"เรากำลังเดินตกลงไปในหลุมพรางที่พวกมันขุดรอไว้ตั้งแต่กิโลเมตรแรก... และความซวยที่สุดคือ อาจารย์ดันเป็นคนถือจอบขุดดินเล่มนั้นร่วมกับพวกมันด้วยซ้ำ ดร.อคิน"
เสียงกระซิบที่เจือด้วยแรงกดดันของ รตท.สิงหา หรือ 'สิงห์' ดังลอดผ่านไรฟัน ท่ามกลางความมืดทึบของแมกไม้ในป่าต้องห้าม กลิ่นไอน้ำค้างผสมกับคาวดินชื้นแฉะลอยอบอวล ขณะที่ปลายนิ้วหยาบกร้านของอดีตตำรวจป่าไม้กำลังปลดเซฟปืนพกลั่นไกคู่ใจอย่างเงียบเชียบที่สุด แสงไฟฉายคาดหัวถูกหรี่จนเหลือเพียงลำแสงสีแดงสลัว เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าสายตาของสิ่งใดก็ตามที่กำลังคืบคลานเข้ามาในรัศมีร้อยเมตร
ดร.อคิน ชะงักฝีเท้าลงโดยอัตโนมัติ แว่นตากรอบทองของนักมานุษยวิทยาฝุ่นเขรอะสะท้อนแสงสีแดงจางๆ ดวงตาคมกริบภายใต้เลนส์นั้นไม่ได้ฉายแววตื่นกลัว แต่มีความครุ่นคิดและเยือกเย็นอย่างที่คนเป็นนักวิชาการมักจะมี แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะบีบคั้นจนแทบขาดใจ
"ถ้าผมเป็นคนขุดหลุม... สิงห์ คงไม่มีทางที่เราสองคนจะรอดชีวิตมาจนถึงซากโบราณสถานแห่งนี้หรอกครับ" อคินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน เขาย่อตัวลงต่ำ ใช้มือปัดใบไม้แห้งออกเพื่อตรวจสอบร่องรอยบนพื้นดิน "อีกอย่าง... รอยเท้าพวกนั้นไม่ใช่ของชาวบ้านในพื้นที่ หรือพวกพรานเถื่อนทั่วไป ความลึกของรอยส้นรองเท้าคอมแบทเกรดทหาร กับร่องรอยการเคลื่อนพลแบบยุทธวิธี มันฟ้องชัดเจนว่าเรากำลังเจอกับมืออาชีพ... มืออาชีพที่ไม่ได้มาเพื่อศึกษาประวัติศาสตร์"
สิงหาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและดิบเถื่อน "มืออาชีพที่ว่า... มันกำลังรอเวลาให้เราเดินไปถึงห้องโถงศิลาชั้นใน เพื่อมันจะได้ไม่ต้องเหนื่อยลงมือเก็บกวาดศพเราด้วยซ้ำ สมบัติโบราณชิ้นนั้นไม่ได้มีไว้ให้ใครครอบครอง แต่มันคือเครื่องสังเวย... และอาจารย์ก็ดันเอาตำราแปลกๆ ของอาจารย์ไปไขประตูให้มันเปิดออก"
บทสนทนาอันเฉียบคมระหว่างสองผู้มีอุดมการณ์ขัดแย้งต้องหยุดชะงักลง เมื่อเสียงกรอบแกรบของกิ่งไม้หักดังขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มันไม่ใช่เสียงของสัตว์ป่า สัญชาตญาณดิบของพรานอาคมที่เคยผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนบอกสิงหาว่า นั่นคือการเดินแถวหน้ากระดานของมนุษย์ที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน
ในป่าลึกที่ไร้ซึ่งกฎหมายแห่งนี้ กฎข้อเดียวที่มีคือ 'ผู้ล่า' กับ 'เหยื่อ'
สิงหาขยับตัวเข้าประชิดลำต้นพะยูงขนาดใหญ่ ใช้ความมืดและเงาไม้บังร่างไว้ สายตาสอดส่องผ่านความสลัวเพื่อประเมินสถานการณ์ อคินเองก็ขยับตามมาติดๆ แม้เขาจะเชี่ยวชาญตำราโบราณและอารยธรรมสาบสูญ แต่การเอาชีวิตรอดในสมรภูมิป่าดงพงไพรก็ทำให้เขาเรียนรู้ที่จะเคลื่อนไหวอย่างไร้เสียงตามสิงหาเช่นกัน
ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงชีพจรของตัวเอง กลุ่มบุคคลในชุดดำสนิทราวกับกลืนหายไปกับความมืดก็ปรากฏกายขึ้น พวกเขามีไม่ต่ำกว่าห้าคน ทุกคนสวมชุดยุทธวิธีเนื้อผ้าพิเศษที่ไม่สะท้อนแสงไฟ หน้ากากกันสารพิษครึ่งหน้าถูกเกี่ยวไว้ที่เข็มขัด และที่น่ากลัวที่สุดคือ ในมือของแต่ละคนไม่ได้ถือแค่ปืนไรเฟิลจู่โจมติดลำกล้องเก็บเสียง แต่ยังมี 'อาคม' บางอย่างที่ถูกผนึกไว้บนตัวปืน ไอร้อนระอุสีเทาจางๆ ลอยวนอยู่รอบลำกล้อง ปล่อยกลิ่นอายความตายที่คุ้นเคย—กลิ่นอายแบบเดียวกับที่พรานสิงหาเคยเจอในวันที่สูญเสียลูกทีมไปทั้งหมด
*พวกมันคือหน่วยปฏิบัติการพิเศษนอกรีต... กลุ่มคนที่ใช้ทั้งกระสุนเหล็กและไสยเวทมนต์ดำเป็นเครื่องมือ*
อคินหรี่ตาลงเมื่อสังเกตเห็นสัญลักษณ์แปลกประหลาดที่ปักอยู่บนต้นแขนของชายชุดดำหัวหน้าทีม มันคือรูปวงกลมซ้อนทับด้วยกริชโบราณ—สัญลักษณ์เดียวกันกับที่ปรากฏอยู่ในบันทึกหน้าสุดท้ายของบิดาเขา ผู้หายสาบสูญไปในป่าแห่งนี้เมื่อสิบปีก่อน
ลมหายใจของศาสตราจารย์หนุ่มสะดุดไปชั่วขณะ มือที่ถือสมุดบันทึกภาคสนามกำแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ ความจริงที่เขาปฏิเสธมาตลอดชีวิตเริ่มสั่นคลอน พ่อของเขาไม่ได้แค่ 'หายตัวไป' ตามธรรมชาติ แต่นักวิชาการผู้ล่วงลับอาจกำลังถูกตามล่า หรืออาจเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายมืดเหล่านี้มาตั้งแต่ต้น?
สิงหาเหลือบมองสีหน้าของอคินที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ อดีตตำรวจป่าไม้ยังคงอ่านภาษากายของคู่หูชั่วคราวคนนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เขายื่นมือไปแตะไหล่ของอคินเบาๆ เป็นเชิงเตือนสติ
"ตั้งสติไว้ครับอาจารย์... ถ้าอาจารย์สติแตกตอนนี้ เราจะได้ฝังร่างไว้ใต้รากไม้พวกนี้จริงๆ ไม่ใช่เพราะสมบัติ แต่เพราะความโง่เง่าของตัวเราเอง" เสียงกระซิบของสิงหาดุดันแต่มั่นคง มันดึงสติของอคินให้กลับคืนมาสู่ความเป็นจริง
ชายชุดดำกลุ่มนั้นหยุดเดินห่างจากจุดที่พวกเขาทั้งสองซ่อนตัวอยู่ไม่ถึงสิบก้าว หัวหน้าทีมยกมือขึ้นส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องกระจายกำลังล้อมกรอบพื้นที่บริเวณนั้น
"เป้าหมายอยู่ไม่ไกลจากจุดนี้แล้ว..." เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังลอดผ่านหน้ากากของหัวหน้าชุดดำ "ท่านผู้ทรงอำนาจสั่งมาว่า ถ้ามันยังยอมร่วมมือแต่โดยดี ให้พาตัวมาทั้งเป็น... แต่ถ้ามันขัดขืน หรือพยายามตอดเล็กตอดน้อยเพื่อถ่วงเวลา... อนุญาตให้ตัดอวัยวะบางส่วนเพื่อเตือนความจำได้"
รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นภายใต้เงาหมวกของหัวหน้าชุดดำ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาใกล้ต้นพะยูงที่สิงหากับอคินซ่อนอยู่ทีละก้าว... ทีละก้าว...
