"อย่าหายใจ... อคิน กลั้นมันไว้ให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้"
เสียงของสิงหาแหบพร่าและสั่นสะท้าน เขากระชากคอเสื้อศาสตราจารย์หนุ่มให้โน้มตัวลงต่ำจนแทบติดพื้นดินที่เต็มไปด้วยเศษใบไม้เน่าเปื่อย หมอกสีนวลตาคล้ายไอระเหยจากเตาเผาศพค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าหาพวกเขาอย่างเชื่องช้า มันไม่ใช่หมอกธรรมชาติ แต่มันคือกลุ่มก้อนของความตายที่บิดเบี้ยว ขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิต
ดร.อคินเบิกตากว้าง แว่นตาหนาเตอะของเขาขึ้นฝ้าขาวโพลนจากอุณหภูมิที่ลดฮวบลงกะทันหัน เขาพยายามคุมสติ บังคับให้ปอดที่กำลังเรียกร้องหาออกซิเจนหยุดนิ่ง แม้ว่ากลิ่นกำยานเน่าๆ และเนื้อสัตว์ที่เริ่มเปื่อยยุ่ยจะโชยมาเตะจมูกจนอยากจะอาเจียนออกมาเป็นเลือดก็ตาม
"นี่... นี่มันสารเคมีหรือไสยศาสตร์กันแน่?" อคินเค้นเสียงถามผ่านฟันที่ขบเข้าหากันแน่น
"มันคือทั้งสองอย่าง" สิงหาตอบสั้นๆ มือหยาบกร้านของเขากระชากสร้อยประคำไม้พยุงแกะสลักสีดำขลับออกมาจากอกเสื้อ "ในป่าแห่งนี้ กฎของวิทยาศาสตร์ที่คุณยึดถือมันก็แค่กระดาษที่ถูกไฟเผา อย่าพยายามหาคำอธิบายในตอนที่ความตายกำลังจ่อคอหอยเราอยู่"
สิงหาเริ่มบริกรรมคาถาด้วยน้ำเสียงกังวานต่ำลึกที่สั่นประสาท คนป่าผู้เจนจัดในวิชาอาคมใช้มีดหมอเล่มเก่าคร่ำครึกรีดลงบนฝ่ามือตัวเองหยดหนึ่ง เลือดสีแดงสดแตะลงบนเครื่องรางในมือ แสงสีส้มจางๆ วูบวาบขึ้นรอบกายพวกเขา สร้างม่านพลังงานบางๆ กันเอาไว้
ทันทีที่หมอกสัมผัสกับม่านพลังงาน เสียงหวีดหวิวแหลมสูงก็ดังขึ้นดุจเสียงกรีดร้องของวิญญาณนับพัน อคินมองเห็นภาพที่ทำให้สติสัมปชัญญะของเขาแทบขาดสะบั้น ภายในหมอกนั้นไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือใบหน้าของผู้คนที่หายสาบสูญ ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความทุกข์ทรมานกำลังพุ่งเข้าชนม่านอาคมของสิงหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"ทนไว้!" สิงหาคำรามลั่น เหงื่อกาฬไหลท่วมใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น "ถ้าคุณหลุดโฟกัสเพียงเสี้ยววินาที หมอกพวกนี้จะกัดกินปอดของคุณจนกลายเป็นน้ำเหลือง อคิน!"
อคินหอบหายใจถี่ด้วยความตระหนก เขาพยายามควานหาเหตุผลมาหักล้างสิ่งที่เห็น แต่ทุกอย่างพังทลายลงเมื่อเขาเหลือบไปเห็นใบหน้าหนึ่งในหมอกนั้น... ใบหน้าของพ่อเขา ชายที่หายตัวไปเมื่อยี่สิบปีก่อนกำลังจ้องมองมาด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า
"พ่อ..." อคินเผลอครางออกมาโดยไม่รู้ตัว
"อย่ามองมัน!" สิงหาตวาดพลางกระชากไหล่เขาให้หันมาเผชิญหน้า "นั่นไม่ใช่เขา! นั่นคือภาพหลอนที่ปรุงแต่งขึ้นจากความกลัวของคุณ มันต้องการให้คุณเปิดปากเพื่อสูดไอพิษเข้าไป ลืมเหตุผลซะ แล้วใช้สัญชาตญาณสัตว์ป่าของคุณแทน!"
