กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาป่าคั่วควันฉุย ลอยอบอวลตัดกับกลิ่นอับชื้นของรากไม้และดินโคลนที่เกรอะกรังอยู่ตามร่องพื้นกระดานไม้ไผ่
ดร.อคินขยับกรอบแว่นสายตาที่ขึ้นฝ้าจากไอร้อน เลื่อนสายตาสำรวจรอบกระท่อมยกพื้นสูงหลังย่อม ซึ่งซ่อนตัวอย่างมิดชิดอยู่ภายใต้ร่มเงาของต้นไทรใหญ่ท่ามกลางป่าดิบชื้น รอยต่อระหว่างวิชาการกับไสยเวทรวมตัวกันอย่างน่าอึดอัดที่นี่ บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งระเกะระกะไปด้วยตำราสมุนไพรโบราณ กะโหลกสัตว์ป่าที่ถูกจารอักขระขอมเลือนราง และคราบเขม่าควันเทียนสีดำสนิทที่แต้มเป็นวงบนคานไม้
"ถ้าคุณมาเพื่อจะเกลี้ยกล่อมให้ผมกลับไปเป็นหุ่นเชิดในสำนักงานป่าไม้... เสียเวลาเปล่าครับ ดร.อคิน"
เสียงทุ้มต่ำและแหบแห้งดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง รตท.สิงหานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้โยกเก่าๆ ในมือถือมีดหมอเล่มยาวที่คราบสนิมเหล็กผสมผสานกับคราบเลือดเก่าคร่ำคร่า ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดพรานสนามเซอร์ๆ ปลดกระดุมเสื้อออกสองเม็ดเผยให้เห็นรอยแผลเป็นลึกที่พาดผ่านลาดไหล่ซ้าย รอยแผลนั้นไม่ได้เกิดจากคมกระสุน แต่มันคือรอยไหม้เกรียมของอักขระอาคมที่ยังคงทิ้งร่องรอยสีแดงก่ำราวกับถ่านไฟใต้เถ้าถ่าน
อคินไม่สะทกสะท้านต่อรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาผู้ผันตัวมาเป็นพรานอาคม เขาวางกระเป๋าเอกสารหนังแท้ลงบนโต๊ะ เสียงวัตถุกระทบเนื้อไม้ดังทึบเบาๆ
"ผมไม่ได้มาในฐานะตัวแทนของราชการ หรือพวกข้าราชการยศใหญ่โตที่นั่งตากแอร์เย็นฉ่ำในเมืองกรุงหรอกครับ คุณสิงห์" อคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นทรงพลังด้วยความมั่นคงทางเหตุผล "แต่ผมมาในฐานะคนที่กำลังไขปริศนาชิ้นสุดท้าย... ปริศนาที่เชื่อมโยงระหว่างการหายตัวไปของครอบครัวผมเมื่อสิบปีก่อน กับคอยน์หรือรอยแยกประหลาดที่คุณกำลังตามล่าอยู่ในป่าต้องห้ามแห่งนี้"
สิงห์ชะงักมือที่กำลังลับใบมีด เสียงโลหะเสียดสีกับหินลับมีดหยุดลงทันที ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศภายในกระท่อม ชั่วขณะหนึ่ง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ด้านนอกและเสียงแมลงป่าที่ส่งเสียงร้องระงม
ดวงตาคมกริบราวกับพรานป่าของสิงห์ช้อนขึ้นสบตากับนักมานุษยวิทยาหนุ่ม แววตานั้นเต็มไปด้วยความระแวง ความเจ็บปวด และประสบการณ์อันโชกโชนที่ถูกหล่อหลอมจากความตาย
"คุณคิดว่าความรู้จากตำรามหาวิทยาลัย หรือทฤษฎีทางมานุษยวิทยาฝรั่งมังส่าหირพวกนั้น จะช่วยให้คุณรอดชีวิตจากสิ่งที่อยู่หลังรอยแยกได้หรือครับ ด็อกเตอร์" สิงห์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "สิ่งที่อยู่ในป่านี้ไม่ใช่ตัวแปรทางสถิติ หรือเรื่องเล่าปรัมปราที่คุณเอาไว้เขียนบทความส่งตีพิมพ์ แต่มมันคือ 'ความมืด' ที่มีลมหายใจ... มันพรากทุกอย่างไปจากผม และมันกำลังรอคอยวันที่คุณเดินเข้าไปถวายหัวให้มัน"
อคินก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานไม้ ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นไอป่าและกลิ่นอายความตายจากตัวสิงห์ปะทะเข้ากับจมูกของนักวิชาการหนุ่ม แต่อคินไม่มีท่าทีถอยหลังแม้แต่น้อย เขากลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของอีกฝ่ายด้วยความมุ่งมั่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์สุภาพบุรุษผู้เยือกเย็น
