"ข้อเสนอห้าแสนบาทสำหรับค่าจ้างนำทางหกวัน... แลกกับการเอาชีวิตไปทิ้งให้วิญญาณในป่าลึกมันฉีกร่างเล่น คุณคิดว่าผมดูเป็นคนขัดสนเงินทองขนาดนั้นเชียวหรือครับ ดร.อคิน"
เสียงของ รตท.สิงหา หรือ ‘สิงห์’ พรานอาคมหนวดเคราครึ้มดังขึ้นในความมืดสลัวของเพิงพักปลายไร่ ควันสีเทาจากมวนยาเส้นกลิ่นฉุนลอยอ้อยอิ่งตัดกับแสงไฟสีส้มจากตะเกียงเจ้าพายุ ดวงตาคมกริบภายใต้ปีกหมวกสนามจ้องมองชายหนุ่มในชุดลุยป่าราคาแพงที่นั่งอยู่เบื้องหน้าอย่างเยียบเย็น ไร้ซึ่งไมตรีจิต
ดร.อคิน ขยับแว่นกรอบทองเล็กน้อย นัยน์ตาหลังเลนส์สะท้อนประกายความนิ่งสงบผิดกับสถานการณ์ตึงเครียด เขาวางกระเป๋าเอกสารหนังแท้ลงบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนซองเอกสารสีน้ำตาลไปตรงหน้าอีกฝ่ายอย่างใจเย็น
"เงินจำนวนนั้นไม่ใช่ค่าจ้างให้คุณไปตายครับ ผู้กองสิงหา... แต่มันคือค่าเสียเวลาในการพาผมเข้าไปยัง 'ซากอารยธรรมโบราณ' ที่หน่วยงานของคุณพยายามปกปิดข้อมูลมาตลอดสามปีต่างหาก" อคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นในทุกพยางค์ "คุณสู้น้ำหนักความจริงไม่ไหวหรอกครับ คนที่สูญเสียลูกทีมไปต่อหน้าต่อตาในป่าต้องห้าม ย่อมรู้ดีกว่าใครว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังแนวเขตแดนอาคมนั้นไม่ใช่แค่เรื่องงมงาย"
คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นกลางใจ สิงหาชะงักไปชั่วขณะ นิ้วมือที่คีบมวนยาเส้นหยุดนิ่ง สันจมูกกระตุกเล็กน้อยก่อนที่ริมฝีปากหนาจะเหยียดยิ้มเยาะ
"คุณฉลาดมากศาสตราจารย์... ที่บ้านคงสอนมาดีสินะครับ ถึงได้กล้าเอาความตายของคนอื่นมาเป็นเครื่องมือต่อรอง" สิงห์พ่นควันยาวเหยียดออกทางจมูก ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะที่ถูกกดทับ "แต่บอกไว้ตรงนี้เลยว่า ต่อให้เอาเงินมากองตรงหน้าผมเป็นภูเขา ป่าดิบชื้นด้านหลังนั่นก็ไม่ต้อนรับคนนอก โดยเฉพาะคนที่ไม่เชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษอย่างคุณ ไสยศาสตร์ไม่ได้มีไว้ให้พวกนักวิชาการเอาไปทำวิทยานิพนธ์เล่นหรอกนะครับ"
สิงห์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชื้อสีเข้มเขรอะฝุ่นบ่งบอกถึงชั่วโมงบินอันโชกโชนในฐานะอดีตตำรวจป่าไม้ผู้ผ่านความตายมาโชกโชน เขาหยิบมีดเดินป่าเหล็กน้ำพี้เล่มยาวขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างช้าๆ เสียงคมมีดเสียดสีกับฝักหนังดัง *สวาท* แผ่วเบา แต่บาดลึกในโสตประสาท
อคินไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งนิ่งหลังตรง สายตาคมกริบมองการเคลื่อนไหวของพรานหนุ่มราวกับกำลังวิเคราะห์ตัวอย่างในห้องทดลอง
"ความกลัวทำให้คนเราสร้างสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจขึ้นมาเพื่อความสบายใจ... ผมเข้าใจทฤษฎีนั้นดีครับ ผู้กอง" อคินลุกขึ้นยืนเช่นกัน ความสูงของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าพรานหนุ่มเลยแม้แต่น้อย แม้บุคลิกจะดูเป็นปัญญาชนสำอาง แต่รังสีความดื้อรั้นและเย่อหยิ่งในเหตุผลก็แผ่ออกมาอย่างชัดเจน "แต่สิ่งที่พรากครอบครัวของผมไปเมื่อสิบปีก่อน ไม่ใช่ภูตผีปีศาจตามความเชื่อท้องถิ่น แต่มันคือ ‘รอยแยก’ บางอย่างที่เปิดออก และผมมีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน... ด้วยเหตุผลนี้ ต่อให้คุณปฏิเสธ ผมก็จะเดินเข้าป่าคนเดียว"
วาณิชย์คำรามในลำคอ รอยแผลเป็นที่พาดผ่านข้างแก้มกระตุกวูบ
"ถ้าคุณเดินเข้าไปคนเดียว ก่อนจะถึงเขตชายป่าชั้นนอก คุณจะได้กลายร่างเป็นปุ๋ยให้โคนต้นตะเคียนทองแน่ๆ ครับ" สิงห์ก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด กลิ่นอายความดิบเถื่อนและกลิ่นสาปป่าโชยเข้าปะทะจมูก "อยากพิสูจน์ความจริงนักใช่ไหมครับ? งั้นเรามาดูกันว่าทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ของคุณ จะกันคมมีดเล่มนี้พ้นหรือเปล่า"
