ปลอกกระสุนทองเหลืองขัดมันสามนัดกลิ้งหล่นลงบนฝ่ามือที่หยาบกร้านของสิงหา รอยขีดข่วนบนเนื้อโลหะบอกเล่าผ่านกาลเวลาและการผ่านศึกมาอย่างโชกโชน ขณะที่เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ ดังก้องในความเงียบงันของซากปรักหักพังโบราณ เบื้องหน้าของพวกเขาคือรอยแยกขนาดมหึมาในป่าต้องห้ามที่กำลังส่งเสียงคำรามต่ำ ๆ คล้ายชีพจรของสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์
"กระสุนอาคมสายพุทธคุณของหลวงพ่อเดิม จะเจาะทะลวงม่านพลังงานที่บิดเบือนมิติของพวกมันได้แค่สามวินาทีแรก... ดร.อคิน คุณมีเวลาแค่นั้นในการปักเสาเขตขั้วแม่เหล็กทั้งสี่ทิศตามทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ของคุณ"
เสียงทุ้มต่ำของร้อยตำรวจตรีสิงหาเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น นัยน์ตาคมกริบภายใต้ปีกหมวกสนามกวาดมองความมืดเบื้องหน้าอย่างระแวดระวัง เขาไม่ได้หันไปมองคู่หูจำเป็นอย่างศาสตราจารย์หนุ่ม แต่สัญชาตญาณของพรานป่าบอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเผชิญหน้ากับความกลัวภายในใจไม่แพ้กัน
ดร.อคินปรับแว่นสายตาที่ขึ้นฝ้าจากความชื้นในอากาศ นิ้วเรียวยาวของนักมานุษยวิทยาหยิบแท่งโลหะอาคมสลักอักขระเรขาคณิตศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาตรวจสอบด้วยมือที่มั่นคง แม้ว่าลมหายใจจะหอบถี่เล็กน้อยจากความกดดันทางจิตวิทยาที่แผ่ออกมาจากรอยแยกนั้น
"ทฤษฎีของผมไม่ได้บอกให้คุณเอาชีวิตไปเสี่ยงกับสามวินาทีแรกนะครับหมวดสิงห์..." อคินกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าแฝงรอยยิ้มหยันตัวเองที่มุมปาก "แต่ถ้าความแม่นยำของกระสุนคุณพลาดไปแม้แต่เซนติเมตรเดียว สมการทางฟิสิกส์ควอนตัมที่ผมคำนวณไว้ก็จะพังทลายลงในพริบตา และเราคงได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของมิติที่บิดเบี้ยวนี้ไปตลอดกาล"
ความตึงเครียดระหว่างคนทั้งสองไม่ใช่ความหวาดกลัวต่อศัตรูเบื้องหน้า หากแต่เป็นการยอมรับอย่างเงียบเชียบว่า ทั้งวิชาไสยเวทสายดุดันของพรานป่าและวิทยาศาสตร์เชิงประจักษ์ของนักวิชาการ ต่างก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวความรู้ที่มนุษย์ใช้พยายามทำความเข้าใจความเร้นลับของจักรวาล
สิงหาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "ผมไม่เคยพลาดเป้า... โดยเฉพาะในเรื่องที่เดิมพันด้วยชีวิตของคนร่วมทีม"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างสูงใหญ่ของอดีตตำรวจป่าไม้ก็พุ่งทะยานออกไปข้างหน้าราวกับเสือดาวที่หลุดจากกรง เล็บที่ห่อหุ้มด้วยอาคมขลังตวัดวาดกลางอากาศ ปลอกกระสุนทั้งสามนัดถูกบรรจุลงในรังเพลิงของปืนลูกซองแฝดคู่ใจที่ผ่านการทำพิธีอาคมมาอย่างเข้มขลัง นัยน์ตาของสิงหาเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นเมื่อหมอกควันสีดำเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างของเงาร่างนับร้อยที่พุ่งทะยานออกมาจากรอยแยก
*เปร้ง! เปร้ง!*
เสียงคำรามของปืนลูกซองดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วผืนป่าต้องห้าม แรงระเบิดของกระสุนอาคมแตกกระจายออกเป็นข่ายตาข่ายแสงสีทองสว่างวาบ ตัดผ่านความมืดมิดและหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของฝูงภูตผีปีศาจที่พยายามจะกลืนกินทุกสิ่ง สิ่งที่สิงหากระทำไม่ใช่เพียงแค่การยิงปืนเพื่อฆ่าฟัน แต่มันคือการ "เจาะจงทิศทาง" และ "เปิดช่องว่าง" ด้วยพลังจิตและอาคมที่สั่งสมมาค่อนชีวิต
