กลิ่นของยางไม้ตะเคียนดิบที่ถูกเผาไหม้อย่างช้าๆ ไม่ได้ส่งกลิ่นหอมหวล แต่มันอบอวลไปด้วยความอับชื้นของซากพืชเน่าเปื่อยและกลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ ที่ลอยมาตามลม ความเงียบงันในป่าดิบชื้นยามวิกาลไม่ได้แปลว่าไร้ซึ่งสรรพเสียง หากแต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยการซุ่มรอคอย เหมือนเสียงลมหายใจของสัตว์นักล่าที่กำลังจดจ้องเหยื่อในความมืด
"อย่าขยับครับ ดร.อคิน"
น้ำเสียงของสิงหาต่ำทุบและราบเรียบ แต่มันแฝงไปด้วยอำนาจการสั่งการเด็ดขาดที่ไม่อนุญาตให้มีการโต้แย้ง รองเท้าคอมแบตของอดีตนายตำรวจป่าไม้หยุดนิ่งสนิท ห่างจากจุดที่ศาสตราจารย์หนุ่มกำลังก้าวไปเพียงไม่ถึงคืบ ปลายกระบอกปืนลูกซองแฝดในมือขวาของสิงห์ชี้ต่ำลงพื้น ทว่ากล้ามเนื้อทุกมัดบนท่อนแขนกลับเกร็งนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายใต้เสื้อยืดสีเขียวเข้มชุ่มเหงื่อ
อคินชะงักเท้าที่กำลังลอยค้างอยู่กลางอากาศ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผมและสันหลัง ความเย็นยะเยือกแล่นริ้วขึ้นมาจากฝ่าเท้าผ่านข้อเท้าจนถึงกระดูกสันหลัง แม้เขาจะเป็นนักวิชาการผู้ยึดมั่นในหลักการทางวิทยาศาสตร์และปฏิเสธเรื่องงดงามทางไสยศาสตร์มาตลอดชีวิต แต่สัญชาตญาณดิบของมนุษย์ก็บอกเขาชัดเจนว่า เบื้องหน้าของเขามีกำแพงที่มองไม่เห็นขวางกั้นอยู่—กำแพงที่พร้อมจะฉีกกระชากเนื้อหนังของเขาออกเป็นชิ้นๆ หากก้าวพลาดไปแม้แต่เส้นยาแดงผ่าแปด
"ผม... ผมไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย" อคินพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว แม้ริมฝีปากจะแห้งผากจนต้องใช้ลิ้นเลีย "ไม่มีกลิ่นสารเคมี ไม่มีร่องรอยของโลหะ นี่มันคืออะไรกันแน่... หรือแค่สนามแม่เหล็กผิดปกติในชั้นหิน?"
