เซ็นเตอร์แบ็คหน้าตายกับยัยนิตยสารมหาลัยสายเหวี่ยง•ตอนที่ 3

ปากดีไม่มีใครเกิน

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
เสียงประตูกระจกบานใหญ่ของห้องชมรมสื่อสิ่งพิมพ์ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงกระแทกพอสมควร จนบานพับส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด รินรดาที่กำลังงละวันอยู่กับการตรวจแก้บล็อกบทความบนหน้าจอแท็บเล็ตถึงกับต้องสะดุ้งเงยหน้าขึ้นด้วยความหงุดหงิด ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววไม่สบอารมณ์ทันทีที่เห็นร่างสูงโปร่งของน้องปีหนึ่งยืนหอบหายใจโยนตัวอยู่ตรงกรอบประตู "พี่ริน ประธานสโมสรเรียกตัวด่วนครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" คำประกาศนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวรินรดาดิ่งวูบลงทันที เธอถอนหายใจยาวเหยียดจนหน้าอกกระเพื่อมไหว วางสไตลัสลงบนโต๊ะไม้เสียงดังปั้ง "เรื่องใหญ่อะไรอีกย่ะ ตาตั้ม? หรือว่า งบจัดพิมพ์นิตยสารฉบับหน้าโดนตัดอีกรอบ?" "ไม่ใช่เรื่องงบครับ... แต่เป็นเรื่อง 'คน' ครับ" ตั้มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ทางสโมสรนักศึกษาเพิ่งอนุมัติโปรเจกต์พิเศษ 'Campus Star & Sport' ที่ต้องทำสกู๊ปเจาะลึกนักกีฬาตัวท็อปของมหาลัย แล้วประธานเพิ่งจับฉลากสายงาน... พี่รินต้องรับหน้าที่ประกบทำโปรไฟล์สัมภาษณ์พิเศษตัวเต็งบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยครับ" รินรดาขมวดคิ้วแน่นจนแทบจะผูกกันเป็นปม เธอยกมือขึ้นกอดอก ท่าทางเอาเรื่องเริ่มปรากฏชัดบนใบหน้าเนียนใส "แล้วมันเรื่องใหญ่ตรงไหน? ก็แค่สัมภาษณ์นักกีฬา หว่านล้อมสวยๆ หยอดคำชมสักสองสามประโยค นิตยสารยอดขายก็พุ่งกระฉูดแล้วนี่" "เอ่อ..." ตั้มทำหน้าเหเก L-shape "ปัญหาคือ... คนที่พี่รินต้องไปทำสกู๊ปด้วย ไม่ใช่ใครที่ไหนครับ... คือพี่กันต์กวี เซ็นเตอร์แบ็คและกัปตันทีมบาสเกตบอลคนนั้นครับ" ชื่อนั้นทำให้รินรดาชะงักไปชั่วขณะ ภาพใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้านิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน ปราศจากรอยยิ้มและไร้ซึ่งความยืดหยุ่นใดๆ ลอยเข้ามาในหัวทันที กันต์กวี... ผู้ชายที่ขึ้นชื่อเรื่องความปากหนัก เย็นชา และเกลียดสื่อมวลชนยิ่งกว่าอะไรดี ผู้ชายที่เคยปฏิเสธการให้สัมภาษณ์นิตยสารมหาลัยมาแล้วถึงสามครั้งสามคราด้วยประโยคสั้นๆ ว่า *'ผมมาเล่นกีฬา ไม่ได้มาเป็นดารา'* รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยประกายวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย "หึ... นึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้ก็แค่ไอน้ำแข็งขั้วโลกคนนั้นสินะ ได้... ในเมื่อเขาอยากเล่นเกมซ่อนหากับสื่อนักนัก ฉันนี่แหละจะไปกระชากหน้ากากความอีโก้สูงนั่นออกมาให้ดูเอง!" สิบนาทีต่อมา รินรดาในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับศอกกับกระโปรงทรงเอเข้ารูป ก้าวฉับๆ ตรงไปยังโรงยิมในร่มของมหาวิทยาลัยด้วยฝีเท้าที่หนักแน่นราวกับจะประกาศสงคราม เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นยางสนามบาสดังเป็นจังหวะก้าวร้าว ท่ามกลางสายตาของเหล่านักกีฬาในทีมที่กำลังซ้อมกันอย่างดุเดือด ลูกบาสเกตบอลสีส้มกระแทกแป้นดังปังๆ สลับกับเสียงรองเท้าเสียดสีกับพื้นสนาม