“คุณกำลังบอกว่า... ไอ้รอยพวกนี้มันคือแผนที่ของคนตายงั้นหรือ?”
ดร.อคินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศในกระท่อมร้างหลังนี้ แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดวูบไหวราวกับจะดับลงได้ทุกเมื่อ มันสะท้อนเงาของทั้งคู่ให้ยืดขยายไปตามผนังไม้ที่ผุพัง ดร.อคินขยับแว่นสายตา สายตาคมกริบของนักวิชาการจ้องเขม็งไปยังแผ่นหลังที่เปลือยเปล่าของสิงหา
สิงหาไม่ได้ตอบในทันที เขานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ กล้ามเนื้อหลังที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการปะทะกับสิ่งลี้ลับและมนุษย์ด้วยกันเองนั้น ดูแข็งแกร่งราวกับรูปสลัก ทว่าสิ่งที่โดดเด่นและน่าสะพรึงกลัวที่สุด คือรอยสักสีหมึกดำสนิทที่ดูเหมือนกำลัง ‘ขยับ’ ได้ภายใต้ผิวหนัง มันลากยาวจากต้นคอลงไปถึงแนวกระดูกสันหลัง รูปร่างของมันบิดเบี้ยวคล้ายรากไม้ที่ชอนไชและอักขระโบราณที่ไม่มีใครอ่านออก
“มันไม่ใช่แผนที่ ดร.อคิน” สิงหาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “มันคือโซ่ตรวน... ของคนที่ไม่อาจไปสู่สุขคติได้”
สิงหาค่อยๆ สวมเสื้อเชิ้ตสีซีดกลับอย่างเชื่องช้า ความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขานั้นทำให้อคินรู้สึกเหมือนอุณหภูมิในห้องลดลงไปอีกหลายองศา
“ผมเคยเชื่อในวิทยาศาสตร์” อคินเริ่มพูด พลางหยิบสมุดจดขึ้นมา แม้ปากจะปฏิเสธสิ่งที่เห็น แต่มือที่สั่นเล็กน้อยของเขากลับทรยศต่อความเชื่อมั่นนั้น “ผมเชื่อว่าทุกอย่างมีคำอธิบายเชิงกายภาพ รอยสักนี้อาจเป็นสารเคมีที่ทำปฏิกิริยากับอุณหภูมิในป่า หรือสารกัมมันตภาพรังสีจากซากโบราณสถาน แต่สิงหา... รอยพวกนี้มันเต้นเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจของคุณ”
สิงหาหันกลับมามอง ดวงตาของพรานอาคมคู่นั้นว่างเปล่าและลึกซึ้งราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทร “คุณกำลังพยายามหาเหตุผลให้สิ่งที่ไม่มีเหตุผลอยู่หรือครับ ดอกเตอร์? รอยสักนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะหมึก แต่มันเกิดขึ้นในวันที่ทีมของผมตายที่หุบเขาสาบสูญ วันนั้นผมเห็นพวกเขา... เห็นร่างที่ไร้วิญญาณยืนมองผมอยู่ และเมื่อรอยนี้เริ่มปรากฏขึ้น โลกของผมก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”
“นั่นคือจุดเริ่มต้น?” อคินถาม เสียงของเขาเบาลง พยายามประคองสติให้มั่น “ทำไมต้องเป็นคุณ? ทำไมต้องเป็นรอยสักนี้?”
