"มึงกล้าเหยียบเข้ามาเหรอ... ไอ้สาส..."
เสียงกระซิบที่ลอดผ่านไรฟันของคินแหบพร่าและเต็มไปด้วยพิษสง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่จนบรรยากาศในห้องวีไอพีชั้นใต้ดินของคลับ *Pulse* หนักอึ้งราวกับอากาศถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น แก้ววิสกี้ในมือของเจ้าของคลับสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว—แต่เป็นเพราะความเดือดดาลระดับร้อยจุดแปดที่กำลังแผดเผาขั้วหัวใจ
แต่ท่ามกลางความตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดเป็นเศษเนื้อนั้น กลับมีร่างหนึ่งที่นิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินทราย
สิงห์ยืนอยู่ตรงมุมเงาของห้อง ดวงตาคมกริบสีสนิมเหล็กเบิกกว้างขึ้น ร่างกายทั้งร่างแข็งทื่อราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตจนเส้นประสาทชาดิก เลือดในกายที่เคยเดือดพล่านด้วยสัญชาตญาณนักสู้ กลับเย็นเฉียบลงฉับพลันจนรู้สึกชาไปถึงปลายนิ้ว ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่ฝังกลบไว้ใต้ซากปรักหักพังของครอบครัวผุดวาบขึ้นมาในหัว สมองของเขาหมุนวนย้อนกลับไปในคืนนรกแตกวันนั้น—คืนที่บ้านทั้งหลังถูกเผาราบเป็นจุล คืนที่เสียงกรีดร้องของมารดาถูกกลืนหายไปกับเปลวเพลิง และใบหน้าของไอ้สารเลวที่ยืนหัวเราะอยู่ท่ามกลางความพินาศ
*ใช่... หน้ามัน*
สิงห์จำรอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่หางคิ้วข้างนั้นได้แม่นยำ มันคือรอยแผลที่ถูกฝากรอยประทับไว้ด้วยความโหดเหี้ยม และตอนนี้... มันกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา ห่างกันไม่ถึงห้าก้าว
ผู้ชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัด สวมสูทสีเข้มราคาแพงที่ดูขัดกับแววตาเจ้าเล่ห์เพทุบาย กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาจากตัวของมันเอง ชายคนนั้น—เป้าหมายที่ตำรวจใต้ดินตามล่ามาแรมปี และเป็นเหยื่อล่อที่คินกำลังจะขยี้ให้แหลกคาเท้า—กลับมีชื่ออยู่ในรายชื่อเครือข่ายลับขององค์กรที่คินดูแลอยู่
“ใจเย็นน่า... คิน” เสียงทุ้มต่ำติดจะแห้งแล้งของผู้มาเยือนเอ่ยขึ้น มันไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวต่อปืนที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อสูทของเจ้าถิ่นเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายวัยกลางคน “กูไม่ได้มาเพื่อเป็นศัตรกับมึง... กูมาเพื่อ 'ข้อเสนอ' ที่ทำให้มึงปฏิเสธไม่ลงต่างหาก”
คินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีแต่ความอำมหิตที่พร้อมจะฉีกกระชากเป้าหมายเป็นชิ้นๆ เขาก้าวเข้าไปหาชายคนนั้นทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม ปลายรองเท้าหนังขัดมันกระทบพื้นห้องวีไอพีจนเกิดเสียงก้องกังวาน บีบเค้นหัวใจของทุกคนในห้องให้เต้นระรัว
“ข้อเสนอเหรอ?” คินทวนคำ เสียงของเขาต่ำลึกจนน่ากลัว “มึงคิดว่าชีวิตหมาๆ ของมึง มีค่าพอจะแลกกับอะไรในอาณาจักรของกูวะ?”
“ชีวิตกูอาจจะไม่มีค่า...” ชายคนนั้นหันสายตาไปมองรอบห้อง ก่อนที่ดวงตาคู่คมปลาบจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของสิงห์ที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่มุมห้อง มุมปากของมันกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม “...แต่ถ้าเป็นความลับเกี่ยวกับไอ้คนที่มึงเก็บไว้ข้างกายล่ะ? หรือว่า... มึงยังไม่รู้ว่าไอ้เด็กนี่มันซ่อนเบื้องหลังอะไรไว้?”
