"กลิ่นคาวเลือดที่ติดตัวนายมาเจ็ดปี... วันนี้มันจางจนแทบไม่ได้กลิ่นแล้วนะ สิงห์"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องพักชั้นบนสุด คินไม่ได้มองหน้าคนที่นั่งอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม เขาเพียงแต่รินกาแฟสีดำสนิทลงในแก้วเซรามิกราคาแพง ควันสีขาวลอยกรุ่นขึ้นปะทะกับแสงไฟสลัวยามวิกาล บรรยากาศรอบตัวไม่ได้มีกลิ่นอายของสนามประลองใต้ดินที่คลาคล่ำไปด้วยกลิ่นเหงื่อ ฝุ่นปูน และสนิมเหล็กอีกต่อไปแล้ว เหลือเพียงกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดที่อบอวลอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของเจ้าพ่อแห่ง Underground
สิงห์นิ่งเงียบ ดวงตาคมดุจเสือดาวมองต่ำไปยังมือหนาของตัวเองที่วางอยู่บนตัก มือคู่นี้ที่เคยใช้กำหมัดชกหน้าคู่ต่อสู้จนกระดูกแตกละเอียด มือคู่นี้ที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของศัตรูและเลือดของตัวเองมาค่อนชีวิต วันนี้มันว่างเปล่า ไม่มีรอยแผลใหม่ ไม่มีเศษคราบสีแดงเข้มฝังอยู่ตามซอกเล็บเหมือนทุกค่ำคืนที่ผ่านมา
ความเงียบก่อตัวขึ้นอย่างเชื่องช้า แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดเหมือนยามที่พวกเขาต้องระแวงซึ่งกันและกันในสังเวียน มันเป็นความเงียบที่แปลกประหลาด... ความเงียบที่สร้างความสั่นคลอนให้กับหัวใจด้านชาของนักสู้ผู้ไม่เคยเชื่อใจใคร
สิงห์เงยหน้าขึ้น สบตากับคินที่เดินถือแก้วกาแฟเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ของเจ้าของคลับหยุดยืนตรงหน้า รัศมีอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวคินยังคงคมกริบไม่เคยเปลี่ยน แต่ในขณะเดียวกัน มันกลับมีพื้นที่บางเบาที่ยอมให้สิงห์ได้หายใจอย่างเต็มปอด
"นายตั้งใจจะเปลี่ยนฉันให้กลายเป็นคนอื่นหรือไง... คิน" สิงห์เอ่ยเสียงแหบพร่า ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ความรู้สึกภายในอกมันปั่นป่วนจนยากจะอธิบาย
คินย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกันกับคนที่นั่งอยู่ มุมปากหยากระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหมายในเชิงคุกคาม แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ชนะที่ได้ครอบครองสิ่งที่ล้ำค่าที่สุด
"เปล่าเลย สิงห์" คินวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า ก่อนจะยื่นมือออกไป ปลายนิ้วเรียวยาวแตะเบาๆ ที่สันจรามคมคายที่มีรอยแผลเป็นจางๆ ของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ "ฉันไม่ได้เปลี่ยนนาย... ฉันแค่กำลังล้างโคลนตมที่พวกมันสาดใส่ร่างกายนายออกต่างหาก เพื่อให้นายได้รู้ว่า... ภายใต้รอยเลือดเหล่านั้น นายมีค่ามากกว่าการเป็นแค่เครื่องจักรสังหารในกรงเหล็ก"
สัมผัสอุ่นๆ จากปลายนิ้วของคินทำให้สิงห์ชะงัก ร่างกายที่เคยตื่นตัวและพร้อมจะปะทะตลอดเวลาเผลอเกร็งขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่น่าแปลกที่ครั้งนี้... เขากลับไม่ถอยหนี กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวคินลอยเข้ามาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่เริ่มคุ้นชินเสียจนน่ากลัว
เจ็ดปีที่ผ่านมา สิงห์ถูกสอนให้มองโลกผ่านความเจ็บปวด การเอาชีวิตรอด และการทรยศหักหลัง ครอบครัวแท้ๆ ยังถีบส่งเขาลงมาในขุมนรกเพื่อแลกกับเงินตรา คินคือคนที่เหยียบย่ำเขาลงไปให้ลึกที่สุดในวันแรกที่ก้าวเข้ามาใน Underground แต่ในขณะเดียวกัน คินก็คือคนเดียวที่ดึงเขากลับขึ้นมา ปลดโซ่ตรวนที่ข้อมือออกทีละเส้น แม้ว่าโซ่เส้นใหม่ที่คินนำมาคล้องไว้ จะไม่ใช่เหล็กกล้าที่บาดเนื้อ... แต่มันคือสายใยที่มองไม่เห็น ซึ่งรัดตรึงหัวใจของเขาไว้แน่นหนายิ่งกว่า
"นายใจดีกับฉันเกินไป มันไม่เหมือนคนที่ชื่อคินเลยสักนิด" สิงห์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดุจเสือดาวไหววับอย่างซับซ้อน
