พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม•ตอนที่ 12

ทัศนคติที่ขัดแย้ง

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
คราบเขม่าดินปืนบนโคนต้นรังใหญ่ยังคงส่งกลิ่นฉุนจางๆ เจือปนกับไอชื้นของผืนป่าที่ไร้ซึ่งสายลมพัดผ่าน เปลวไฟจากกองฟืนขนาดเล็กสะท้อนวับวาวอยู่ในดวงตาคู่คมของ รตท. สิงหา ผู้กำลังใช้มีดหมอเล่มเก่าขูดคราบอาคมสีดำที่เกาะอยู่ตามผิวไม้ ประกายไฟเล็กๆ แตกกระเซ็นยามที่คมเหล็กกระทบเข้ากับแก่นไม้แข็งแกร่ง บรรยากาศรอบกายเงียบงัดจนได้ยินเพียงเสียงไม้ลั่นเปรี๊ยะจากความร้อนและเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของ ดร.อคิน ที่นั่งกอดเข่าอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร "คุณกำลังทำลายหลักฐานทางประวัติศาสตร์" น้ำเสียงราบเรียบแต่เจือความหงุดหงิดดังขึ้นทำลายความเงียบ ดร.อคิน ขยับแว่นสายตาที่ขึ้นฝ้าจากความชื้น ปลายกระบอกไฟฉายในมือส่องตรงไปยังรอยแผลบนต้นไม้ที่สิงหาเพิ่งลงมือ "รอยจารึกพวกนั้นมีอายุไม่ต่ำกว่าสองร้อยปี มันคือบันทึกของกลุ่มสำรวจยุคอาณานิคมที่สูญหาย คุณไม่มีสิทธิ์เอาความเชื่อส่วนตัวมาทำลายมันทิ้งตามอำเภอใจ" สิงหาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง เขาหยุดมือชั่วขณะ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่ตอกย้ำความห่างเหินระหว่างคนสองคน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุบต่ำที่เป็นเอกลักษณ์ "ถ้ามันคือบันทึกของคนจริงๆ ผมคงไม่เสียเวลาเอาออกหريكหรอกครับ... ศาสตราจารย์" พรานหนุ่มปรายตามองเศษผงสีดำที่ร่วงกราวลงบนพื้นดิน "แต่สิ่งที่อยู่ใต้รอยจารึกปลอมๆ นั่น มันกำลังดูดซับพลังชีวิตของใครก็ตามที่เดินผ่านรัศมีสิบเมตร... รวมถึงลูกศิษย์ของคุณที่นอนซมไข้ป่าเพ้อพร่ำอยู่โน่นด้วย" อคินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาหลังเลนส์แว่นฉายแววไหววับ เขารู้ดีว่าข้อเถียงนี้ตนเองไม่มีน้ำหนักพอจะหักล้าง เพราะสภาพของนักศึกษาหนุ่มในทีมสำรวจที่กำลังนอนละเมอเพ้อพรกระสับกระส่ายอยู่ริมเพิงพักนั้น เกินกว่าจะอธิบายด้วยตำราการแพทย์แผนปัจจุบันหรือทฤษฎีทางมานุษยวิทยาใดๆ ในโลก "มันเป็นเรื่องของจิตวิทยาหมู่และอาการช็อกจากการพลัดหลงในป่าลึก" อคินยังคงพยายามหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาค้ำจุนโลกทัศน์ของตนเอง "มนุษย์เรามักสร้างภาพหลอนขึ้นมาเพื่อหลีกเลี่ยงความจริงอันโหดร้าย... เหมือนกับที่คุณพยายามเชื่อว่าการตายของทีมงานคุณเมื่อสามปีก่อน เป็นฝีมือของวิญญาณร้าย ไม่ใช่ความผิดพลาดในการตัดสินใจของคุณเอง" กึก! คมมีดในมือของสิงหาหยุดชะงักสนิท บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างของอดีตตำรวจป่าไม้ สิงหาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนักวิชาการหนุ่มอย่างไม่หลบเลี่ยง ความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ใต้ความดิบเถื่อนถูกเปิดเปลือยออกมาชั่วขณะผ่านแววตานั้น "คุณฉลาดมากนะ... ศาสตราจารย์" สิงหายิ้มหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "คุณมักจะหยิบเอาปมด้อยของคนอื่นมาเป็นเครื่องมือพิสูจน์ทฤษฎีไร้สาระของคุณเสมอ... คุณคิดว่าผมโทษวิญญาณเพื่อปัดความรับผิดชอบงั้นเหรอ?" "ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น..." อคินเริ่มรู้สึกว่าตนเองล้ำเส้นเกินไป แม้ทิฐิจะยังค้ำคออยู่ก็ตาม "แล้วคุณหมายความว่ายังไง?" สิงหาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของชายฉกรรจ์ทาบทับร่างของนักวิชาการจนมิด "คุณกลัวความจริงใช่ไหมล่ะ? คุณกลัวว่าโลกที่มีเหตุผล มีกฎเกณฑ์ มีตัวเลขและสมมติฐานที่คุณกอดไว้แน่น มันจะพังทลายลงในวันที่คุณต้องยอมรับว่า... มีบางสิ่งในป่านี้ที่ฉลาดกว่า มืดมนกว่า และต้องการชีวิตของคุณโดยไม่สนใจหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ทั้งสิ้น" "พอได้แล้ว!" อคินลุกขึ้นยืนเผชิญหน้า ความสูงและแรงกดดันจากอีกฝ่ายไม่ได้ทำให้เขากลัว แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือความจริงในคำพูดของสิงหา ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดของทั้งคู่ ความขัดแย้งทางความคิดระหว่าง 'เหตุผล' และ 'ไสยเวท' ไม่ใช่แค่เรื่องของความเชื่อ แต่มันคือเกราะป้องกันจิตใจที่บอบช้ำของคนทั้งสอง สิงหาใช้ความเชื่อเรื่องอาคมเพื่อแบกรับความรู้สึกผิดจากการสูญเสีย ส่วนอคินใช้เหตุผลและวิทยาศาสตร์เพื่อปิดกั้นความหวาดกลัวต่อการสูญหายอย่างไร้ร่องรอยของบิดาในป่าผืนเดียวกันนี้เมื่อหลายปีก่อน ปมในใจที่ต่างฝ่ายต่างซ่อนไว้ กลายเป็นกำแพงหนาที่ขวางกั้นความเข้าใจ แต่ในขณะเดียวกัน แรงดึงดูดประหลาดระหว่างคนสองคนที่มีอุดมการณ์สุดขั้ว กลับทำให้พวกเขาต้องพึ่งพาอาศัยกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในดินแดนอาถรรพ์นี้ ก่อนที่บทสนทนาอันตึงเครียดจะดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นทำลายสมาธิ *กรอบแกลบ... กรอบแกลบ...* ไม่ใช่เสียงกิ่งไม้หักจากลมพัด และไม่ใช่เสียงฝีเท้าของสัตว์ป่าทั่วไป มันเป็นเสียงฝีเท้าที่หนักหน่วงและสม่ำเสมอ ราวกับมีใครบางคนกำลังจงใจเดินย่ำลงบนกองใบไม้แห้งในระยะประชิด ทั้งที่เรดาร์ตรวจจับความร้อนและประสาทสัมผัสของพรานอาคมยืนยันอย่างแน่ชัดว่า ในรัศมีร้อยเมตรนี้ ไม่ควรมีสิ่งมีชีวิตใดเคลื่อนไหวอยู่เลย สิงหาพุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนอคินด้วยความเร็วสูง ดึงร่างของนักวิชาการให้หลบมาอยู่หลังต้นรังใหญ่พร้อมกับยกปืนลูกซองขึ้นประทับบ่า นิ้วชี้แตะโกรกไกอย่างระแวดระวัง ดวงตาสอดส่องฝ่าความมืดของพงรกทึบ อคินหัวใจเต้นระรัว ความดื้อรั้นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากขณะกวาดสายตามองตามทิศทางของเสียง ในความมืดสลัวห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว เงาร่างของใครบางคนกำลังก้าวออกมาจากม่านหมอกทึบ ร่างนั้นสูงโปร่ง ผิวหนังซีดเซียวราวกับศพไร้เลือด และสิ่งที่ทำให้อคินแทบหยุดหายใจจนต้องยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงกรีดร้อง คือใบหน้าของเงาร่างนั้น... มันคือใบหน้าของนักศึกษาหนุ่มในทีมสำรวจ ที่เวลานี้ควรจะนอนซมไข้ป่าอยู่บนเพิงพักห่างออกไปทางทิศเหนือ ทว่า... ร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขากลับส่งยิ้มบิดเบี้ยว ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างจนเห็นแต่ตาขาว และที่น่าสยดสยองที่สุดคือ ลำคอของนักศึกษาหนุ่มคนนั้นมีรอยแผลลึกราวกับถูกของมีคมปาดจนขาดวิ่น แต่กลับไม่มีหยดเลือดไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว "ศาสตราจารย์ครับ..." เสียงแหบพร่ากระซิบแผ่วเบาราวกับมาจากก้นบึ้งของหลุมศพ "คุณบอกว่า... ไม่มีอะไรที่อธิบายด้วยวิทยาศาสตร์ไม่ได้ไม่ใช่เหรอครับ?" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดนี้มาด้วยกันนะครับ เพชรตาเสือโบราณ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%