พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม•ตอนที่ 25

สติแตกในความมืด

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
"คุณกำลังฝืนหัวใจตัวเองอยู่ ดอกเตอร์... และการที่คุณพยายามหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ให้กับ 'สิ่งนั้น' มันก็ไม่ต่างอะไรกับการพยายามกั้นน้ำป่าด้วยฝ่ามือเพียงข้างเดียว" เสียงของสิงหาแหบพร่า ท่ามกลางความมืดมิดที่กลืนกินทุกสรรพสิ่งภายในโถงถ้ำโบราณ เขาไม่ได้หันไปมองคู่หูที่กำลังทรุดตัวลงพิงผนังถ้ำหินชื้นแฉะ แสงจากตะเกียงน้ำมันเพียงดวงเดียวสั่นไหวราวกับจะดับลงทุกขณะ อคินหอบหายใจถี่ มือที่สั่นเทาพยายามกำด้ามปากกาโลหะแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาที่เคยคมกริบและเต็มไปด้วยตรรกะของนักวิชาการ บัดนี้กลับเลื่อนลอย มันไม่ได้มองเห็นร่องรอยของอารยธรรมที่อยู่ตรงหน้า แต่เขากำลังมองเห็น 'อะไรบางอย่าง' ที่พุ่งผ่านม่านตาเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงกระซิบที่ฟังไม่ได้ศัพท์ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ราวกับมีฝูงแมลงนับพันตัวกำลังบินวนอยู่ในกะโหลกศีรษะ "ผม... ผมแค่ต้องการความชัดเจน สิงห์" อคินเค้นเสียงออกมา กระบอกตาร้อนผ่าว "ทุกอย่างที่ผมเรียนมา ทุกงานวิจัยที่ผมอ้างอิง มันกำลังถูกทำลายลงทีละน้อย... เมื่อกี้... คุณเห็นไหมว่าเงาบนผนังนั่นมันขยับ... มันไม่ได้ขยับตามแสงไฟ แต่มันขยับตามจังหวะหัวใจของผม!" สิงหาสาวเท้าเข้ามาใกล้ เขาคว้าไหล่ของศาสตราจารย์หนุ่มไว้แน่น สัมผัสจากมือที่หยาบกร้านของพรานอาคมไม่ได้ช่วยให้อคินรู้สึกปลอดภัยขึ้น แต่มันกลับเป็นตัวกระตุ้นให้ภาพหลอนในหัวของอคินทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว "มองที่ผม อคิน!" สิงหาสั่งเสียงเข้ม "อย่าให้มันเห็นว่าคุณกลัว ถ้าคุณปล่อยให้มันเข้าไปในจิตใจคุณได้ คุณจะไม่มีวันได้กลับออกมาเป็นคนเดิม ป่านี้ไม่ได้กินแค่เลือดเนื้อ แต่มันกิน 'ความเป็นมนุษย์' ของคนที่ก้าวล้ำเส้นเข้ามา" อคินเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาฉายแววหวาดระแวงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาพยายามขัดขืนแรงบีบของสิงหา รอยยิ้มที่บิดเบี้ยวปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนักวิชาการผู้เพียบพร้อม "สิงห์... ถ้าคุณบอกว่าคุณมองเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น แล้วคุณมองเห็นไหมว่าข้างหลังคุณ... ตอนนี้... กำลังมีใครบางคนกำลังรอให้คุณเผลออยู่" บรรยากาศในถ้ำเงียบสนิทลงในทันที เหลือเพียงเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นหินดังก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกาจับเวลาถอยหลัง สิงหาชะงักไปครู่หนึ่ง สัมผัสเย็นเยียบที่ต้นคอทำให้เขารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่วิ่งพล่านไปทั่วสันหลัง นี่ไม่ใช่การหูฝาด หรือภาพหลอนที่เกิดจากความเหนื่อยล้า สิงหาปล่อยมือจากอคิน ชักมีดพกอาคมออกจากฝักอย่างรวดเร็ว กลิ่นสาบสางที่คุ้นเคยเริ่มอบอวลไปทั่วบริเวณ กลิ่นของดินป่าที่หมักหมมด้วยความตายและพิธีกรรมที่ถูกลืมเลือน "คุณเริ่มเสียสติไปแล้ว อคิน" สิงหากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าสายตาของเขากลับกวาดมองไปรอบโถงถ้ำอย่างระแวดระวัง "แต่ผมจะไม่มีวันทิ้งคุณไว้ในนรกขุมนี้แน่ ต่อให้คุณจะหลุดเข้าไปในความมืดจนกู่ไม่กลับแล้วก็ตาม" "แล้วถ้าคนที่คุณพยายามจะช่วย... ไม่ใช่อคินที่คุณรู้จักอีกล่ะ?" เสียงนั้นไม่ได้มาจากอคิน แต่มันดังมาจากมุมมืดที่ลึกที่สุดของถ้ำ เสียงที่แหบแห้งและเยือกเย็นเกินกว่าจะเป็นเสียงของมนุษย์ อคินเบิกตากว้าง ร่างกายเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ก่อนจะหยิบเอาเศษหินแหลมคมขึ้นมาและกรีดลงบนฝ่ามือตัวเองโดยไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด "ผมเจอทางออกแล้ว สิงห์" อคินหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เลือดสีแดงสดไหลอาบมือที่สั่นเทา "ประตูไม่ได้อยู่ที่ผนังถ้ำ... แต่มันอยู่ในเงาของเราต่างหาก!" เขาพุ่งตัวเข้าใส่แสงตะเกียงที่วางอยู่บนพื้นด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ หวังจะดับไฟเพื่อความมืดจะได้สมบูรณ์ สิงหาพุ่งเข้าตะครุบตัวอคินไว้ได้ทัน แต่แรงปะทะกลับทำให้ทั้งคู่กระเด็นไปคนละทิศละทาง ในวินาทีที่ตะเกียงล้มลง แสงไฟวูบวาบก่อนจะดับสนิท ทิ้งให้ทั้งคู่จมดิ่งลงสู่ความมืดมิดที่น่าสะพรึงกลัว ในความเงียบนั้นเอง สิงหาได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนกำลังเดินเข้าหาพวกเขาจากด้านหลัง โดยไม่มีเสียงหายใจ ไม่มีไออุ่น และที่สำคัญที่สุด... มันไม่มีเสียงของหัวใจเต้น สิงหาเอื้อมมือไปคว้าปืน แต่กลับสัมผัสได้ถึงมือเย็นเฉียบข้างหนึ่งที่จับข้อมือเขาไว้แน่น พร้อมกับกระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยที่สุด... เสียงของตัวเขาเองในวันที่สูญเสียทีมงานไปเมื่อหลายปีก่อน "นายรอดมาได้ยังไง สิงห์... ในเมื่อวันนั้น... นายปล่อยให้พวกเราตายคนเดียวในป่านี้" ความรู้สึกผิดที่กดทับมานานหลายปีพุ่งเข้ากระแทกจิตใจของพรานอาคมอย่างรุนแรงจนเขารู้สึกเหมือนจะขาดใจตายเสียตรงนั้น นี่คือกับดักที่ลึกที่สุด... การเผชิญหน้ากับบาปในใจที่น่ากลัวกว่าไสยเวทใดๆ ทั้งปวง ในความมืดที่ไร้ทางออก สติของทั้งสองกำลังถูกฉีกกระชาก ท่ามกลางเสียงกระซิบที่ทวีความรุนแรงขึ้น ราวกับกำลังจะต้อนให้พวกเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของรอยแยกนี้ตลอดกาล ขณะที่สิงหาพยายามประคองสติขั้นสุดท้าย เขาก็สัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ผิดปกติ... มันคือเสียง 'คลิก' ของกลไกโลหะที่เขาจำได้ดีว่ามันคืออะไร... มันคือเสียงขึ้นนกปืนพกกระบอกที่อคินมักจะพกติดตัวไว้ในกระเป๋าลับเสมอ และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือกระบอกปืนนั้นกำลังจ่ออยู่ที่ขมับของเขาเอง โดยที่นิ้วที่เหนี่ยวไกไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากศาสตราจารย์อคินที่บัดนี้แววตาเปลี่ยนไปราวกับถูกปีศาจเข้าสิงจนหมดสิ้น! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดในบทนี้มาด้วยกันนะครับ เพชรตาเสือโบราณครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%