พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม•ตอนที่ 2

บันทึกของนักสำรวจ

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
คราบเลือดแห้งกรังบนหน้าปกสมุดบันทึกหนังฟอกฝาดไม่ได้เล่าเรื่องความรุนแรงเพียงอย่างเดียว แต่มันฟ้องถึงความรีบร้อนของเจ้าของเดิมในวินาทีที่ความเป็นความตายทาบทับลงบนต้นคอ รตท. สิงหาใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านเขี่ยคราบดินสีแดงจัดออกจากสันปก เขาไม่จำเป็นต้องใช้แว่นขยายแบบที่นักวิชาการชอบทำ ประสบการณ์สิบปีในการเดินลาดตระเวนป่าลึกสอนให้เขารู้ว่า กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าที่ผสมปนเปกับกลิ่นสาบสางของยางไม้ไพร เป็นหลักฐานชั้นดีว่าวัตถุชิ้นนี้ถูกฝังไว้ใต้รากไม้นานเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะจินตนาการออก "คุณกำลังถือหลักฐานสำคัญที่อาจทำให้ทฤษฎีทางประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยพังทลายลงมาทั้งแถบ... หรือไม่ก็กำลังถือตั๋วเที่ยวเดียวสู่นรก" เสียงทุ้มต่ำของ ดร.อคินดังขึ้นจากมุมมืดของเต็นท์สนาม แสงไฟฉายคาดหัวสาดกระทบกรอบแว่นโลหะจนเกิดประกายสะท้อนวับวาว ศาสตราจารย์หนุ่มผู้เชื่อมั่นในเหตุผลและหลักฐานเชิงประจักษ์ไม่ได้ขยับเข้ามาใกล้ เขายังคงนั่งอยู่หน้าจอแล็ปท็อปที่แสดงภาพกราฟิกโครงกระดูกมนุษย์โบราณ ซึ่งถูกพบในสภาพกระดูกหักผิดรูปราวกับถูกบิดด้วยมือยักษ์ สิงหาเงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึก สายตาคมกริบราวกับพรานล่าสัตว์จ้องมองอีกฝ่ายนิ่งนาน "หลักฐานในโลกวิชาการของคุณวัดค่าด้วยตัวเลขและคาร์บอน 14 แต่หลักฐานในมือผม... วัดค่าด้วยจำนวนศพที่เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่พระจันทร์เต็มดวงครับ ดร.อคิน" บรรยากาศในเต็นท์อึมครึมลงทันตาเห็น ความเงียบงันเข้ามาแทนที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนปรอยๆ ที่ตกกระทบใบตองนอกเต็นท์เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทั้งสองคนต่างยืนอยู่คนละฟากฝั่งของอุดมการณ์ คนหนึ่งใช้ตรรกะเพื่อหาคำอธิบายให้อำนาจมืด อีกคนใช้รอยแผลเป็นและไสยเวทเพื่อเอาชีวิตรอดจากมัน แต่ในวินาทีนี้ ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าไม่มีใครสามารถไขปริศนาคดีนี้ได้โดยลำพัง อคินถอนหายใจยาวนาน เขาถอดแว่นออกแล้วใช้ปลายนิ้วนวดสันจมูกเพื่อคลายความเครียด ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่ดูผอมบางกว่านายตำรวจป่าไม้ไม่ได้ทำให้ความน่าเกรงขามลดลงเลยแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะสนามไม้ไผ่ กลิ่นกาแฟดำเข้มข้นลอยกรุ่นออกมาจากแก้วกระดาษที่เจ้าตัวถืออยู่ "ผมไม่ได้บอกว่าคุณเข้าใจผิด หมวดสิงหา" อคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "แต่สมุดเล่มนั้น... เจ้าของเดิมของมันคือศาสตราจารย์เรืองวิทย์ อาจารย์ย้อนยุคของผมเอง ท่านหายสาบสูญไปในป่าต้องห้ามเมื่อสิบปีก่อน พร้อมกับทฤษฎีที่บอกว่า *'รอยแยก'* ไม่ได้เป็นเพียงแค่ปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา แต่มันคือประตู" สิงหาหรี่ตาลงเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินชื่อนั้น เขารู้จักเรืองวิทย์—ไม่สิ เขาเคยพบชายแก่คนนั้นในสภาพที่เกือบจะเป็นบ้าก่อนจะหายตัวเข้ากลีบเมฆ สมุดบันทึกเล่มนี้จึงไม่ใช่แค่สมุดโน้ตธรรมดา แต่มันคือแผนที่นำทางสู่หายนะ "ท่านไม่ได้หายสาบสูญไปเฉยๆ หรอกครับ ดร.