แต่นั่นไม่ได้ดึงดูดสายตาของบรรณาธิการสาวตัวจิ๋วเท่ากับร่างสูงใหญ่ที่กำลังเลี้ยงลูกหลบผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามด้วยความเร็วและคล่องแคล่วว่องไวราวกับเสือชีตาร์ กันต์กวีในชุดเสื้อกล้ามสีดำชุ่มเหงื่อ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหัวไหล่และแผงอกที่สมส่วนตามแบบฉบับนักกีฬาอาชีพ ดวงตาคมกริบใต้กรอบหน้าได้รูปมองตรงไปที่ห่วงบาสก่อนจะกระโดดลอยตัวขึ้นสูงแล้วยัดลูกบาสลงห่วงอย่างทรงพลัง เสียงตาข่ายสะบัดดังรวบเป็นสัญญาณของการทำแต้มที่เด็ดขาด รินรดายืนกอดอกอยู่ข้างสนาม มองภาพนั้นด้วยแววตาเรียเฉย แม้ในใจจะยอมรับลึกๆ ว่าผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์เหลือร้ายยามอยู่บนสนาม แต่ทว่า อีโก้และความเย็นชาของเขามันช่างน่าหมั่นไส้เสียจนเธอทนไม่ไหว เมื่อเสียงนกหวีดหมดเวลาซ้อมดังขึ้น กันต์กวีใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับเหงื่อตามลำคอหนา ก่อนจะหันมาปะทะสายตากับร่างบางที่ยืนขวางทางเดินอยู่ตรงมุมสนามพอดี รินรดาก้าวเข้าไปหาด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ส่งรอยยิ้มการค้าที่เคลือบด้วยยาพิษไปให้ "สวัสดีค่ะคุณกัปตัน ฉันรินรดา บรรณาธิการนิตยสารมหาลัย คงจำกันได้นะ เพราะฉันส่งอีเมลขอสัมภาษณ์คุณไปสามรอบแล้ว แต่คุณคงยุ่งจนไม่มีเวลาแม้แต่จะกดปุ่ม 'ลบ' ทิ้งสินะถึงได้ปล่อยให้มันรกกล่องข้อความ" กันต์กวีหยุดฝีเท้า ดวงตาสนเท่ห์คมกริบกวาดตามองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเรียบนิ่ง ไร้ซึ่งความสะทกสะท้านใดๆ เขายกผ้าขนหนูพาดบ่า น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาเรียบๆ ชนิดที่เกือบจะเรียกว่าการกระซิบ แต่กลับทรงพลังพอดึงดูดความสนใจของทุกคนในบริเวณนั้น "ถ้าอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ผมแนะนำให้ไปลงเรียนคอร์สปรับพื้นฐานใหม่... ผมบอกชัดเจนแล้วว่าไม่รับสัมภาษณ์" คำพูดที่ปราศจากความเกรงใจนั้นทำเอารินรดาถึงกับเลือดขึ้นหน้า ความมั่นใจที่พกมาเต็มเปี่ยมถูกสะบัดทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ก่อนจะสวนกลับทันควันด้วยน้ำเสียงเฉียบคมไม่แพ้กัน "โอ้โห! วาจารuษ์คมคายสมกับเป็นนักกีฬาทีมชาติเกรดเอเลยนะคะคุณกวี! คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลหรือยังไง ถึงได้เที่ยวปฏิเสธคนอื่นเขาไปทั่วโดยไม่สนใจว่าคนอื่นเขาต้องทำงานหลังขดหลังแข็งแค่ไหนเพื่อหาคอนเทนต์ดีๆ มาขับเคลื่อนมหาลัยแห่งนี้!" กันต์กวีหรี่ตาลงเล็กน้อย ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาโดยไม่ทันให้ตั้งตัว ความกดดันจากส่วนสูงที่ต่างกันเกือบฟุตและกลิ่นอายความดุดันแบบผู้ชายทำให้รินรดาต้องเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ แต่เธอก็ฝืนยืนหยัดสบตาเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว "คุณเรียกว่านี่คือ 'คอนเทนต์ดีๆ' งั้นเหรอ?" กันต์กวีโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้ยหยันชัดเจน "คอนเทนต์ของคุณมันก็แค่การเขียนเรื่องไร้สาระ ขุดคุ้ยเรื่องส่วนตัวของคนอื่น บิดเบือนประเด็นเพื่อเรียกเรตติ้งและยอดไลก์ราคาถูกๆ บนโลกโซเชียล... ผมไม่จำเป็นต้องเอาเวลาซ้อมบาสมีค่าของผม ไปแลกกับคำถามไร้สาระของคนที่แยกแยะไม่ออกระหว่าง 'การรายงานข่าว' กับ 