"ผมรู้ว่ามันอันตรายครับ คุณสิงห์" อคินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว "แต่ผมก็รู้เช่นกันว่า คุณไม่สามารถปิดปมในใจเรื่องทีมงานของคุณที่ตายในป่าลึกได้ หากคุณยังคงหลบซ่อนตัวอยู่แต่ในกระท่อมหลังนี้ เราต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลที่ต้องเดินหน้าต่อ... และความจริงก็คือ คุณขาดผมไม่ได้ในทางทฤษฎี ขณะที่ผมก็ขาดคุณไม่ได้ในทางปฏิบัติ"
สิงห์หรี่ตาลงเล็กน้อย ขากรรไกรของเขาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ชายหนุ่มพิจารณาร่างของนักมานุษยวิทยาตรงหน้า แม้อคินจะดูบอบบางเมื่อเทียบกับชีวิตพรานป่าโชกเลือดอย่างเขา แต่อคินกลับมีความดื้อรั้นและสายตาที่ผ่านการตัดสินใจเด็ดเดี่ยวมาแล้วอย่างโชกโชน—สายตาของคนที่ไม่เหลืออะไรให้สูญเสียอีกต่อไปแล้วเช่นเดียวกับเขา
"คุณนี่มันดื้อรั้นเสียจริง ด็อกเตอร์" สิงห์พึมพำ วางมีดหมอลงบนโต๊ะเสียงดังปัง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่หนาแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อและร่องรอยการต่อสู้กดดันให้อคินต้องเงยหน้ามองเล็กน้อย "ถ้าคุณอยากรู้นักว่ารอยแยกนั่นมันคืออะไร และทำไมผมถึงต้องปลีกวิเวกมาอยู่ที่นี่..."
สิงห์เดินอ้อมโต๊ะทำงานไปหยิบกระเป๋าหนังเก่าๆ และเสื้อแจ็คเก็ตสนามขึ้นมาสวมทับ ก่อนจะหยิบปืนลูกซองยาวคู่มือขึ้นพาดบ่า แล้วหันมามองอคินด้วยสายตาคมกริบทรงพลัง
"...ก็ตามผมมาครับ เราต้องไปพิสูจน์กันให้เห็นกับตาว่า วิทยาศาสตร์ของคุณจะอธิบาย 'รอยเท้า' ที่ไม่ควรจะมีอยู่บนโลกนี้ได้อย่างไร"
สิงห์ก้าวเท้าเดินนำออกไปจากกระท่อม อคินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสยบความตื่นเต้นระคนหวาดหวั่นในอก ก่อนจะก้าวตามออกไปสู่ความมืดมิดของผืนป่าที่กำลังอ้าแขนต้อนรับพวกเขา
เบื้องหน้าคือความเงียบงันของพงไพรที่ปกคลุมด้วยหมอกยามเย็น แต่ในความเงียบนั้น เสียงฝีเท้าที่ก้าวตามหลังพวกเขามาเป็นจังหวะ—ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของสัตว์ป่า และไม่ใช่เสียงของพวกเขาเอง—กลับดังขึ้นอย่างชัดเจนในทุกย่างก้าวที่ลึกเข้าไปในเขตอาคม
สิงห์ชะงักกوتฝีเท้าทันที ร่างสูงใหญ่ตวัดปืนลูกซองเล็งไปในความมืดเบื้องหน้าพร้อมกับส่งสัญญาณมือให้อคินหมอบลง อคินใจเต้นระรัวเมื่อกวาดสายตามองผ่านแสงสลัวของพลบค่ำ และสิ่งที่เขาเห็นบนพื้นดินเปียกชื้นใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ทำให้ความเชื่อมั่นทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมดสั่นคลอนจนแทบแหลกสลาย
รอยเท้าที่ปรากฏอยู่บนดินโคลน... ไม่ได้มีแค่รอยเดียว แต่มันคือรอยเท้าขนาดมหึมาของสิ่งมีชีวิตที่ยืนด้วยสองขา รอยเท้าที่ถูกกดทับลงมาด้วยน้ำหนักมหาศาล และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ ตรงกลางรอยเท้านั้น มีคราบยางไม้สีดำสนิทที่กำลังส่งเสียงเดือดปุดๆ ราวกับน้ำกรด และส่งกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพโชยเข้าจมูกอย่างรุนแรง
"นั่นไม่ใช่รอยเท้าของสัตว์ป่า..." สิงห์กระซิบเสียงลอดไรฟัน สีหน้าเคร่งเครียดจนน่ากลัว "และมันไม่ได้เดินตามเรามา... แต่มันกำลังรอต้อนรับเรา 'ออกจาก' เขตอาคมนี้ต่างหากครับ ด็อกเตอร์"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความลับนี้ครับ เพชรตาเสือโบราณ
พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม•ตอนที่ 3
ผู้คุ้มกฎแห่งป่า
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!