Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน•ตอนที่ 10

สนามรบใหม่

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
"อย่าคิดแม้แต่จะขยับตัวหนี เพราะถ้าเธอทำแบบนั้น... คืนนี้คงจบลงด้วยเลือด ไม่ใช่แชมเปญ" เสียงทุ้มต่ำของคินกระซิบอยู่ข้างใบหู ในขณะที่มือหนาของเขารัดแน่นเข้าที่เอวสอบของสิงห์ แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงจนน่าเกลียด แต่มันหนักแน่นและชัดเจนพอที่จะบอกให้รู้ว่า ‘นี่คือพันธนาการ’ สิงห์กัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นรอยนูน เขาเกลียดสัมผัสนี้ เกลียดไอความร้อนจากร่างกายอีกฝ่ายที่แทรกซึมผ่านเสื้อสูทเนื้อดีเข้ามา แต่เขากลับขยับไม่ได้... ไม่ใช่เพราะกลัวตาย แต่เพราะสายตาของแขกเหรื่อในงานเลี้ยงระดับวีไอพีกลางหุบเขาแห่งนี้กำลังจับจ้องมาที่พวกเขาเป็นตาเดียว งานเลี้ยงที่นี่ไม่ใช่ปาร์ตี้ธรรมดา แต่มันคือ ‘สังเวียนของหน้ากาก’ พื้นที่ที่ลูกหลานตระกูลมาเฟียและนักธุรกิจสีเทามาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์บนกองเศษซากของศีลธรรม "ถอดแว่นตานั่นออกซะ" คินสั่งพลางยื่นมือมาแตะขอบแว่นกันแดดของสิงห์อย่างถือวิสาสะ สิงห์คว้าข้อมือเขาไว้ทันควัน สายตาดุดันราวกับเสือได้รับบาดเจ็บจ้องเขม็งไปที่ดวงตาสีเทาคู่สวยแต่ไร้ความปรานีของอีกฝ่าย "มึงกำลังเล่นเกมบ้าอะไร คิน? พาตัวกูมาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่" คินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง เขาโน้มตัวลงไปกระซิบชิดริมฝีปากของสิงห์จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินบนผิวแก้ม "เพื่อประกาศให้พวกมันรู้ไง... ว่าหมาป่าที่เคยเป็นอิสระตัวนี้ ตอนนี้มีเจ้าของแล้ว และเจ้าของคนนั้นก็คือฉันคนเดียว" สิงห์แค่นยิ้มหยัน "กูไม่ใช่สมบัติของใคร โดยเฉพาะมึง" "งั้นเหรอ?" คินผละออกมาเล็กน้อย ก่อนจะกวาดสายตาคมกริบมองไปยังชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มที่เดินตรงเข้ามาทางพวกเขา ชายคนนั้นคือ 'ศิลา' อดีตพี่ชายต่างสายเลือดที่หักหลังสิงห์จนทำให้เขาต้องระหกระเหินมาที่นี่ สิงห์ตัวแข็งทื่อขึ้นมาทันที "ถ้าไม่ใช่อย่างที่พูด ก็ลองยืนนิ่งๆ ดูสิ" คินกระซิบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "ดูว่าพี่ชายใจดีของเธอ จะจำน้องชายที่ถูกเขาสั่งเก็บได้ไหม" ความกดดันถาโถมเข้าใส่สิงห์ราวกับพายุ คินไม่ได้แค่พาเขามาออกงาน แต่กำลังฉีกหน้ากากที่เขาพยายามสวมไว้เพื่อซ่อนตัวจากการตามล่า สิงห์กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความเจ็บปวดช่วยเรียกสติให้เขากลับมาโฟกัสกับความจริงตรงหน้า คินจงใจหยิบเอาอดีตที่เขาฝังไว้ขึ้นมาเล่นงานต่อหน้าคนทั้งงาน "ไอ้คิน!" ศิลาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา ใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับแฝงไปด้วยความระแวง ก่อนจะเบนสายตามายังคนข้างกายคิน "นี่ใคร? เด็กใหม่ของแกงั้นเหรอ? หน้าตาคุ้นๆ นะ" บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันที เหมือนคนทั้งห้องกำลังกลั้นหายใจเพื่อรอฟังคำตอบ สิงห์สัมผัสได้ถึงแรงบีบจากมือของคินที่เอวของเขา มันไม่ใช่การรั้งไว้ แต่มันคือการเตือน... เตือนว่าถ้าสิงห์หลุดปากอะไรออกมา ผลที่ตามมาจะไม่ใช่แค่ความตาย แต่คือการล่มสลายของทุกอย่างที่เขายังพอเหลืออยู่ คินเอียงคอเล็กน้อยก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนที่เห็นต้องเต้นผิดจังหวะ "คนสำคัญครับพี่ศิลา... คนที่ผมจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง แม้แต่เงาของเขา ผมก็ไม่ยอมให้ใครขโมยไป" ศิลาหรี่ตาลง มองสิงห์ด้วยสายตาสำรวจเหมือนกำลังวิเคราะห์ชิ้นเนื้อในเขียง สิงห์พยายามคุมลมหายใจให้เป็นปกติ เขาซ่อนความสั่นไหวไว้ใต้ท่าทีเย็นชา แม้ภายในใจจะเต็มไปด้วยคำถามว่าทำไมคินถึงทำแบบนี้ และจุดประสงค์ที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ "งั้นเหรอ..." ศิลาแค่นหัวเราะ ก่อนจะหยิบแก้วแชมเปญที่พนักงานเดินผ่านมาเสิร์ฟ "ถ้าสำคัญขนาดนั้น ก็รักษาไว้ให้ดีล่ะ เพราะของบางอย่างในโลกมืดนี้... ยิ่งหวงมากเท่าไหร่ มันยิ่งเป็นเป้าหมายที่น่าทำลายมากเท่านั้น" คำพูดของศิลาทิ้งท้ายไว้เหมือนคำสาปแช่ง คินไม่ได้ตอบโต้ แต่เขากลับดึงสิงห์ให้แนบชิดขึ้นอีกจนแผ่นหลังของสิงห์แนบไปกับแผงอกแกร่ง สิงห์รู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบของบางอย่างที่เสียดสีอยู่ที่สะโพก เขาชะงักไปเล็กน้อย คินพกปืน... และเขากำลังกดมันไว้ที่จุดยุทธศาสตร์ของสิงห์ "ใจเย็นๆ สิครับ" คินกระซิบเบาๆ ราวกับรู้ทันความคิด "อย่าเพิ่งรีบขัดขืน ตอนนี้พวกเขากำลังดูอยู่" เมื่อศิลาเดินห่างออกไป คินจึงลากสิงห์เข้าไปในมุมมืดของระเบียงชั้นบนที่มองลงมาเห็นทั้งงานเลี้ยง เสียงเพลงแจ๊สบรรเลงแผ่วเบาตัดกับความตึงเครียดในอากาศ คินผลักสิงห์ให้ติดกับราวระเบียง ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างกักขังเขาไว้ในพื้นที่แคบๆ "มึงต้องการอะไรกันแน่?" สิงห์เค้นเสียงถาม แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวแม้แต่นิด "การที่มึงลากกูไปเผชิญหน้ากับมัน ไม่ใช่เรื่องที่คนรักสงบเขาทำกันแน่ๆ" "ฉันไม่เคยบอกว่าฉันเป็นคนรักสงบ" คินขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน "ฉันคือคนที่ชอบเกมชิงไหวชิงพริบ และฉันก็ต้องการให้เธอเป็นคนเดินหมากตัวสำคัญที่สุดในกระดานของฉัน" "ถ้ากูไม่เล่นล่ะ?" "เธอไม่มีสิทธิ์เลือกหรอก สิงห์" คินใช้นิ้วชี้เชยคางอีกฝ่ายขึ้นมา แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาที่มองคู่แข่ง แต่มันคือสายตาของนักล่าที่พบเหยื่อที่ถูกใจที่สุด "เพราะคนอย่างเธอ... ยิ่งดื้อเท่าไหร่ ฉันยิ่งอยากเห็นตอนที่เธอยอมจำนนแทบเท้าฉันมากเท่านั้น" สิงห์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและขื่นขม "มึงมันบ้าไปแล้ว" "ใช่... ฉันอาจจะบ้า" คินยอมรับอย่างหน้าตาเฉย ก่อนจะลดมือลงมาที่ท้ายทอยของสิงห์ บีบเบาๆ อย่างย่ามใจ "บ้าพอที่จะประกาศสงครามกับทุกคนที่มีชื่อในบัญชีดำของตระกูลเธอ เพียงเพราะฉันอยากครอบครองเธอแค่คนเดียว" ในจังหวะที่สิงห์กำลังจะอ้าปากสวนกลับ แสงไฟจากโซนด้านล่างก็ดับวูบลงพร้อมกับเสียงกริชที่กรีดผ่านความเงียบ ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนจำนวนมากจะดังขึ้นจากทั้งสองฝั่งของระเบียง คินชะงักไปเล็กน้อย แววตาที่เคยเย่อหยิ่งเปลี่ยนเป็นความระมัดระวังในฉับพลัน "ดูเหมือนว่า... จะมีคนไม่ได้รับเชิญมาร่วมงานซะแล้ว" คินพูดพลางดึงสิงห์เข้ามาหลบหลังตัวเขาอย่างรวดเร็ว สิงห์ขมวดคิ้ว เขาสังเกตเห็นเงาร่างของคนที่เพิ่งก้าวออกมาจากเงามืดของบันไดวน ชายร่างสูงในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกปิดบังด้วยหน้ากากเหล็ก แต่สิ่งที่ทำให้สิงห์ต้องเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจ คือตราประทับที่ข้อมือของชายคนนั้น... มันคือตราของกลุ่มองค์กรที่ฆ่าครอบครัวของเขาเมื่อหลายปีก่อน "คิน... นั่นมัน..." สิงห์เสียงสั่นโดยไม่รู้ตัว คินชักอาวุธข้างกายออกมาทันที สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันอย่างที่สิงห์ไม่เคยเห็นมาก่อน "ไม่ต้องห่วง... คืนนี้ไม่ว่าใครจะมา แต่มันจะไม่ได้แตะต้องตัวเธอแน่นอน" ชายในหน้ากากเหล็กหยุดยืนนิ่ง ก่อนจะชี้ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงขึ้นมาตรงหน้าพวกเขา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่บิดเบือนผ่านเครื่องแปลงเสียง "ท่านไม่ได้มารับแค่คนทรยศกลับไป... แต่ท่านมารับตัว 'กุญแจ' ที่พวกแกแย่งชิงไปตั้งนานแล้ว" ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางในโลกสีเทาของสิงห์และคินนะครับ หวังว่าตอนถัดไปจะทำให้ทุกท่านลุ้นจนวางไม่ลง ดาร์กไนท์จะเขียนให้สุดฝีมือครับ!
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%