Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน•ตอนที่ 5

เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
เสียงเคาะกระจกสามครั้งดังขึ้นราวกับค้อนที่ตอกลงบนลิ่มเลือด นิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมและทรงพลังพอกที่จะหยุดยั้งลมหายใจของคนในห้องให้ขาดห้วง สิงห์ไม่ขยับเขยื้อน ร่างหนาในชุดเสื้อกล้ามสีดำชุ่มเหงื่อตึงเกร็งขึ้นทันที สัญชาตญาณดิบเถื่อนของนักสู้ใต้ดินกรีดร้องเตือนภัยในโสตประสาท มือขวาของเขาเลื่อนลงกุมด้ามมีดพับเล่มเก่งในกระเป๋าคาร์โก้อย่างเป็นธรรมชาติ ขณะที่ดวงตาดุร้ายราวกับพยัคฆ์บาดเจ็บหันไปจ้องเขม็งยังเงาสูงโปร่งที่ทาบทับอยู่หลังผ้าม่านสีขาวบางเบานั้น "อย่าขยับ" เสียงกระซิบต่ำลึกหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของคิน เจ้าของคลับผู้เยือกเย็นไม่แม้แต่จะชายตามองหน้าต่าง เขายืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีโบราณ แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับให้ใบหน้าคมคายดูลึกล้ำและอันตรายยิ่งขึ้น ทว่าความนิ่งสนิทของคินไม่ได้แปลว่าไร้การป้องกัน นิ้วเรียวยาวของอีกฝ่ายกำลังกุมด้ามปืนพกสั้นเก็บเสียงไว้มั่นใต้ชายเสื้อสูท *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* มันไม่ใช่เสียงเคาะขออนุญาต แต่มันคือการประกาศตัวของ "ผู้ล่า" อีกคนที่ก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขต ผ้าม่านโปร่งถูกปัดให้เปิดออกด้วยปลายนิ้วเรียวยาวของใครบางคน ลมราตรีที่พัดกรรโชกเข้ามาวูบหนึ่งพาเอาความเย็นยะเยือกของค่ำคืนใจกลางเมืองหลวงเข้าปะทะผิวเนื้อ ชั้นสามของตึกนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับปีศาจ... หรือฆาตกรที่เชี่ยวชาญการไตรรั้ว ไต่โครงเหล็ก และแรงโน้มถ่วงของโลก ร่างของชายหนุ่มในชุดแจ็คเก็ตหนังสีดำสนิทก้าวล้ำเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ ราวกับเงาที่หลุดรอดมาจากความมืดมิด ใบหน้าใต้ฮู้ดถูกเงาบังจนเห็นเพียงรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน กลิ่นอายของความตายและควันบุหรี่ราคาแพงลอยคละคลุ้งตัดกับกลิ่นอปอโลนของคินและกลิ่นเหงื่อไคลของสิงห์ทันที "แขกไม่ได้รับเชิญมักจะมีอายุสั้นในคลับของฉัน... นายไม่รู้เหรอ, เซน" คินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายตาคมปลาบที่วับวาดด้วยความหงุดหงิดระคนระแวง เซนหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายความเงียบงันที่บีบคั้นก่อนหน้านี้ให้แหลกละเอียด เขาถอดฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจางๆ บริเวณขากรรไกร และดวงตาพราวระยับที่มองตรงมายังสิงห์—เปรียบเสมือนหมาป่าตัวใหม่ที่กำลังสำรวจอาณาเขตของจ่าฝูง "อายุสั้นเหรอ? แต่ฉันว่าคนที่ยืนอยู่ข้างๆ นายต่างหากที่จะทำให้อาณาจักรของคินพังทลายลงในไม่ช้า" เซนก้าวเท้าเข้ามาใกล้โดยไม่สนใจรัศมีอันตรายที่สิงห์แผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบของเขากวาดมองสำรวจรอยฟกช้ำและหยาดเหงื่อบนเรือนร่างของสิงห์ด้วยความหมายบางอย่างที่อ่านไม่ออก "จริงไหม... สิงห์ อดีตหมาล่าเนื้อแห่งตระกูลบูรพาพงศ์" ชื่อสกุลนั้นหลุดออกมาเหมือนใบมีดที่กรีดลงบนแผลเก่า สิงห์รู้สึกได้ถึงกระแสเลือดที่พุ่งพล่านขึ้นมาที่ขมับ แววตาดุร้ายเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างจงใจ ร่างกายของเขาพุ่งเข้าประชิดตัวเซนด้วยความเร็วสูงชนิดที่ตาเปล่าแทบมองไม่ทัน มีดพับในมือถูกดีดเปิดออกพร้อมจ่อเข้าที่หลอดลมของอีกฝ่ายในเสี้ยววินาที "หุบปากซะ ก่อนที่ฉันจะควักลิ้นแกออกมา" เสียงของสิงห์ต่ำทุบและสั่นเทาด้วยแรงแค้น ความเงียบสงบที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงจิตสังหารที่แผ่พุ่งจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง เซนไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขายังคงยิ้มเยาะ แม้คมมีดจะจ่ออยู่ห่างจากผิวเนื้อเพียงมิลลิเมตรเดียว ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะชนกันในระยะประชิดที่อันตรายถึงชีวิต "แรงดีนี่... สมกับที่ไอ้คินมันสนใจนักหนา" เซนกระซิบเสียงพร่า เยาะเย้ย "แต่นายรู้ไหมสิงห์ ว่าไอ้คนที่ยืนมองพวกเราอยู่ข้างหลังเนี่ย... มันคือคนที่ซื้อสัญญาหนี้ทั้งหมดของครอบครัวนายไว้ ตั้งแต่แรก... ก่อนที่นายจะรู้ตัวเสียอีก" สิงห์ชะงัก ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างกายที่กำลังพุ่งทะยานหยุดนิ่งค้างกลางอากาศ สมองประมวลผลคำพูดนั้นอย่างเชื่องช้าราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่ขั้วหัวใจ เขากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ช้าๆ... ช้าๆ... ก่อนจะค่อยๆ หันขวับกลับไปมองเจ้าของห้องที่ยืนอยู่หลังโต๊ะทำงาน คินยังคงนิ่งสนิท ใบหน้านั้นไร้รอยยิ้ม ไร้ความตกใจ มีเพียงแววตาสีดำสนิทที่สะท้อนภาพของสิงห์—แววตาที่เต็มไปด้วยความลับ ความกระหาย และการครอบครองที่ปิดไม่มิด ในวินาทีนั้น กำแพงน้ำแข็งที่สิงห์พยายามสร้างขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจที่แตกสลายมาตลอดหลายปีพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า ความใกล้ชิดในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ เมื่อครู่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความเร่าร้อนของสัญชาตญาณ แต่มันคือกับดักที่ถูกถักทอขึ้นอย่างแยบยลโดยปีศาจที่ชื่อคิน "จริงเหรอ..." สิงห์เค้นเสียงถาม คมมีดในมือสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความจริงที่ตบเข้าที่หน้าอย่างจัง "แก... เป็นคนทำลายครอบครัวฉันตั้งแต่แรกงั้นเหรอ, คิน" คินไม่ตอบ เขาก้าวเดินช้าๆ ออกมาจากหลังโต๊ะทำงาน ฝีเท้าที่มั่นคงเข้าใกล้สิงห์ทีละก้าว จนกระทั่งร่างสูงใหญ่ของทั้งคู่ยืนประจันหน้ากันในระยะห่างเพียงคืบ กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านจนเซนต้องถอยฉากออกไปยืนกอดอกยิ้มมุมปากมองดูละครฉากใหญ่ มือเรียวยายของคินยื่นออกมาอย่างไม่เกรงกลัวคมมีด ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะลงที่ข้อมือของสิงห์ ออกแรงบีบเบาๆ แต่หนักแน่น บังคับให้มีดพับเล่มนั้นลดระดับลง แนบชิดติดกับอกข้างซ้ายของคินเอง—ตำแหน่งที่หัวใจกำลังเต้นเป็นจังหวะหนักหน่วง "ใช่... ฉันเป็นคนทำลายมัน" คินกระซิบชิดริมหูของสิงห์ เสียงนั้นแหบพร่า ทว่าดุดันและจริงจังจนน่ากลัว "เพราะถ้าครอบครัวพวกมันไม่ทอดทิ้งนาย... นายก็คงเป็นแค่หมาจรจัดที่ไม่มีวันได้ก้าวเข้ามาในโลกของฉัน สิงห์... นายไม่มีวันเป็นอิสระจากฉันได้ตั้งแต่แรกแล้ว" หัวใจของสิงห์กระแทกกระทั้นซี่โครงอย่างบ้าคลั่ง ความโกรธเกรี้ยวพุ่งชนกับความปรารถนาอันมืดมนที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาในเวลาเดียวกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่ผสานกันในความเงียบงันที่บีบคั้นจนแทบขาดใจ กำแพงสุดท้ายระหว่างผู้ล่าและเหยื่อพังทลายลงโดยสมบูรณ์ ทิ้งไว้เพียงความใกล้ชิดที่อันตรายถึงชีวิต ทว่า ก่อนที่สิงห์จะทันได้ตอบสนองต่อคำสารภาพนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของคินก็แผดเสียงกรีดร้องทำลายบรรยากาศ คินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ เขาดึงมือถือขึ้นมาเหลือบมองหน้าจอเพียงแวบเดียว ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะหรี่ลงด้วยความตื่นตัวระดับสูงสุด หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์นิรนาม พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอหลัก: *"ทีมกวาดล้างเข้าถึงชั้นใต้ดินแล้ว... เกมโอเวอร์, คิน"* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดและจังหวะหัวใจที่บีบคั้นนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - ดาร์กไนท์
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%