สิงห์ไม่ได้ตอบทันที สายตาคมกริบภายใต้ปีกหมวกปีกกว้างกวาดมองไปรอบๆ พื้นดินที่ดูเผินๆ ก็เป็นดินร่วนปนใบไม้แห้งธรรมดา แต่หากสังเกตด้วยดวงตาที่ผ่านการฝึกฝนและผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน จะเห็นเส้นใยสีดำบางเฉียบราวกับเส้นผมของมนุษย์ ขึงตึงอยู่ระหว่างโคนรากไม้ไทรยักษ์กับตอไม้ผุพัง เส้นใยพวกนั้นสั่นระริกด้วยความถี่ต่ำจนเกิดคลื่นความร้อนระอุแปลกประหลาดในอากาศ
"วิทยาศาสตร์อธิบายเรื่องแรงโน้มถ่วงได้ ดร.อคิน" สิงหากล่าวเสียงเรียบ สายตายังไม่ละจากกับดักตรงหน้า "แต่อธิบายไม่ได้ว่าทำไมแผ่นดินตรงนี้ถึงอยากกินเลือดเนื้อของคุณนัก... ถอยหลังกลับมาทีละนิด ช้าๆ ครับ"
อคินกัดฟันกรอด ความอีโก้ในฐานะนักวิชาการผู้ทรงเกียรติปะทะเข้ากับความเป็นจริงอันโหดร้ายตรงหน้า เขาค่อยๆ ถอนน้ำหนักออกจากเท้าข้างที่ยกขึ้นอย่างระมัดระวัง ทว่าในจังหวะที่ส้นเท้ากำลังจะแตะพื้นดินมั่นคง เสียง "คลิก" เบาหวิวราวกับกิ่งไม้แห้งหักก็ดังขึ้นจากใต้พุ่มไม้เบื้องล่าง
ฉับพลันนั้น อากาศรอบตัวก็บิดเบี้ยวราวกับภาพในกระจกเงาที่ถูกความร้อนแผดเผา เงาดำทะมุนพุ่งวาบขึ้นมาจากพื้นดินดุจเงาอสุรกาย มันไม่ใช่สัตว์ป่า และไม่ใช่ภาพหลอนทางสายตา แต่มันคือกลุ่มก้อนพลังงานอาคมที่รวมตัวกันเป็นรูปทรงกรงเล็บมหึมา พุ่งเข้ากระชากข้อเท้าของอคินด้วยความเร็วเหนือมนุษย์!
"อ๊ะ!"
อคินอุทานออกมาได้เพียงเท่านั้น ร่างทั้งร่างก็ถูกกระชากล้มลงไถลไปกับพื้นดินด้วยแรงดึงมหาศาล สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้เขาคว้าขอนไม้ข้างทางไว้ได้แน่น แต่แรงดึงจากเบื้องล่างกลับทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นนับร้อยกำลังพยายามลากเขาลงไปในหลุมมืดมิดใต้พื้นดิน
ไม่มีเวลาให้ลังเลแม้แต่เสี้ยววินาที สิงหาพุ่งตัวเข้าไปราวกับเสือดาวตะครุบเหยื่อ มือซ้ายคว้าเข้าที่คอเสื้อของอคินแล้วออกแรงกระชากสุดกำลัง ขณะที่มือขวายกพรานอาคมขึ้นมา พลึงพึมพำคาถาบทสั้นๆ ที่ดังก้องอยู่ในลำคออย่างดุดัน
*“โอม... พญาครุฑยุดนาค มหาอำนาจพุทธัง สะท้อน ย้อนกลับ!”*
สิ้นเสียงคำรามต่ำ สิงห์ใช้พัตต์ท้ายพรานกระแทกลงไปที่จุดศูนย์กลางของคลื่นอาคมเบื้องล่างอย่างแม่นยำ เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นคล้ายเสียงประทัดใต้น้ำ แรงกระแทกสะท้อนกลับทำให้เงาดำที่กำลังพันธนาการอคินอยู่กรีดร้องโหยหวนออกมาเป็นเสียงลมพัดหวีดหวิว ก่อนที่มันจะสลายกลายเป็นควันสีเทาจางหายไปในอากาศ
ความเงียบงันกลับคืนมาอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนของชายฉกรรจ์ทั้งสอง
อคินนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นดิน ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เสื้อผ้าเปอะเปื้อนคราบดินโคลนและยางไม้ เขายังคงช็อกกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ดวงตาหลังกรอบแว่นจ้องมองเพดานป่าเบื้องบนอย่างเลื่อนลอย ก่อนจะหันมามองสิงหาที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ กำลังใช้ผ้าดิบเช็ดคราบเขม่าสีดำออกจากลำกล้องปืน
"นั่น... มันคืออะไร..." เสียงของอคินแหบพร่า ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เป็นเพราะความหวาดกลัวที่เพิ่งสัมผัสได้ถึงขอบเหวแห่งความตาย "ผมเกือบ... ผมเกือบจะ..."
