กลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่นสาบดินเปียกชื้นโชยมาแตะจมูก ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับจนหูอื้ออึง สิงหาขยับปืนลูกซองแฝดในมือเบาๆ สายตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ร้ายกวาดมองไปรอบวงล้อมของเปลวไฟที่ริบหรี่ลงทุกขณะ
“วางปืนลงเดี๋ยวนี้ สารวัตร”
เสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความสั่นเครือดังมาจาก ‘วิชัย’ ชายวัยกลางคนผู้เป็นไกด์นำทาง เขาไม่ได้ถือปืนด้วยความมั่นคง แต่ปลายกระบอกปืนสั้นที่สั่นเทานั้นจ่อตรงไปที่ขมับของ ดร. อคิน ผู้ซึ่งกำลังนั่งชันเข่าอยู่บนพื้นดินที่เต็มไปด้วยรากไม้คดเคี้ยว
อคินไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแต่อย่างใด เขายังคงมองไปที่ศิลาจารึกโบราณที่สลักลวดลายประหลาดตรงหน้า ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “คุณรู้ไหมวิชัย... การหักหลังน่ะต้องใช้ความกล้าหาญมากนะ แต่การหักหลังคนที่ถือไพ่เหนือกว่าคุณอยู่ตลอดเวลา มันเป็นเรื่องของความเขลาต่างหาก”
“หุบปาก!” วิชัยตวาด ใบหน้าของเขาอาบด้วยเหงื่อที่ไหลซึมผ่านรอยยับย่น “ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อตายเพื่ออุดมการณ์บ้าบอของพวกคุณ ผมมีครอบครัวที่รออยู่ มีหนี้สินที่ต้องชดใช้ ไอ้พวกนายทุนนั่นมันเสนอเงินก้อนโตให้ผม เพียงแค่แลกกับสมุดบันทึกของศาสตราจารย์... แค่เล่มเดียว ชีวิตผมก็สบายไปตลอดชาติ”
สิงหาหรี่ตาลง มองผ่านเงามืดไปเห็นมือของวิชัยที่กำลังล้วงกระเป๋าเสื้อ หยิบอุปกรณ์สื่อสารดาวเทียมขนาดเล็กออกมาวางบนพื้น “คุณติดต่อกับพวกมันไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่” สิงหาถาม น้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็ง
“ตั้งแต่วันแรกที่พวกเราเหยียบเข้าสู่ป่าต้องห้ามแห่งนี้” วิชัยแค่นยิ้ม “สารวัตร... คุณเก่ง คุณสัญชาตญาณดี แต่คุณมันพวกยึดติดกับกฎระเบียบและศีลธรรมมากเกินไป จนมองไม่เห็นว่าโลกใบนี้มันขับเคลื่อนด้วยอะไร”
อคินค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้กระบอกปืนจะยังคงจ่ออยู่ที่หัวของเขา “วิชัย คุณคิดจริงๆ หรือว่าถ้าคุณได้บันทึกเล่มนี้ไป พวกเขาจะปล่อยให้คุณเดินออกจากป่านี้ไปได้? คนพวกนั้นไม่ชอบเก็บพยานที่รู้วิธีการเข้าถึง ‘ประตู’ ในมิติที่สามนี้หรอก”
“อย่ามาทำเป็นรู้ดี!” วิชัยก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว เท้าของเขาเหยียบลงบนกองกิ่งไม้แห้งดังกรอบแกรบ
สิงหาสังเกตเห็นบางอย่าง... เงาสะท้อนในดวงตาของวิชัยไม่ใช่ความกลัวธรรมดา แต่มันคือ ‘ความหวาดกลัวต่อบางสิ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา’
“วิชัย” สิงหาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยการเตือน “อย่าขยับตัวแรงนัก สิ่งที่ตามเรามาตั้งแต่น้ำตกเมื่อคืน... มันไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตผม แต่มันกำลังหิวโหยชีวิตของคนทรยศ”
บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไปโดยฉับพลัน ลมป่าที่เคยนิ่งสนิทกลับพัดแรงจนใบไม้แห้งหมุนคว้างเป็นวงกลม เสียงกระซิบภาษาสันสกฤตโบราณที่ฟังไม่ได้ศัพท์เริ่มดังแว่วมาจากพุ่มไม้เบื้องหลังวิชัย
วิชัยหน้าซีดเผือด “อย่ามาหลอกผม! ผมรู้ว่าพวกคุณจะทำอะไร!”