ฉับพลัน! บรรยากาศภายในเพิงพักดิ่งวูบลง อุณหติลดต่ำลงอย่างกะทันหันจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว สิงห์เคลื่อนไหวด้วยความเร็วระดับพรานอาคม ร่างหนาพุ่งเข้าประชิดพร้อมกับคมมีดเหล็กน้ำพี้ที่ตวัดจ่อเข้าที่ลำคอของอคินอย่างแม่นยำ ไร้ซึ่งช่องว่างให้หลบหนี
ทว่า อคินไม่มีแม้แต่เสียงอุทาน ดวงตาหลังแว่นยังคงจ้องลึกลงไปในดวงตาสิงห์อย่างไร้ความหวาดกลัว มือขวาของศาสตราจารย์หนุ่มยกขึ้นอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วคีบเหรียญโบราณเนื้อสัมฤทธิ์ขึ้นมาสะบัดขวางคมมีดไว้ได้อย่างเฉียดฉิว แรงปะทะทำให้เกิดประกายไฟสีส้มวาบขึ้นในความมืด
*กริ๊ง...*
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นกังวาน พร้อมกับกลิ่นอายประหลาดที่พวยพุ่งออกมาจากเหรียญในมืออคิน รอยสักอาคมบนท่อนแขนของสิงห์ร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีจนเจ้าตัวต้องผถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ ดวงเบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึง
"คุณ..." สิงห์คำรามเสียงต่ำ มองเหรียญโบราณในมืออีกฝ่ายที่แผ่ไอเย็นเยียบออกมาตัดกับความร้อนของไสยเวท "นั่นมันเหรียญตราของ 'คณะสำรวจอาคมโบราณ' เมื่อสามสิบปีก่อน... คุณไปเอามาจากไหน!"
อคินเก็บเหรียญนั้นลงในกระเป๋าเสื้ออย่างใจเย็น เขากระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นและซ่อนเร้นความลับมืดดำบางอย่างไว้
"พ่อของผมคือหัวหน้าคณะสำรวจชุดนั้น... และเขาก็หายสาบสูญไปพร้อมกับความลับที่คุณพยายามปกปิดนั่นแหละครับ ผู้กอง" อคินก้าวเข้าไปประชิดสิงห์อีกครั้ง กระซิบด้วยน้ำเสียงกระด้างที่แฝงไปด้วยแรงขับดันอันน่าสะพรึงกลัว "ตอนนี้... คุณยังมีสิทธิ์ปฏิเสธผมอยู่ไหมครับ?"
สิงห์ยืนนิ่งค้าง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความตายที่เขาคุ้นเคยกำลังคละคลุ้งขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ใช่แค่จากป่าเบื้องหลัง แต่มาจากตัวของศาสตราจารย์หนุ่มคนนี้เอง
ก่อนที่สิงห์จะได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือตอบรับ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นรอบด้าน... รอบเพิงพักร้างกลางดึกสงัด
*ตึง... ตึง... ตึง...*
ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ เพราะมันหนักหน่วงเกินกว่าจะเดินด้วยสองเท้า และไม่มีเสียงกิ่งไม้หักแม้แต่กิ่งเดียว เสียงนั้นหยุดลงที่หน้าประตูเพิง พร้อมกับเงาดำสูงใหญ่ทาบทับลงบนผนังไม้ไผ่ เงาที่ยืดขยายผิดรูปร่างราวกับมีแขนขามากกว่าแปดข้าง และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ... เสียงลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีดำสนิท
อคินหันขวับไปมองที่ประตู แว่นตาในความมืดสะท้อนภาพเงาประหลาดนั้น ขณะที่สิงห์ดึงมีดกลับมาตั้งรับอัตโนมัติ ใบหน้าคร่ำเคร่งของพรานอาคมเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ
"สายเกินไปที่จะถอนตัวแล้วครับ ศาสตราจารย์..." สิงห์กัดฟันกรอด กระชับมีดในมือแน่น "พวกมันมาต้อนรับแขก... และดูเหมือนว่ามันไม่ได้มาแค่ตัวเดียว"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความลับนี้ครับ เพชรตาเสือโบราณ
พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม•ตอนที่ 4
การเจรจาด้วยคมมีด
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!