"เกือบกลายเป็นปุ๋ยให้รากไม้แถวนี้แล้วครับ" สิงหาขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความเยาะเย้ย แต่เต็มไปด้วยความจริงจัง "ผมเตือนคุณแล้วว่าป่าผืนนี้ไม่ได้ใช้กฎฟิสิกส์ที่คุณเรียนมาจากมหาวิทยาลัยในยุโรป สิ่งที่คุณเรียกว่าความบังเอิญหรือความผิดปกติของสนามแม่เหล็ก ที่นี่เขาเรียกว่า 'ตาข่ายพรานผี' เป็นกับดักโบราณที่นายพรานในอดีตใช้ล่าทั้งคนและวิญญาณ"
อคินยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล เขาดันแว่นตาที่เอียงกระเท่เร่ให้เข้าที่ พยายามรวบรวมศักดิ์ศรีและสติสัมปชัญญะที่กระจัดกระจายกลับคืนมา แม้หัวใจจะยังเต้นระรัวราวกับกลองศึกก็ตาม
"คุณช่วยชีวิตผมไว้อีกแล้ว..." อคินกล่าวเสียงเบາ หลบสายตาเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับการเป็นหนี้บุญคุณใคร "ผม... ขอบคุณครับ"
สิงหาเหลือบมองนักวิชาการหนุ่มแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกหยัดขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ยากจะคาดเดาความหมาย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พร้อมกับยื่นมือหยาบกร้านตามประสาคนเดินป่าออกไปเบื้องหน้า
"เก็บคำขอบคุณไว้ก่อนเถอะครับ ดร.อคิน" สิงหากล่าวด้วยน้ำเสียงสุขุมลุ่มลึก "เพราะที่เราเพิ่งเจอเมื่อครู่ มันไม่ใช่การจู่โจมแบบสุ่ม... แต่มันคือการ 'ต้อนรับ' ต่างหาก"
อคินเงยหน้ามองมือที่ยื่นมาตรงหน้า ชายหนุ่มลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือของพรานอาคมและถูกดึงให้ลุกขึ้นยืนด้วยความมั่นคง
แต่ก่อนที่ใครจะได้เอื้อนเอยประโยคใดออกมา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงย่างก้าวอย่างเชื่องช้าแต่หนักแน่น ก็ดังแว่วมาจากความมืดเบื้องหน้า—ลึกเข้าไปในเขตหวงห้ามที่ป้ายเตือนภัยระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามผู้ใดล่วงล้ำ
*ตึก... ตึก... ตึก...*
เสียงนั้นไม่ใช่เสียงฝีเท้าของสัตว์ป่า และไม่ใช่เสียงของมนุษย์ทั่วไป เพราะทุกครั้งที่ฝีเท้าก้าวลงบนพื้นดิน กลิ่นธูปและกำยานโบราณก็โชยคละคลุ้งกลบกลิ่นคาวโคลนทันที
สิงหาหรี่ตาลงทันที นิ้วชี้เกี่ยวไกปืนแน่นขึ้น สายตาจ้องเขม็งไปยังความมืดทึบเบื้องหน้า ขณะที่อคินซึ่งยืนอยู่เคียงข้างพลإกเหลือบไปเห็นวัตถุบางอย่างที่ตกอยู่ใกล้โคนต้นไม้ใหญ่ข้างทาง—มันคือกระเป๋าเดินทางหนังแท้เก่าคร่ำคร่า ที่มีตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยและชื่อของบุคคลที่อคินคิดว่าสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสัปดาห์ก่อนสลักไว้อย่างเด่นชัด
ดวงตาของศาสตราจารย์หนุ่มเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อตระหนักได้ว่า เจ้าของกระเป๋าใบนั้น... คือหัวหน้าคณะสำรวจที่ทางการกำลังตามหาตัวอยู่
เพชรตาเสือโบราณ
พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม•ตอนที่ 8
กับดักพรานเก่า
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!