พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม•ตอนที่ 1

ศพที่ไร้รอยแผล

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ ที่ลอยมาแตะนาสิก ไม่ได้มาจากเลือดสดๆ บนพื้นดิน หากแต่มาจากความตายที่สะอาดสะอ้านเกินกว่าจะเป็นธรรมชาติ ป่าดิบชื้นแห่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทึบในยามวิกาลไม่เคยเงียบงัน เสียงแมลงกลางคืนและเสียงใบไม้เสียดสีกันราวกับเสียงกระซิบของภูตผี แต่ณ จุดที่ร้อยตำรวจตรีสิงหายืนอยู่ ความเงียบงันกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามของเสือโคร่ง "คุณกำลังใช้มุมมองของตำรวจภูธรมาตัดสินคดีไสยเวท... ซึ่งมันใช้ไม่ได้ผลหรอกครับ ดร.อคิน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืด แสงจากไฟฉายคาดหัวของสิงหาจับนิ่งอยู่ที่ร่างไร้วิญญาณของชายฉกรรจ์คนหนึ่ง ซึ่งนอนหงายอยู่บนรากไม้ใหญ่ เสื้อผ้าไม่หลุดลุ่ย ไม่มีรอยฉีกขาด แม้แต่เศษดินโคลนบนรองเท้าก็ยังแทบไม่มี ราวกับมีคนจงใจอุ้มร่างนี้มาวางไว้ ไม่ใช่การล้มลงจากการวิ่งหนีตาย เบื้องหลังของเขา ดร.อคิน ศาสตราจารย์ด้านมานุษยวิทยาผู้สวมแว่นกรอบบาง กำลังคุกเข่าลงช้าๆ มือสวมถุงมือยางขยับเข้าใกล้ข้อมือของศพเพื่อตรวจชีพจร แม้ใบหน้าของนักวิชาการหนุ่มจะฉายแววเคร่งเครียด แต่แววตานั้นยังคงเต็มไปด้วยความดื้อรั้นตามวิสัยของคนที่ไม่เชื่อว่าสิ่งใดในโลกนี้อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ "ผมไม่ได้ใช้มุมมองตำรวจครับ ผู้กองสิงห์ ผมกำลังใช้หลักฐานเชิงประจักษ์" อคินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน "มนุษย์เราหัวใจวายตายกลางป่าได้เสมอ ไม่ว่าจะเพราะภาวะช็อก ความเครียด หรือโรคประจำตัว การที่คุณดึงดันจะเชื่อเรื่องอาคมไสยศาสตร์ มันเป็นแค่ทางออกง่ายๆ ของคนขี้เกียจหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เท่านั้น" สิงหาแค่นجในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยร่องรอยของประสบการณ์อันโชกโชน ดวงตาคมกริบภายใต้หมวกปีกกว้างเหลือบมองร่างไร้ลมหายใจสลับกับใบไม้รอบตัวที่กองสุมกันอย่างผิดธรรมชาติ รอยสักรูปอักขระโบราณที่ต้นแขนซ้ายภายใต้เสื้อแขนยาวเนื้อหนาร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่ง เป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าที่สิงหาเรียนรู้ที่จะเชื่อมันมากกว่าผลชันสูตร "โรคประจำตัวงั้นหรือครับ?" สิงหาก้าวเข้าไปใกล้ศพมากขึ้น โน้มตัวลงต่ำจนกลิ่นอายความตายพุ่งเข้าปะทะหน้า "ลองแหวกคอเสื้อเขาดูสิครับ ด็อกเตอร์ คนที่หัวใจวายเฉียบพลันเพราะโรคภัย มักจะมีร่องรอยความทรมานบนใบหน้า กล้ามเนื้อเกร็งตัว หรืออย่างน้อยที่สุด... มือต้องจิกดิน แต่นี่อะไรล่ะครับ?" อคินขยับแว่นเล็กน้อย ก่อนจะใช้ไฟฉายส่องตามคำแนะนำ นิ้วมือเรียวยาวของนักมานุษยวิทยาบรรจงแหวกปกเสื้อเชิ้ตสีเข้มออก แสงสีขาวนวลเผยให้เห็นผิวหนังบริเวณลำคอและหน้าอกที่ขาวซีดไร้รอยแผล