“เพราะผมเป็นคนเดียวที่รอดมาได้ และเป็นคนเดียวที่เลือกจะไม่ลืม” สิงหาเดินเข้าไปหาอคิน ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดน้อยลงจนรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดของอุดมการณ์ที่ต่างกันสุดขั้ว “วิญญาณพวกนั้นไม่ได้มาหาผมเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่มันมาเพื่อย้ำเตือนถึงบาปที่ผมไม่ได้ทำ แต่ผมต้องเป็นคนชดใช้”
อคินวางสมุดลงบนโต๊ะ เขาจ้องเข้าไปในดวงตาของสิงหา “คุณไม่ได้แค่เห็นวิญญาณสิงหา คุณกำลังถูกใช้งาน คุณมองเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็นเพราะคุณมี ‘ทางผ่าน’ เชื่อมต่อกับโลกหลังความตายโดยตรง ซึ่งถ้าทฤษฎีผมไม่ผิด... รอยสักนี้ไม่ใช่คำสาป แต่มันคือ ‘ผนึก’ ที่กำลังจะเสื่อมถอย”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง เสียงฝนเริ่มตกกระทบหลังคาสังกะสีดังสนั่นจนน่ารำคาญ แต่อคินกลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนอกจากเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัว เขามองเห็นความขัดแย้งในแววตาของสิงหา ชายคนนี้ไม่ได้ต้องการเพียงแค่รอดชีวิต แต่เขากำลังรอคอยเวลาที่จะทำลาย ‘ผนึก’ นั้นทิ้ง แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม
“ถ้ามันคือผนึก” สิงหาแค่นหัวเราะ “งั้นคุณก็กำลังร่วมทางกับระเบิดเวลาอยู่นะ ดอกเตอร์”
“ผมไม่เคยกลัวระเบิด” อคินตอบเรียบๆ ก่อนจะหยิบแผนที่เก่าแก่ที่พวกเขาพบในถ้ำเมื่อตอนกลางวันขึ้นมา “ผมกลัวความจริงที่ว่า... ถ้าคุณปล่อยให้ผนึกนี้แตกออก สิ่งที่ถูกกักขังไว้ในป่านี้จะไม่ใช่แค่ความทรงจำของคนตาย แต่มันคือสิ่งที่อยู่เหนือกว่านั้น”
สิงหานิ่งไปครู่หนึ่ง เขาสังเกตเห็นบางอย่างที่ขอบกระดาษของแผนที่แผ่นนั้น มันไม่ใช่รอยหมึก แต่เป็นรอย ‘คราบเลือด’ ที่จางลงจนแทบมองไม่เห็น และเมื่อเขาจ้องมันด้วยดวงตาที่มองเห็นวิญญาณ คราบเลือดนั้นกลับเริ่มส่องประกายสีนวลตาออกมา มันไม่ใช่แผนที่พื้นที่ แต่เป็นแผนที่ของ ‘รอยแยก’ ที่เชื่อมต่อกับรอยสักบนหลังของเขา!
“ดร.อคิน หยุดเดี๋ยวนี้!” สิงหาตะคอกขณะก้าวพรวดเข้าไปคว้าข้อมือของอคินไว้
“มีอะไร? ผมแค่กำลังดู...”
“มันไม่ใช่รอยเลือดธรรมดา” สิงหาหน้าซีดเผือด “แต่มันคือการเรียกหา มันกำลังระบุพิกัด... ไม่ใช่พื้นที่ แต่มันกำลังระบุตัวผม!”
ทว่าก่อนที่อคินจะได้โต้ตอบ เสียงไม้กระดานหน้าประตูกระท่อมก็ลั่นดัง ‘เอี๊ยด’ ราวกับมีน้ำหนักมหาศาลกดทับลงมา ทั้งคู่ชะงักไปพร้อมกัน ลมพายุภายนอกหยุดลงอย่างฉับพลันเหลือเพียงความเงียบที่น่าขนลุก
ที่หน้าประตูบานนั้น เงาดำตะคุ่มร่างหนึ่งปรากฏขึ้น ลางเลือนแต่ชัดเจนพอที่จะทำให้สิงหาต้องชักมีดหมออาคมออกมาจากฝัก มือของเขาเริ่มสั่น รอยสักบนหลังเริ่มร้อนผ่าวราวกับถูกไฟเผา
“มันมาเร็วกว่าที่คิด” สิงหากระซิบ เสียงสั่นพร่า “และคราวนี้ มันไม่ได้มาแค่คนเดียว”
ประตูกระท่อมค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ โดยไม่มีใครจับ มือที่ซีดเผือดและเย็นเฉียบราวกับศพพุ่งเข้ามาคว้าคอเสื้อของดร.อคินลากออกไปสู่ความมืดมิดภายนอก สิงหาพุ่งตัวตามไป แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้เขาสติหลุดลอย เมื่อร่างที่ยืนรออยู่ตรงนั้น คือทีมของเขา... ทีมตำรวจที่ตายไปเมื่อห้าปีก่อน ทั้งห้าคนยืนเรียงแถว โดยมีร่างของดร.อคินในวัยเด็กยืนอยู่ตรงกลาง พร้อมกับดวงตาที่กลายเป็นสีดำสนิท!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงไปในเงามืดครั้งนี้กับผมนะครับ
เพชรตาเสือโบราณครับ
พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม•ตอนที่ 14
รอยสักบนแผ่นหลัง
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!