นาฬิกาข้อมือเรือนเหล็กกล้าของกองทัพสั่นสะเทือนเบา ๆ ที่ข้อพับ ไม่ใช่เพราะกลไกภายในชำรุด แต่เข็มวินาทีทั้งสามเข็มกำลังหมุนทวนเข็มนาฬิกาด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงหึ่งต่ำ ๆ ราวกับแมลงปีกแข็งกำลังบินวนอยู่ใต้ผิวหนัง
สิงหานิ่งเงียบ เขาดึงมีดหมอโบราณออกจากฝักหนังด้วยมือข้างเดียว คมเหล็กสะท้อนแสงสีเขียวหม่นของตะไคร่ป่า ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเมื่อมองลอดผ่านช่องว่างของซากซุงโบราณที่ทับถมกันเป็นชั้น ๆ เบื้องหน้าไม่ใช่ป่าดิบชื้นที่พวกเขาเดินผ่านเข้ามาเมื่อชั่วโมงก่อนอีกต่อไปแล้ว ม่านหมอกสีเทาจัดปกคลุมจนกลืนกินเงาไม้ใหญ่ แม้แต่เสียงลมหายใจของตัวเองก็ยังดังก้องสะท้อนกลับมาเหมือนมาจากระยะไกลนับร้อยเมตร
"นาฬิกาของคุณตายหรือยัง ดร.อคิน" เสียงทุ้มต่ำของอดีตตำรวจป่าไม้เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ โดยไม่หันกลับไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหลัง
อคินขยับกรอบแว่นสายตาที่ขึ้นฝ้าจากความชื้น ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนหน้าปัดนาฬิกาดิจิตอลไฮเทคที่เขาพกมา มันปรากฏตัวเลขกระพริบเป็นรหัสประหลาด—ศูนย์ติดต่อกันห้าหลัก และวันที่บนหน้าจอไม่ใช่สัปดาห์นี้ แต่เป็นยี่สิบปีก่อน วันที่บันทึกไว้ในสำนวนคดีสูญหายของหน่วยสำรวจชุดแรก
"มันไม่ได้ตาย... มันแค่กำลังเดินไปข้างหลัง" อคินตอบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้หวาดกลัวภูตผีปีศาจตามความเชื่อของชาวบ้านเช่นเดียวกับสิงหา แต่ความผิดปกติทางฟิสิกส์และมิติเวลาที่บิดเบี้ยวตรงหน้า กำลังท้าทายทุกทฤษฎีทางมานุษยวิทยาและกฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ที่เขายึดถือมาตลอดชีวิต "สนามแม่เหล็กแถบนี้มีความเข้มข้นสูงผิดปกติ จนอาจทำให้เกิดภาพหลอนหมู่จากระบบประสาทส่วนกลางถูกกระตุ้นด้วยคลื่นความถี่ต่ำ"
สิงหาแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง เขาย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะรอยเท้าบนพื้นดิน รอยเท้านั้นลึกและสดใหม่ แต่เมื่อเขาวางทาบฝ่ามือลงไป ดินตรงนั้นกลับแห้งผากและกลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา
"วิทยาศาสตร์ของคุณอธิบายไม่ได้หรอกครับ ด็อกเตอร์" สิงหาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อแจ็คเก็ตสนามขยับตัวพร้อมปะทะทุกสถานการณ์ "ที่นี่ไม่ใช่ห้องแล็บในมหาวิทยาลัย และสิ่งที่กำลังไล่ล่าพวกเราอยู่ ไม่ได้สนใจว่าคุณจะมีปริญญาบัตรกี่ใบ"
"และไสยศาสตร์งมงายของคุณก็ไม่ได้ช่วยให้เราหาทางออกจากเขาวงกตนี่ได้เร็วกว่าเดิมเช่นกัน สิงห์" อคินก้าวเท้าเข้าไปประชิด ดวงตาหลังเลนส์แว่นจ้องมองสิงหาอย่างไม่ลดละ แม้ส่วนสูงจะไล่เลี่ยกัน แต่พลังกดดันจากทั้งคู่กลับพุ่งเข้าชนกันจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นไอระเหย "เราติดอยู่ในลูปเวลาเดิมมาสามรอบแล้ว สังเกตต้นไม้ต้นนั้นไหม รอยแผลเป็นบนเปลือกไม้... มันคือรอยเดียวกับที่เราเดินผ่านไปเมื่อสี่สิบนาทีที่แล้ว"