'การเสือกเรื่องชาวบ้าน' หรอกนะ" เพล้ง! เหมือนมีกระจกใสบางๆ แตกละเอียดอยู่ในอก รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ ความโกรธเกรี้ยวพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความเจ็บใจที่ถูกดูถูกวิชาชีพที่เธอรักและทุ่มเททำมาตลอด "นี่คุณ! พูดให้มันน้อยๆ หน่อยนะ!" รินรดาชี้หน้าเขาอย่างเหลืออด น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความโมโห "คุณเอาสิทธิ์อะไรมาตัดสินงานของฉัน! งานของฉันมันขับเคลื่อนเสียงสะท้อนของนักศึกษา แต่งานของคุณมันก็แค่การวิ่งไล่จับลูกบอลกลมๆ ไปวันๆ เพื่อสนองตัณหาความอยากเอาชนะของตัวเองเท่านั้นแหละ! ถ้าไม่มีพวกเราคอยโปรโมท คอยสร้างกระแสให้ คุณก็เป็นแค่เด็กผู้ชายตัวโตที่วิ่งไล่เตะบอลไปวันๆ ไม่มีใครจำชื่อได้ด้วยซ้ำ!" ความเงียบสงบเข้าปกคลุมทั่วทั้งโรงยิมชั่วขณะ บรรดานักกีฬาคนอื่นๆ ต่างพากันกลืนน้ำลายและถอยกรูดออกไปห่างๆ เพราะสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวกัปตันทีม กันต์กวีไม่ได้โกรธตามที่คาดไว้ ใบหน้าหล่อเหลากลับนิ่งสนิทลงไปอีก ดวงตาคมคายจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังลุกเป็นไฟของรินรดา เขานิ่งเงียบไปนานราวกับกำลังประเมินอะไรบางอย่าง ก่อนจะโน้มใบหน้ากระซิบชิดริมหูของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "อยากได้คอนเทนต์นักใช่ไหม..." กันต์กวีผละออกมาช้าๆ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้อบอุ่นแต่มันช่างอันตรายและเจ้าเล่ห์เสียจนน่ากลัว "พรุ่งนี้เจอกันตีห้าที่สนามซ้อมกลางแจ้ง... ถ้าคุณทนความ 'ไร้สาระ' ของเด็กวิ่งไล่ลูกบอลคนนี้ได้จนครบโปรแกรมฝึกโหดของผม... ผมจะยอมให้คุณสัมภาษณ์ทุกเรื่องที่คุณอยากรู้... แม้แต่เรื่องใต้เตียงก็ยังได้" พูดจบ กันต์กวีก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย ปล่อยให้รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางสนาม พร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวระรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอกด้วยความแค้นปนความสั่นไหวแปลกประหลาด รินรดากัดริมฝีปากแน่น กำหมันชูขึ้นไล่หลังร่างสูงใหญ่ที่เดินลับหายเข้าไปในห้องพักนักกีฬาอย่างมาดมั่น *ให้มันรู้ไปสิ ว่ายัยรินรดาคนนี้จะสยบไอน้ำแข็งขั้วโลกนี่ไม่ได้!* เธอกำลังจะหันหลังเดินกลับเพื่อไปเตรียมแผนรับมือสำหรับนรกยามเช้าในวันพรุ่งนี้ ทว่า... เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของใครบางคนที่ยืนดักรออยู่ตรงทางออกก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน "คิดเหรอครับ ว่าคุณจะรอดออกไปจากเกมนี้ได้ง่ายๆ... คุณบรรณาธิการคนสวย" รินรดาชะงักกึก เธอค่อยๆ หันกลับไปมองตามต้นเสียง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนประหลาดใจ เมื่อพบกับร่างสูงโปรดของรุ่นพี่ปีสี่ ประธานสโมสรนักศึกษาที่หายตัวไปเมื่อครู่ กำลังยืนพิงกรอบประตูพร้อมรอยยิ้มปริศนาที่ซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้... ความลับที่กำลังจะเปลี่ยนเกมทั้งหมดไปตลอดกาล! *** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินปนความเดือดในตอนนี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นเตอร์แบ็คหน้าตายกับยัยนิตยสารมหาลัยสายเหวี่ยง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%