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางกบาลของสิงห์ ลมหายใจของเขาติดขัด ภาพความทรงจำที่พยายามลืมเลือนพรั่งพรูเข้ามาจนสมองแทบระเบิด มือหนากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้า irc เนื้อฝ่ามือ เลือดสีสดซึมออกมาตามง่ามนิ้ว แต่ความเจ็บปวดทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดในอกที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง
คินชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่สิงห์ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าผู้มาเยือนด้วยแววตาที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม
“มึงกำลังเล่นเกมที่มึงไม่มีวันชนะ...” คินพูดเสียงเย็นเยียบ พลางเอื้อมมือไปแตะด้ามปืนที่เหน็บอยู่ที่เอว “และกูเกลียดพวกที่ชอบรูดซิปปากพูดมาก่อนตายที่สุด”
“ฮึ... มึงคิดว่ากูมาคนเดียวเหรอคิน?” ชายคนนั้นหัวเราะในลำคออย่างผู้เหนือกว่า มันก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวพร้อมกับยกมือขึ้นเชิงยอมแพ้ แต่รอยยิ้มบนใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความมั่นใจที่น่าขนพองสยองเกล้า “ถ้ากูไม่กลับออกไปภายในสิบนาทีนี้... เอกสารทั้งหมดที่เชื่อมโยง 'ธุรกิจสีเทา' ของมึงกับคดีฆาตกรรมตระกูลเมื่อสิบปีก่อน จะถูกส่งตรงถึงมือตำรวจสากลทันที... และที่สำคัญที่สุด มึงจะได้รู้ว่าใครคือคนที่สั่งเผาบ้านของไอ้เด็กสิงห์คนนี้ด้วยซ้ำ!”
สิ้นคำพูดนั้น อุณหภูมิในห้องวีไอพีก็ดิ่งฮวบลงจนแทบติดลบ
สิงห์รู้สึกราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน หูของเขาอื้ออึง ดวงตาสนิมเหล็กแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและคำถามนับร้อยที่ตีรวนอยู่ในอก เขาพุ่งพรวดออกจากมุมมืดราวกับพายุทอร์นาโด มือหนาคว้าคอเสื้อของชายวัยกลางคนผู้นั้นกระชากเข้ามาใกล้จนหน้าชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวของทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างดุเดือด
“มึงว่าไงนะ...!” สิงห์เค้นเสียงคำรามลอดไรฟัน ร่างกายสั่นเทิหมดด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่ “ใคร... ใครเป็นคนสั่ง? พูดออกมา!!”
ชายคนนั้นไม่แม้แต่จะสะดุ้งกลัว มันแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียมใส่หน้าสิงห์ ดวงตาคู่เล็กหรี่ลงอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน
“อยากรู้ไหมล่ะ... ว่าคนที่ฆ่าพ่อแม่มึง... นั่งอยู่ที่ไหนในตอนนี้?”
ทว่า... ก่อนที่สิงห์จะได้งื้อมือกดหมัดลงไปบนใบหน้าอัปลักษณ์นั้น เสียงคลิกเบาๆ ของนกสับปืนที่ถูกดึงขึ้นก็ดังขึ้นสะท้านโสตประสาท ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบจ่อเข้าที่ขมับของชายวัยกลางคนทันที—ไม่ใช่ปืนของสิงห์ และไม่ใช่ปืนของคิน
แต่เป็นปืนของ 'บอดีการ์ด' คนสนิทของคินที่ยืนเฝ้าประตูอยู่ด้านนอก ซึ่งตอนนี้... มันหันปากกระบอกปืนมาทางคินและสิงห์ด้วยแววตาที่ว่างเปล่าอย่างไร้ความรู้สึก!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความมืดด้วยกันครับ — ดาร์กไนท์
Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน•ตอนที่ 7
ความลับใต้เงาจันทร์
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!