ในเสี้ยววินาทีทองคำนั้นเอง ดร.อคินก็เคลื่อนไหวอย่างเด็ดเดี่ยว ร่างของศาสตราจารย์หนุ่มพุ่งตัวเข้าไปในเขตอันตรายโดยไม่ลังเล รองเท้าคอมแบทเหยียบย่ำลงบนพื้นดินที่สั่นสะเทือน มือทั้งสองข้างปักแท่งโลหะอาคมลงตามพิกัดที่คำนวณไว้ด้วยความเร็วระดับปรมาจารย์ทางคณิตศาสตร์
เสียงสวดคาถาภาษาบาลีโบราณที่สิงหาพึมพำอย่างรวดเร็ว ผสมผสานกับเสียงดีดตัวของเข็มนาฬิกาในสมองของอคินที่กำลังคำนวณคลื่นความถี่ของสนามแม่เหล็ก ทั้งสองโลก—โลกแห่งศรัทธาไสยเวทอันลี้ลับ และโลกแห่งเหตุผลทางวิทยาศาสตร์—ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบในวินาทีนั้น
แสงสว่างเจิดจ้าสีฟ้าครามผสมผสานกับประกายไฟสีทองพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับเสาอสนีบาตที่ปักตรึงผืนดินและผืนฟ้าเข้าไว้ด้วยกัน แรงปะทะจากม่านพลังงานทำให้ทั้งสิงหาและอคินกระเด็นถอยหลังไปคนละทาง ร่างของพวกเขากระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่จนจุก แต่ไม่มีใครส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่คนเดียว
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง รอยแยกขนาดมหมหึมาในป่าต้องห้ามค่อย ๆ ปิดตัวลงอย่างช้า ๆ พร้อมกับกลุ่มควันสีดำที่สลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวก่อนจะจางหายไปในอากาศ
สิงหายันกายลุกขึ้นยืนช้า ๆ มือขวาปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าและเช็ดคราบเลือดที่ซึมออกจากมุมปาก เขากวาดสายตามองไปรอบตัวเพื่อประเมินสถานการณ์ ก่อนจะหันไปมองอคินที่กำลังก้มลงเก็บแว่นตาที่ตกอยู่ขึ้นมาสวมด้วยมือที่ยังคงสั่นเทาเล็กน้อย
"สมการของคุณใช้ได้ผลดีกว่าที่คิดนะศาสตราจารย์..." สิงหาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตาเต็มไปด้วยการยอมรับในตัวตนของอีกฝ่าย
อคินยิ้มบาง ๆ บนใบหน้าที่เปื้อนฝุ่นดิน "และกระสุนนัดสุดท้ายของคุณก็แม่นยำจนน่าขนลุกเหมือนเดิมครับหมวด... ดูท่าทางเราคงต้องร่วมมือกันอีกนาน ถ้าไม่อยากตายก่อนวัยอันควร"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศความตึงเครียดกำลังคลี่คลายลง และความสำเร็จของการผสานสองโลกดูเหมือนจะนำพาความปลอดภัยกลับมาสู่พวกเขา สายลมเย็นยะเยือกสายหนึ่งก็พัดผ่านยอดไม้มาพร้อมกับกลิ่นอายประหลาด—กลิ่นหอมหวานของดอกไม้ป่าที่เน่าเฟะ ซึ่งเป็นกลิ่นเดียวกับที่สิงหาเคยได้กลิ่นในวันที่ทีมตำรวจป่าไม้ของเขาหายสาบสูญไปเมื่อสี่ปีก่อน
สิงหาชะงักกึก ร่างกายที่ผ่อนคลายเมื่อครู่กลับมาเกร็งเครียดขึ้นในทันที ดวงตาคมกริบก้มลงมองที่พื้นดินใกล้กับแท่งโลหะอาคมของอคิน
รอยเท้าเปล่าขนาดมหึมา—รอยเท้าที่ลึกกว่ามนุษย์ทั่วไปและมีนิ้วเท้าถึงหกนิ้ว—ปรากฏขึ้นบนดินโคลนสด ๆ ทั้งที่เมื่อครู่พื้นตรงนั้นว่างเปล่า และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ ในรอยเท้านั้นมีปลอกกระสุนปืนลูกซองอีกหนึ่งนัดวางอยู่ เป็นปลอกกระสุนเก่าคร่ำคร่าที่สจำได้แม่นว่าเป็นของ "ผู้กองกรกล" อดีตหัวหน้าชุดปฏิบัติการของเขาเอง
อคินสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้น สีหน้าของนักวิทยาศาสตร์ผู้เยือกเย็นเปลี่ยนเป็นซีดเผือด เมื่อเขาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่เสียบติดอยู่กับกิ่งไม้ใกล้ ๆ ขึ้นมาพลิกดู ข้อความลายมือหวัด ๆ ด้วยหมึกสีแดงคล้ำเขียนไว้ด้วยภาษาโบราณที่อคินแปลออกมาได้ทันทีในใจ
*"ขอบพระคุณที่ช่วยเปิดประตู... พวกเรายังรอพวกคุณอยู่ข้างในนี้"*
เพชรตาเสือโบราณครับ
พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม•ตอนที่ 26
การผสานสองโลก
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!