พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม•ตอนที่ 5

กลิ่นดินสาบ

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นสาบของดินปนเปกับกลิ่นคาวสนิมเหล็ก ไม่ใช่สิ่งที่ควรลอยอบอวลอยู่กลางผืนป่าดิบชื้นยามสาย เส้นแบ่งเขตระหว่างอุทยานแห่งชาติกับ “เขตหวงห้ามชั้นใน” ถูกขีดคั่นไว้ด้วยแนวหินศิลาแลงโบราณที่ถูกรากไม้มหึมาเลื้อยรัดราวกับกรงเล็บอสูร รตท. สิงหา หยุดฝีเท้าลงกะทันหันจน ดร. อคิน ที่เดินตามหลังมาเกือบชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างที่ห่อหุ้มด้วยเสื้อแจ็คเก็ตสนามสีเขียวเข้ม “ทำไมถึงหยุดล่ะครับ คุณสิงห์ หรือว่าแบตเตอรี่เครื่องตรวจวัดสนามแม่เหล็กของผมจะรบกวนสัญชาตญาณพรานของคุณเข้าแล้ว” อคินเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความเย้าหยันตามวิสัยของนักวิชาการผู้ไม่เคยเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ หากแต่ดวงตาหลังกรอบแว่นสายตากลับกวาดมองรอบกายอย่างระมัดระวัง สิงหาไม่ตอบในทันที นิ้วหยาบกร้านที่ผ่านการจับปืนและมีดมานับไม่ถ้วนเอื้อมไปแตะที่ปลายกระบอกปืนพกสั้นประจำกาย สายตาคมกริบดั่งพญาเสือโคร่งจ้องมองลึกลงไปในอุโมงค์ต้นไม้เบื้องหน้า ซึ่งแสงแดดไม่สามารถส่องทะลุกลุ่มใบไม้หนาทึบลงมาได้ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดจนน่ากลัว ไม่มีเสียงนก ไม่1มีเสียงแมลง มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองและเสียงหอบแผ่วเบาของเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ในมืออคิน “ไม่ใช่เรื่องสนามแม่เหล็กหรอกครับ ดร.อคิน” สิงหาเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำทุบ กวาดสายตาสำรวจร่องรอยบนพื้นดิน “มองที่พื้นตรงนั้นสิครับ” อคินขยับแว่น ก้มตัวลงมองตามนิ้วชี้ของอดีตตำรวจป่าไม้ บนพื้นดินชื้นแฉะมีรอยเท้าขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ เป็นรอยเท้าเปล่าของมนุษย์ แต่นิ้วเท้ากลับกางออกและลึกผิดธรรมชาติ ราวกับผู้เดินไม่ได้ใช้กำลังจากกล้ามเนื้อขาอย่างคนทั่วไป หากแต่เป็นการ 'กดน้ำหนัก' จากพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น “รอยเท้านี้... ถูกทิ้งไว้เมื่อไหร่ครับ” อคินขมวดคิ้ว ย่อตัวลงใช้มือถือเครื่องมือสแกนสารเคมีเข้าใกล้รอยนั้น “ความชื้นในดินบ่งบอกว่าไม่เกินสองชั่วโมง... แต่แปลกมาก ค่ารังสีความร้อนรอบรอยเท้านี้ต่ำกว่าอุณหภูมิห้องเกือบสามองศาเซลเซียส มันเป็นไปทางฟิสิกส์ไม่ได้เลย” “ไสยเวทไม่ได้ใช้ฟิสิกส์มาอธิบายครับ ดร.” สิงหาหันมามองนักวิชาการหนุ่มด้วยแววตาเรียบเฉยแต่คมปลาบ “มันใช้ ‘ชีวิต’ เป็นต้นทุน... รอยเท้านั่นไม่ใช่ของคนเป็น แต่มันคือ ‘รอยสะกด’ ของคนที่เคยหลงเข้ามาที่นี่แล้วหาทางออกไม่เจอ ร่างกายอาจจะตายไปแล้ว แต่จิตยังติดอยู่ในอาคมของป่า” อคินเงยหน้าขึ้นสบตากับพรานหนุ่ม แววตาของนักวิทยาศาสตร์มีความลังเลฉายชัดอยู่เสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความดึงดันตามอัตตา “สมมติฐานของคุณน่าสนใจในแง่มานุษยวิทยาความตายครับ... ความเชื่อเรื่องผีตายซากหรือภูตพรายที่ถูกกักขังในป่าลึก