ไม่มีรอยช้ำ ไม่มีรอยเข็ม หรือรอยรัดจากเชือก... แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของอคินสะดุดไปชั่วขณะ คือรอยแผลเป็นเก่าแก่กลางหน้าอก เป็นรอยสักรูปดวงตาโบราณที่ถูกกรีดทับด้วยคมมีดจนบิดเบี้ยว "รอยแผลนี่..." อคินพึมพำ ดวงตาหลังเลนส์แว่นหรี่ลงด้วยความสนใจทางวิชาการที่เริ่มเข้ามาแทนที่ความเคลือบแคลง "รอยสักรูป 'ตาข้ามภพ'... สัญลักษณ์ของกลุ่มคนทรงโบราณที่สูญหายไปจากแผนที่มานุษยวิทยาเมื่อสามสิบปีก่อน ทำไมคนยุคนี้ถึงยังมีมันอยู่" "เพราะมันไม่ใช่แค่รอยแผลเป็นประดับร่างกายไงครับ ด็อกเตอร์" สิงหาพูดเสียงต่ำ มือใหญ่เอื้อมไปแตะที่หน้าอกศพเหนือรอยแผลนั้นเบื้องบน โดยไม่กลัวเกรงต่อสิ่งใด "มันคือ 'ประตู' และคนที่ทำลายประตูนี้... ก็ไม่ได้ต้องการให้เขาตายด้วยโรคหัวใจหรอกครับ เขาแค่ดึงวิญญาณออกจากร่างโดยไม่ให้กะโหลกมีรอยร้าวต่างหาก" บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงฉับพลัน ลมพัดกรรโชกแรงครั้งหนึ่งจนยอดไม้ไหวระรึก เกิดเสียงเสียดสีกันคล้ายเสียงหัวเราะเยาะเย้ย ความคิดที่ขัดแย้งระหว่างวิทยาศาสตร์และไสยเวทปะทะกันในความมืด อคินมองหน้าอดีตตำรวจป่าไม้ผู้แบกรับความลับและคำสาป ชายผู้ซึ่งอคินทั้งรู้สึกขัดขวางและจำเป็นต้องพึ่งพาในคราวเดียวกัน "ถ้ามันคือการดึงวิญญาณตามที่คุณว่าจริง..." อคินเงยหน้าขึ้นสบตากับสิงหา นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววท้าทายเช่นเคย แม้จะเริ่มหวั่นไหวกับความเย็นเยียบของบรรยากาศรอบข้าง "เราก็คงต้องพิสูจน์กันให้เห็นคาตา ว่าระหว่างอาคมที่คุณศรัทธา กับมีดผ่าตัดของผม อะไรจะตอบคำถามนี้ได้เร็วกว่ากัน" สิงหายกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความขบขัน แต่เป็นรอยยิ้มของพรานผู้รู้ว่าเหยื่อก้าวเข้ามาในอาณาเขตอันตรายแล้ว "ระวังคำพูดหน่อยนะครับ ด็อกเตอร์..." สิงหาเอ่ยกระซิบเบาๆ แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำในความเงียบ "เพราะบางที... สิ่งที่เรากำลังตามหา อาจจะไม่ได้อยากให้เรา 'พิสูจน์' แต่มันกำลังรอเวลาที่จะ 'เลือก' พวกเราต่างหาก" สิ้นเสียงคำพูดนั้น แสงไฟฉายสลับซ้ายขวาของทั้งคู่ก็กวาดไปกระทบกับเงาดำประหลาดที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอยู่หลังพุ่มไม้หนาห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร พร้อมกับเสียงกิ่งไม้หักดัง 'กรอบ' ที่ชัดเจนจนขนหัวลุก ทั้งสองคนนิ่งงัน สัญชาตญาณของคนทั้งคู่สั่งให้หยุดหายใจเมื่อเงาร่างนั้นไม่ได้เดินจากไป แต่กลับหยุดนิ่ง... และหันกลับมามองตรงมายังพวกเขา พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าลอยมาตามลมในระยะประชิด... เป็นภาษาโบราณที่ไม่มีมนุษย์คนใดในยุคปัจจุบันใช้สื่อสารกันอีกแล้ว ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความลับนี้ครับ เพชรตาเสือโบราณ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%