กลิ่นคาวสนิมเหล็กและซากเน่าสลายของอณูอินทรีย์ลอยอวลปะปนกับกลิ่นไอน้ำฝนในโพรงถ้ำลึก ดับสิ้นซึ่งความสดชื่นของป่าเบญจพรรณเบื้องบน เหลือไว้เพียงความกดอากาศต่ำที่กดทับลงบนโสตประสาทจนหูอื้ออึง
"กลิ่นนี้... ไม่ใช่ซากสัตว์ป่าทั่วไปหรอกครับ ดร.อคิน"
รตท.สิงหาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงสลัวจากไฟฉายคาดหัวของเขาที่กวาดสำรวจผนังหินแกรนิตเบื้องหน้า น้ำเสียงของอดีตตำรวจป่าไม้ราบเรียบ เย็นชา และเจือรังสีระแวดระวังขั้นสูงสุด มือขวากระชับด้ามปืนพกสั้นประจำกายในซองหนังเก่าคร่ำคร่าโดยไม่รู้ตัว
ดร.อคินก้าวเท้าเข้ามาสมทบ รองเท้าคอมแบทของนักมานุษยวิทยาเหยียบย่ำลงบนพื้นผิวแวววาวแปลกประหลาดจนเกิดเสียงดังเฉอะแฉะ เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ใช้แสงไฟจากอุปกรณ์พกพาLEDส่องกราดลงไปบนพื้นหิน ก่อนจะใช้คีมสเตนเลสเขี่ยคราบเหนียวสีดำคล้ำที่เคลือบอยู่หนาเตอะขึ้นมาพินิจใกล้ๆ
แว่นตากรอบทองสะท้อนแสงสีขาวนวล เผยให้เห็นรอยย่นยับระหว่างคิ้วของศาสตราจารย์หนุ่มผู้เชื่อมั่นในเหตุผล
"เรซินธรรมชาติผสมกับ... ไขมันสัตว์และสารอินทรีย์บางอย่าง" อคินพึมพำ วิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงเชิงวิชาการที่พยายามกลบเกลื่อนความพรั่นพรึงในอก "หากดูจากชั้นดินตะกอนทับถมด้านข้าง คราบเหล่านี้มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่ร้อยปี... เป็นกรรมวิธีการรักษาเนื้อเยื่อหรืออาจจะเป็นน้ำมันอาคมโบราณที่ใช้ในการดองศพของชนเผ่าดั้งเดิม"
"ไม่ใช่แค่ชนเผ่าดั้งเดิมหรอกครับอาจารย์" สิงหาหันขวับมามอง แววตาคมกริบใต้ปีกหมวกสนามสะท้อนประกายความดุดัน "ป่าทึบผืนนี้ไม่เคยมีบันทึกประวัติศาสตร์หน้าไหนระบุว่ามีมนุษย์ตั้งรกรากถาวร สิ่งที่เรากำลังเหยียบอยู่... คือสุสานบรรพกาลของพวกที่ใช้มนุษย์เป็นเครื่องเซ่น"
รอบตัวพวกเขาในเวลานี้ หาใช่ถ้ำหินปูนธรรมชาติธรรมดาไม่ ผนังถ้ำถูกสลักเสลาด้วยฝีมือมนุษย์ เป็นลวดลายเรขาคณิตซับซ้อนที่บิดเบี้ยวผิดสัดส่วน คล้ายภาพวาดของสิ่งมีชีวิตที่มีแขนขามากกว่าสี่ข้างและมีดวงตานับร้อยเรียงรายเป็นวงกต ลวดลายเหล่านั้นถูกสลักลึกลงไปในเนื้อหิน และเมื่อแสงไฟฉายกวาดผ่าน มันกลับให้ความรู้สึกราวกับภาพสลักกำลังเคลื่อนไหว ยุบพอง และหายใจได้ในความมืด
อคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาหลังเลนส์แว่นกวาดมองไปรอบโถงถ้ำกว้างใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้รากไม้โบราณขนาดยักษ์ สถาปัตยกรรมตรงหน้าท้าทายทุกทฤษฎีทางมานุษยวิทยาที่เขาร่ำเรียนมาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในยุโรป
"โครงสร้างเสาหินเรียงตัวตามหลักดาราศาสตร์... และแท่นหินวงกลมตรงกลางนั่น" อคินก้าวเดินช้าๆ ไปยังจุดศูนย์กลางของห้องโถง ราวกับถูกแรงดึงดูดประหลาดบางอย่างชักนำ "มันคือ 'แท่นยันตระ' ยุคก่อนประวัติศาสตร์... ต้นกำเนิดของไสยเวทสายดำที่สูญหายไปจากสารบบความรู้ของมนุษยชาติ"