อคินสั่นเทิ้ม เขาหลับตาลงแน่น พยายามตัดภาพความทรงจำที่เจ็บปวดทิ้งไป ในเสี้ยววินาทีนั้น เขานึกถึงสมุดบันทึกเล่มเก่าที่เขาเคยศึกษาเกี่ยวกับ 'หมอกสาบสูญ' ในตำนานพื้นบ้าน มันไม่ใช่สิ่งลี้ลับที่ไม่มีรูปแบบ แต่มันมีการเคลื่อนที่ตามแรงกดอากาศและทิศทางของลม
"สิงห์... ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ!" อคินตะโกนขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน "กระแสลมกำลังเปลี่ยนทิศ หมอกพวกนี้ถูกควบคุมโดยบางอย่างที่อยู่เหนือลม!"
สิงหาหันไปมองตามทิศที่อคินบอก แม้จะแปลกใจในความนิ่งของอีกฝ่ายแต่เขาก็ไม่รีรอ พรานอาคมควักผงสมุนไพรสีดำเข้มออกมาจากย่ามแล้วปาออกไปพร้อมกับร่ายมนต์สั้นๆ ผงนั้นระเบิดออกกลางอากาศ เกิดเป็นเปลวไฟสีน้ำเงินที่ลุกโชนขึ้นทันที ลมพายุหมุนขนาดย่อมก่อตัวขึ้นผลักหมอกพิษให้ถอยร่นกลับไป
เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ทั้งคู่ต่างล้มตัวลงนอนหอบหายใจอยู่บนพื้นดินที่เย็นเฉียบ ความเงียบเข้าปกคลุมป่าอีกครั้ง ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงความฝันร้าย
"คุณเกือบพลาดแล้วนะ ศาสตราจารย์" สิงหาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะพยายามพันผ้าพันแผลที่มือตัวเอง
อคินนั่งพิงโคนต้นไม้ใหญ่ มือสั่นเทาขณะเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก "ผมไม่ได้พลาด... ผมแค่ตกใจที่เห็นคนที่ผมคิดว่าตายไปแล้วในหมอกนั่น"
สิงหาหันมาสบตาด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "ในป่านี้ ความตายไม่เคยจากไปไหน มันแค่เปลี่ยนรูปแบบและรอจังหวะที่จะเล่นงานคนที่มีความลับในใจเท่านั้น"
อคินชะงักไป คำพูดของสิงหาแทงใจดำเขาอย่างจัง เขาค่อยๆ ล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง มันคือตลับไม้ประหลาดที่เขาเก็บได้จากรอยแยกของต้นไม้ก่อนที่หมอกจะปรากฏตัวขึ้น ตลับนั้นมีลวดลายแกะสลักคล้ายกับรอยสักบนแขนของสิงหาไม่มีผิดเพี้ยน
"ถ้าคุณหมายความว่าป่านี้รู้ว่าเราคิดอะไร" อคินพูดพลางเปิดตลับออกช้าๆ "งั้นคุณช่วยอธิบายทีว่า ทำไมของสิ่งนี้ถึงมีตราสัญลักษณ์เดียวกับที่คุณสวมอยู่บนสร้อยคอ... สิงหา?"
สิงหานิ่งงัน แสงจากเปลวไฟสีน้ำเงินที่ยังหลงเหลืออยู่สะท้อนเข้ากับดวงตาของเขา เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คาดคิดว่าจะต้องตอบคำถามนี้ในเวลาที่เปราะบางเช่นนี้ พรานอาคมขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความห่วงใยเป็นความระแวดระวัง
"ดูเหมือนคุณจะพบคำตอบที่อันตรายกว่าหมอกพิษนั่นเข้าแล้ว อคิน" สิงหาพูดเสียงต่ำพลางคว้าปืนลูกซองข้างกายขึ้นมาถือไว้ "และตอนนี้... มีบางอย่างกำลังเดินเข้ามาหาเรา ไม่ใช่หมอก... แต่มันคือเจ้าของตลับนี้"
เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลังต้นไม้ใหญ่ เงาร่างสูงใหญ่ปรากฏขึ้นพร้อมกับกลิ่นสาบสางที่รุนแรงกว่าเดิม มันไม่ได้มีท่าทีเป็นมิตร และที่สำคัญไปกว่านั้น... ในมือของมันถือเครื่องรางแบบเดียวกับที่สิงหาใช้อยู่ไม่มีผิดเพี้ยน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านป่าลึกมาด้วยกันนะครับ เพชรตาเสือโบราณ
พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม•ตอนที่ 9
หมอกสังหาร
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!