พบได้ในตำนานพื้นบ้านทุกมุมโลกเพื่อควบคุมพฤติกรรมมนุษย์ไม่ให้บุกรุกธรรมชาติ แต่มันก็เป็นเพียงกลไกทางจิตวิทยา ไม่มีหลักฐานทางประจักษ์” อคินลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นที่กางเกง “เรากำลังจะเดินลึกเข้าไปอีกสิบกิโลเมตรเพื่อหาเบาะแสการหายตัวไปของคณะสำรวจของพ่อผม ไม่ใช่มาเดินชมพิพิธภัณฑ์ความกลัว” สิงหายิ้มเยาะที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย “ท่านศาสตราจารย์ครับ ความรู้ในตำราของคุณมีประโยชน์มากบนโต๊ะทำงานในมหาวิทยาลัย... แต่ถ้าคุณยังก้าวเดินด้วยความเย่อหยิ่งแบบนั้นต่ออีกสามก้าว คุณจะได้พบกับ ‘ประจักษ์พยาน’ ชิ้นแรกที่จะทำให้คุณลืมทฤษฎีทั้งหมดที่ร่ำเรียนมาเลยทีเดียว” สิ้นคำพูดของพรานหนุ่ม อคินชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวข้ามรากไม้ใหญ่ เขาหันขวับมามองสิงหาด้วยความไม่พอใจ “คุณหมายความว่า—” “ชูว์...” สิงหายื่นมือไปคว้าคอเสื้อของอคินแล้วกระชากถอยหลังกลับมาก้าวหนึ่งอย่างแรงโดยไม่ทันให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว *แคว่ก!* อากาศตรงจุดที่อคินเกือบจะก้าวเท้าลงไปเมื่อครู่ เกิดการบิดเบี้ยววับวามคล้ายคลื่นความร้อนบนถนนลาดยางกลางแดดจัด ทันใดนั้น ร่างของเงาดำทะมัดทะแมงร่างหนึ่งก็พุ่งวาบผ่านหน้าพวกเขาไปในความเร็วสูง เสียงลมกระโชกวูบใหญ่พัดเอาเศษใบไม้แห้งหมุนวนเป็นเกลียว พร้อมกับกลิ่นสาบดินและซากสัตว์เน่าที่รุนแรงจนอคินต้องยกมือขึ้นปิดจมูกและสำลักออกมา “นั่น... อะไรกัน” อคินหน้าซีดเผือด ความมั่นใจในหลักเหตุผลเมื่อครู่สั่นคลอนอย่างรุนแรง ดวงตาเบิกกว้างมองไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้าที่มีร่องรอยการฉีกขาดของอากาศ “เจ้าที่เจ้าทางแถบนี้เขาต้อนรับแขกแปลกหน้าครับ” สิงหาชักพกสั้นออกจากซองหนังอย่างเงียบเชื่องและรวดเร็ว สายตาสอดส่องไปทั่วทิศทาง ความตึงเครียดแผ่ซ่านออกจากตัวเขาจนอคินสัมผัสได้ “ยินดีต้อนรับสู่เขตหวงห้ามครับ ดร.อคิน ความสนุกเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น” บรรยากาศรอบตัวหนาทึบขึ้นทันตาเห็น หมอกสีเทาเริ่มไหลทะลักมาจากโคนต้นไม้ใหญ่ราวกับมีใครเปิดวาล์ว อคินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่ถือเครื่องมือสั่นเทาเล็กน้อย ความคิดเชิงวิทยาศาสตร์เริ่มพังทลายลงทีละน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่อยู่นอกเหนือกรอบตรรกะ แต่ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ เสียงหนึ่งก็ดังแว่วมาจากความมืดเบื้องหน้า—เสียงกระซิบแหบพร่าคล้ายเสียงของคนแก่ที่คุ้นเคยอย่างประหลาด *“...อคิน... ลูกพ่อ... กลับมาทำไม...”* ดร.อคินแข็งค้างราวกับถูกสาป ร่างกายชาดิกตั้งแต่ปลายนิ้วเท้าจรดโคนผม เมื่อเงาดำร่างหนึ่งก้าวพ้นม่านหมอกออกมา เผยให้เห็นใบหน้าครึ่งซีกที่เน่าเปื่อยแต่สวมแววตาคุ้นตา... แววตาหลังกรอบแว่นสายตาที่คุ้นเคยที่สุดในโลก ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความลับนี้ครับ เพชรตาเสือโบราณ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%