"และมันยังคงใช้งานอยู่" สิงหาดึงเสียงต่ำ แทรกเข้ามาตัดบทวิชาการของอีกฝ่ายทันที ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้ามาคว้าแขนเสื้อของศาสตราจารย์หนุ่มด้วยความเร็วราวกับเสือดาว กระชากให้อคินถอยหลังหลุดจากวงรัศมีของแท่นหินห่างไปสามก้าว "อย่าโง่ครับอาจารย์! มองดูรอบๆ แท่นหินนั้นดีๆ สิ"
อคินสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ แต่เมื่อสายตากวาดมองตามนิ้วที่ชี้ของอดีตนายตำรวจ เขาก็ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ที่ฐานของแท่นหินวงกลม มีร่องน้ำขนาดเล็กที่ถูกเจาะเซาะไว้เป็นรัศมี วิ่งวนรอบแท่นก่อนจะไหลมารวมกันที่หลุมลึกเบื้องหน้า ร่องน้ำเหล่านั้นไม่ได้มีไว้ระบายน้ำฝน แต่มันคือรางสำหรับรองรับ 'ของเหลว' ที่เคยไหลนิ่งสนิทมาเนิ่นนาน และคราบสีดำแห้งกรังทั่วบริเวณก็คือหลักฐานอันน่าสะพรึงกลัวว่า ร่องน้ำเหล่านี้เคยเต็มไปด้วยเลือดสดๆ ของสิ่งมีชีวิต
"เลือด... ของมนุษย์" อคินพึมพำ เสียงแหบพร่า ความมั่นใจในหลักฐานเชิงประจักษ์เริ่มสั่นคลอนเมื่อเผชิญหน้ากับความโหดร้ายดิบเถื่อนของมนุษยชาติในอดีตที่วิทยาศาสตร์ไม่อาจอธิบาย
"ไม่ใช่แค่คนธรรมดาครับ" สิงหาถอดถุงมือผ้าออก ใช้ปลายนิ้วสัมผัสเศษกระดูกชิ้นเล็กๆ ที่ตกอยู่ใกล้ร่องหิน "กระดูกกะโหลกชิ้นนี้มีรอยเจาะรูขนาดเล็กโดยเครื่องมือโลหะโบราณ... มันคือพิธีกรรม 'เจาะกะโหลกปลดวิญญาณ' เพื่อกักขังจิตสำนึกของเหยื่อไว้ในห้วงทุกข์ทรมานก่อนตาย เป็นเคล็ดวิชาที่รุนแรงที่สุดเพื่อเปลี่ยนพลังงานความแค้นให้กลายเป็นกระแสไสยเวทหนุนนำอาณาเขตนี้"
บรรยากาศภายในถ้ำเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงหยดน้ำจากเพดานถ้ำกระทบลงบนพื้นหินดัง 'ติ๋ง... ติ๋ง...' เป็นจังหวะที่ราวกับเสียงนาฬิกาชีวิตกำลังนับถอยหลัง
อคินหันมามองหน้าสิงหา ภายใต้แสงไฟฉายที่สาดกระทบใบหน้าคร้านแดดและมีรอยแผลเป็นจางๆ ของพรานอาคม ดวงตาของทั้งคู่ประสานกัน ความเงียบระหว่างพวกเขามีน้ำหนักมหาศาล สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่น แต่มันกลับถูกความอยากรู้อยากเห็นและแรงดึงดูดประหลาดทางจิตวิญญาณดึงรั้งไว้
"คุณกลัวไหม... สิงห์" อคินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ไร้ซึ่งมาดของศาสตราจารย์ผู้เย่อหยิ่ง เหลือเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าอันยิ่งใหญ่
"ผมเลิกกลัวความตายไปตั้งแต่วันที่สูญเสียลูกน้องในป่านี้แล้วครับอาจารย์" สิงหาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเข้มไม่มีความหวาดหวั่น มีเพียงความเด็ดเดี่ยว "แต่สิ่งที่ผมกลัว... คือการที่เรากำลังปลุกบางอย่างที่ควรจะหลับใหลไปตลอดกาลให้ตื่นขึ้นมาต่างหาก"
สิ้นคำพูดของสิงหา แสงไฟฉายบนศีรษะของอดีตตำรวจป่าไม้ก็เกิดอาการกะพริบถี่ๆ แล้วดับวูบลงทันที!