สิงหาหันไปมองตาม ปลายไม้ไผ่หักโค้งทำมุมองศาประหลาด ซึ่งเขาก작รทำสัญลักษณ์ไว้ด้วยการฟันเปลือกไม้เมื่อครู่จริง ๆ แต่มันไม่ใช่การเดินเป็นวงกลมธรรมดา เพราะกลิ่นอายรอบตัวเปลี่ยนไป กลิ่นสาบของสัตว์ป่าถูกแทนที่ด้วยกลิ่นธูปโบราณและกลิ่นคาวสนิมเหล็ก
"เราไม่ได้เดินวนในวงกลมครับ" สิงหาพูดเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปในความมืดสลัวเบื้องหน้า "สถานที่แห่งนี้กำลังพับซ้อนกัน อดีตกับปัจจุบันกำลังทับรอยกันอยู่... สิ่งที่เราเห็นเมื่อครู่ อาจไม่ใช่ความทรงจำ แต่เป็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น หรือเคยเกิดขึ้นกับทีมสำรวจของผมเมื่อห้าปีก่อน"
คำพูดนั้นทำให้อคินชะงักไป ความเยือกเย็นที่เคยมีสั่นคลอนเล็กน้อย ภาพของน้องชายที่หายสาบสูญไปในป่าลึกเมื่ออดีตผุดวาบขึ้นมาในหัว สมองของนักวิชาการประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงความเป็นไปได้ทางควอนตัมฟิสิกส์ที่ทับซ้อนกับความเชื่อโบราณ—รอยแยกแห่งกาลเวลา หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันในตำนานว่า 'ประตูมิติผีบังตา'
"ถ้าทฤษฎีของคุณเป็นจริง... หมายความว่าเรากำลังยืนอยู่ในจุดเดียวกับพวกเขาในวินาทีที่ถูกกลืนกิน?" อคินถาม เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย
"ถูกต้องครับ" สิงหาตอบสั้น ๆ พร้อมกับยกกระบอกปืนลูกซองขึ้นมาปลดเซฟ เสียงเหล็กกระทบกันดังชัดเจนในความเงียบ "เพราะฉะนั้น ทางที่ดีคุณควรเตรียมตัวให้พร้อม เพราะคนที่เดินออกมาจากหมอกเมื่อครู่ ไม่ใช่ทีมสำรวจของเราอย่างแน่นอน"
สายหมอกหนาทึบเบื้องหน้าเริ่มเคลื่อนไหว มันม้วนตัวเป็นเกลียวราวกับมีชีวิต เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบที่ฟังไม่ได้ศัพท์ แต่กลับดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งคู่
อคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขายกกล้องบันทึกภาพภาคสนามขึ้นมา เลนส์ซูมปรับโฟกัสไปยังกลุ่มเงาดำที่ค่อย ๆ ปรากฏรูปร่างผ่านม่านหมอก ร่างเหล่านั้นสวมชุดสนามเก่าคร่ำคร่า สภาพสะบักสะบอมราวกับผ่านการต่อสู้มาอย่างยาวนาน
แต่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายของนักวิทยาศาสตร์หนุ่มเย็นเฉียบจนแทบหยุดไหล คือใบหน้าของผู้นำกลุ่มเงาดำที่ก้าวออกมาจากหมอกคนแรก...
มันคือใบหน้าของ **สิงหา** ในชุดที่เปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง ดวงตาข้างขวาบอดสนิท และรอยแผลเป็นลึกที่ลากยาวจากขมับถึงลำคอ—สภาพที่สิงหาในปัจจุบันยังไม่เคยได้รับ!
เงาร่างนั้นหยุดเดิน หันมาจ้องมองตรงมาที่พวกเขาทั้งสองคนริมชายป่า ก่อนที่ร่างโคลนในอนาคตจะยกมือขึ้นชี้ปลายกระบอกปืนมายังอคิน พร้อมกับริมฝีปากที่ขยับเอ่ยคำพูดประโยคหนึ่งที่ไร้เสียงออกมาจากลำคอ แต่กลับชัดเจนในความรู้สึกของอคินอย่างน่าประหลาด
*"หนีไป... มันไม่ใช่เวลาของเรา"*
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าม่านหมอกแห่งกาลเวลานี้มาด้วยกันนะครับ เพชรตาเสือโบราณ
พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม•ตอนที่ 10
มิติที่ซ้อนทับ
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!