"ความใจดีมีไว้สำหรับคนที่ฉันสนใจเท่านั้น และสำหรับนาย..." คินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นปะทะเข้าที่ข้างแก้ม เสียงกระซิบต่ำรอดไรฟันดังขึ้นอย่างชัดเจนในความเงียบ "นายไม่ใช่แค่คนๆ นั้น... นายคือสิ่งเดียวที่ฉันยอมควักหัวใจออกมาวางไว้บนโต๊ะเดิมพัน"
หัวใจของสิงห์กระตุกวูบ จังหวะการเต้นในอกรัวเร็วขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ มันไม่ใช่ความกลัว ไม่ใช่สัญชาตญาณการเอาตัวรอด แต่มันคือความหวั่นไหวที่รุนแรงเสียยิ่งกว่าการโดนหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา สิงห์ไม่เคยรู้จักคำว่า 'บ้าน' หรือ 'ความปลอดภัย' สำหรับเขาแล้ว โลกใบนี้มีแต่ผู้ล่ากับผู้ถูกล่า แต่ในคืนนี้... ณ วินาทีนี้ ร่างกายที่ไร้คราบเลือดของเขากำลังนั่งอยู่ท่ามกลางความปลอดภัยที่สร้างขึ้นจากปีศาจที่ชื่อคิน ปีศาจที่โอบกอดเขาไว้ในความมืดมิดและมอบอิสรภาพจอมปลอมที่หอมหวานที่สุดให้
มือหนาของสิงห์ยกขึ้น ตั้งใจจะผลักอกอีกฝ่ายให้ออกห่างเพื่อเรียกสติ แต่ปลายนิ้วกลับเปลี่ยนทิศทางโดยไม่รู้ตัว มันไปหยุดอยู่ที่ปกเสื้อเชิ้ตสีดำของคิน ออกแรงกำผ้าเนื้อดีนั้นไว้แน่นราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่จะสลายหายไปเมื่อแสงตะวันมาถึง
คินมองการกระทำนั้นด้วยแววตาพึงพอใจ มือใหญ่วางทับลงบนหลังมือของสิงห์ที่ขยุ้มเสื้อของตนไว้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือถ่ายทอดเข้าหากันอย่างเชื่องช้า ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาอีก มีเพียงเสียงลมหายใจที่ประสานกันในความเงียบงัน
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังลุ่มลึกและเปราะบางที่สุด เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—มันไม่ใช่การเคาะเพื่อขออนุญาต แต่มมันคือสัญญาณเตือนภัยที่คุ้นเคย
คินขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นในพริบตา เขายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ปล่อยมือจากสิงห์แล้วหันไปมองประตูห้องที่ปิดสนิท
"เข้ามา" คินเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจ
ประตูกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออกอย่างเงียบเชียบ ร่างของลูกน้องคนสนิทก้าวเข้ามาด้วยสีหนซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายตามขมับ แม้จะเป็นคนจิตแข็งผ่านศึกมาโชกโชน แต่สภาพของเขากลับดูตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
"นายครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว" ลูกน้องคนนั้นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเหลือบมองสิงห์แวบหนึ่งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น "คนที่พวกเราคิดว่าตายไปแล้วในเหตุการณ์เมื่อเจ็ดปีก่อน... ตอนนี้มันอยู่ที่ชั้นใต้ดินของคลับเราครับ และมันกำลังถามหา... สิงห์"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันทีราวกับติดลบ สติของสิงห์ตื่นตัวขึ้นเต็มพิกัด ดวงตาคมดุจเสือดาวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความทรงจำสีเลือดที่พยายามฝังกลบมาตลอดเจ็ดปีพรั่งพรูย้อนกลับมาในสมองราวกับคลื่นพายุ
คินหันกลับมามองสิงห์ช้าๆ มุมปากที่เคยหยักยิ้มเมื่อครู่กลับเรียบสนิทเป็นเส้นตรง แววตาอันตรายวาวโรจน์ขึ้นด้วยความกرุ่นโกรธที่ถูกจุดชนวน
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะครับ ดาร์กไนท์จะพาคุณไปดิ่งลึกสู่ก้นบึ้งของความระทึกในตอนต่อไปครับ
Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน•ตอนที่ 48
รสชาติของอิสรภาพ
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Heartbeat Overload: สเต็ปคลั่งรักนายมาเฟียหลังสังเวียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!