ความมืดมิดสนิทกลืนกินทุกสรรพสิ่งรอบตัวในเสี้ยววินาที มีเพียงแสงไฟฉายจากอุปกรณ์ของอคินที่ยังส่องสว่างอยู่เพียงดวงเดียว ทว่า ท่ามกลางความมืดที่โรยตัวเข้าปกคลุม เสียงฝีเท้าหนักหน่วง... เสียงฝีเท้าที่ไม่ได้มีแค่สองข้าง และไม่ได้ดังมาจากทางปากถ้ำที่พวกเขาเพิ่งเดินลงมา กลับดังขึ้นจาก 'ความมืดมิดเบื้องหลังแผ่นศิลาจารึก'
*กรับ... กรับ... โครก...*
เสียงกระดูกข้อต่อขยับเคลื่อนไหว ดังลั่นประสานไปทั่วโถงถ้ำ ราวกับมีกองทัพของผู้ตายที่ถูกกักขังมากว่าสี่ร้อยปี กำลังลุกขึ้นยืนรับการมาเยือนของผู้บุกรุก
อคินหันขวับไปตามต้นเสียง แสงไฟฉายสั่นไหวตามแรงมือที่กำอุปกรณ์แน่น เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลัง ทว่า สิ่งที่ปรากฏขึ้นในลำแสงสีขาวนวลนั้น กลับไม่ใช่สัตว์ป่าดุร้าย หรือโครงกระดูกโบราณตามที่คาดคิด
มันคือร่างของชายคนหนึ่ง... ชายในชุดเสื้อผ้าขาดวิ่นเปื้อนโคลนและคราบเลือดสดๆ ที่เพิ่งไหลซึมออกมาจากบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอก ร่างนั้นยืนหันหลังให้อยู่ตรงหน้าแท่นบูชา ก่อนจะค่อยๆ หันศีรษะกลับมาหาพวกเขาอย่างไร้ซึ่งกระดูกสันหลัง บิดหมุนครบร้อยแปดสิบองศาด้วยมุมองที่มนุษย์ปกติไม่มีวันทำได้
และใบหน้าของร่างนั้น... คือใบหน้าของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ท้องถิ่นที่เพิ่งแยกตัวเดินตรวจเส้นทางกับพวกเขาก่อนหน้านี้ไม่ถึงชั่วโมง!
รอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหู ดวงตาเบิกโพรงไร้แววตา มีเพียงความว่างเปล่าสีดำสนิท และเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นก้องอยู่ในหัวของสิงหาและอคินพร้อมๆ กัน...
*"ยินดีต้อนรับ... สู่บ้านของพวกเรา"*
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดนี้มาด้วยกันนะครับ เพชรตาเสือโบราณ
พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม•ตอนที่ 11
ร่องรอยการสังเวย
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!