เสียงฝีเท้าที่เหยียบลงบนใบไม้แห้งดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทุกจังหวะคือการเคาะระฆังแห่งความตายที่ใกล้เข้ามาทุกที
สิงหากลั้นหายใจ นิ้วชี้เกี่ยวไกปืนแน่นขึ้น สายตาดุดันราวกับเสือโคร่งพร้อมตะครุบเหยื่อ เขากำลังคำนวณระยะและมุมยิงที่จะเผด็จศึกหัวหน้าชุดดำให้ได้ในนัดเดียวโดยไม่ให้พรรคพวกที่เหลือทันตั้งตัว แต่อคินกลับใช้มืออีกข้างกดกระบอกปืนของสิงหาลงช้าๆ พร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ เป็นสัญญาณห้าม
ดร.อคินหยิบวัตถุชิ้นเล็กๆ ชิ้นหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อ เป็นเหรียญโบราณเนื้อสำริดขึ้นสนิมเขียวครึ้มที่เขาเพิ่งขุดพบจากซากปรักหักพังในตอนบ่าย ดวงตาของนักมานุษยวิทยาเป็นประกายวับด้วยความเข้าใจบางอย่างที่สิงหายังมองไม่เห็น
ชายชุดดำก้าวเข้ามาประชิดหลังต้นไม้ใหญ่ ปลายกระบอกปืนติดลำกล้องยื่นพ้นเปลือกไม้เข้ามาในรัศมีสายตา กลิ่นไอน้ำมันปืนและกลิ่นอายอาคมพุ่งปะทะจมูกอย่างชัดเจน
ก่อนที่สิงหาจะได้เหนี่ยวไกตามสัญชาตญาณ ดร.อคินกลับตัดสินใจทำในสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุด—เขาจงใจปล่อยเหรียญโบราณในมือให้ร่วงหล่นกระทบกับก้อนหินเสียงดัง *'เคร้ง!'*
ทุกลมหายใจหยุดชะงัก ปลายกระบอกปืนของหัวหน้าชุดดำหันขวับไปยังทิศทางที่เสียงดังขึ้นทันที!
"ใครวะ!" เสียงคำรามต่ำลอดไรฟัน พร้อมกับลำแสงฉายสว่างวาบที่สาดส่องตรงมายังพงหญ้าที่อคินจงใจทิ้งร่องรอยไว้
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่แสงไฟสาดส่องกระทบพงหญ้าว่างเปล่า สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของพวกมันกลับไม่ใช่ร่างของสิงหาหรืออคิน แต่เป็นรอยแยกมิติขนาดเล็กที่กำลังหมุนวนเป็นเกลียวสีดำสนิท พร้อมกับเสียงกระซิบอันโหยหวนนับร้อยที่ดังออกมาจากความว่างเปล่า—เสียงที่ปลุกวิญญาณอาฆาตในป่าต้องห้ามให้ตื่นขึ้นพร้อมกัน!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงไปในเงามืดครั้งนี้กับผมนะครับ
เพชรตาเสือโบราณครับ
พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม•ตอนที่ 15
ศัตรูในเงามืด
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!