลอดชีวิต
ใบหน้าของคนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน... พี่ชายแท้ๆ ของเขาเอง
ดวงตาในจอภาพจ้องตรงมาที่กล้อง ราวกับกำลังมองทะลุเข้ามาในห้อง และส่งยิ้มให้สิงห์ผ่านหน้าจอ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำและแหบแห้งจะดังผ่านลำโพงระบบรักษาความปลอดภัยของห้องเข้ามาอย่างชัดเจน
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... น้องรัก เกมเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน•ตอนที่ 44
เงาที่ตามหลอกหลอน
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!