อคิน" สิงหาเปิดหน้ากระดาษที่เปื้อนคราบกรังออกเผยให้เห็นลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกกันน้ำ พร้อมกับแผนผังเส้นทางเดินป่าที่ถูกขีดฆ่าทับด้วยกากบาทสีแดงฉาน "ท่านเดินเข้าไปหาความตายโดยสมัครใจ... หรือไม่อีกที ก็มีใครบางคนจงใจ 'ลาก' ท่านเข้าไป" นิ้วเรียวยาวของอคินเอื้อมไปแตะที่มุมกระดาษแผ่นหนึ่งที่พับซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ดวงตาหลังกรอบแว่นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นสัญลักษณ์ประหลาดที่ถูกวาดด้วยหมึกสีดำสนิท—สัญลักษณ์รูปดวงตาที่มีรอยกรีดผ่ากลาง ซึ่งเป็นลายเส้นเดียวกับรอยแผลบนศพเหยื่อรายล่าสุดที่พวกเขาเพิ่งพบในป่าลึก "นั่นไม่ใช่สัญลักษณ์ทางมานุษยวิทยา..." อคินพึมพำ น้ำเสียงขาดหายไปในลำคอราวกับคนกำลังจะขาดอากาศหายใจ "มันคือตราประทับของ 'กลุ่มผู้บูชาความเงียบ' ลัทธิโบราณที่ถูกกวาดล้างไปตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ทำไมมันถึงมาอยู่ในบันทึกของอาจารย์ผมได้" "เพราะบางที... สิ่งที่คุณเรียกว่าประวัติศาสตร์ที่ตายไปแล้ว มันยังคงมีชีวิตอยู่และหายใจได้ในป่าผืนนี้ไงครับ" สิงหาลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่กดดันบรรยากาศรอบตัวให้ตึงเครียดขึ้นไปอีก เขากวาดสายตามองไปรอบเต็นท์ก่อนจะหยุดอยู่ที่รอยขูดขีดลึกลับบนเสาไม้ไผ่ด้านหลังอคิน รอยขูดนั้นเพิ่งเกิดขึ้นใหม่ๆ และเศษไม้ยังกองอยู่ที่พื้นราวกับเพิ่งมีใครบางคนใช้เล็บคมๆ กรีดมันเมื่อไม่กี่นาทีนี่เอง อคินสังเกตเห็นปฏิกิริยาของนายตำรวจหนุ่ม เขาชะงักและค่อยๆ หันกลับไปมองตามสายตานั้น ความเงียบอันน่าสะพรึงกลัวโรยตัวลงมาอีกครั้ง เสียงฝนข้างนอกราวกับเงียบหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่สอดประสานกันอย่างตื่นตระหนก ทว่า... ท่ามกลางความเงียบงันนั้น กลับมีเสียงฝีเท้าหนักๆ ลากยาวดังมาจาก *ด้านนอก* ของเต็นท์ ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมนุษย์ที่สวมรองเท้าบู๊ตลุยโคลน แต่เป็นเสียง *ลาก* ของบางสิ่งที่หนักอึ้งและไร้เรียวแรง ราวกับมีใครบางคนหรือ... *บางสิ่ง*... กำลังเอาหลังถูไปกับผนังผ้าใบเต็นท์ทีละน้อย วนรอบที่พักของพวกเขาเป็นวงกลม สิงหาควักปืนพกสั้นออกจากซองพกข้างเอวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้มืออีกข้างผลักอคินให้ถอยไปหลบหลังโต๊ะสนาม ดวงตาคมกราบกวาดมองเงาดำที่ทาบทับลงบนผนังผ้าใบเต็นท์จากแสงไฟตะเกียง เงาดำนั้นผิดรูป... มันยืดยาวออกไปอย่างไร้สัดส่วน และที่น่ากลัวที่สุดคือ ส่วนหัวของเงาบนผ้าใบกำลังหันกลับมามองตรงมาที่พวกเขาทั้งสองคน ทั้งที่ทิศทางของแสงไฟไม่ได้เอื้ออำนวยให้เกิดเงาเช่นนั้นเลย "อย่าขยับ..." สิงหา กระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจขาดห้วงแต่นิ่งสนิท สัญชาตญาณพรานป่ากรีดร้องเตือนภัยขั้นสูงสุด ที่ด้านนอกเต็นท์... เสียงกระซิบแหบพร่าคล้ายสำเนียงมนุษย์แต่ก้องกังวานราวกับมาจากก้นบึ้งของเหลึก ดังลอดผ่านผืนผ้าใบเข้ามาอย่างชัดเจน *"...คืนนี้... คิวของใคร...?"* ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความลับนี้ครับ เพชรตาเสือโบราณ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%