“ผมไม่ได้หลอก” สิงหาขยับตัวราวกับเสือเตรียมตะปบเหยื่อ “ผมกำลังเตือน... ในฐานะที่ผมยังไม่อยากให้คุณตายก่อนที่จะบอกว่า ใครคือตัวบงการที่จ้างคุณมา”
อคินขยับแว่นสายตา สายตาของเขาส่งสัญญาณบางอย่างถึงสิงหา เป็นจังหวะเดียวกับที่วิชัยกำลังจะกดปุ่มส่งสัญญาณบนอุปกรณ์สื่อสารในมือ สัญชาตญาณของพรานอาคมสั่งให้สิงหาพุ่งตัวออกไปราวกับสายฟ้าแลบ ปืนลูกซองในมือเขาเปลี่ยนทิศทางจากการเล็งไปยังวิชัย เป็นการยิงขึ้นฟ้าเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
*ปัง!* เสียงปืนสนั่นก้องป่า
ในจังหวะที่วิชัยสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ อคินก็ใช้จังหวะนี้พุ่งเข้าชาร์จข้อมือของวิชัย บิดจนปืนหลุดกระเด็นไปตกในพงหญ้า แต่ทว่า... สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นกลับไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างคนกับคน
ร่างของวิชัยถูกกระชากอย่างแรงจากพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น มันลอยหวือไปปะทะกับต้นไม้ใหญ่จนเกิดเสียงกระดูกลั่นดังกรอบใหญ่ วิชัยกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกลากหายเข้าไปในความมืดมิดของป่าลึก ราวกับถูกสัตว์ร้ายขนาดมหึมาลากเหยื่อเข้าสู่ถ้ำ
“วิชัย!” อคินตะโกน แต่ความเงียบสงัดก็เข้าครอบงำอีกครั้ง
สิงหารีบวิ่งไปที่จุดที่วิชัยยืนอยู่ ก่อนจะก้มลงเก็บสมุดบันทึกสีดำที่ตกอยู่บนพื้น เขาเปิดดูหน้าสุดท้ายด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย รอยจารึกบนหน้ากระดาษเริ่มเปลี่ยนไป มันไม่ได้เป็นตัวอักษรที่อคินเคยบันทึกไว้ แต่มันเป็นแผนที่ดวงดาวที่กำลังขยับตัวได้ราวกับมีชีวิต
“อคิน...” สิงหาหันไปหาศาสตราจารย์ที่ยืนหน้าถอดสี “นี่ไม่ใช่การหักหลังธรรมดาแล้ว คุณบอกผมมาเดี๋ยวนี้ว่าครอบครัวของคุณ... พวกเขาหายไปเพราะอะไรกันแน่ และทำไมบันทึกเล่มนี้ถึงมีลายเซ็นของ ‘พ่อคุณ’ อยู่ในหน้าสุดท้ายที่เพิ่งปรากฏขึ้นมาใหม่นี่?”
อคินนิ่งงัน ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นลายเซ็นที่คุ้นเคย ราวกับว่าเจ้าของลายเซ็นนั้นเพิ่งจะเขียนมันลงไปเมื่อไม่กี่วินาทีนี้นี่เอง
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและจังหวะการเดินที่คุ้นเคยอย่างประหลาดก็ดังขึ้นมาจากหลังโขดหินข้างหน้า เสียงนั้นหยุดลงตรงหน้าพวกเขา ทั้งสิงหาและอคินต่างหันไปมองพร้อมกัน สิ่งที่พวกเขาเห็นทำเอาลมหายใจของทั้งคู่แทบหยุดชะงัก
บุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือวิชัย... ทว่าเขากำลังยืนอยู่อย่างมั่นคงไร้ซึ่งร่องรอยการบาดเจ็บ ใบหน้าของเขาเรียบเฉยไร้อารมณ์ และในมือของเขากำลังถืออุปกรณ์สื่อสารดาวเทียมเครื่องเดิม แต่ทว่า... ดวงตาของเขากลับกลายเป็นสีดำสนิทไร้ตาดำ และเขากำลังพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้เป็นของเขาอีกต่อไป
“ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของโลกความจริง... ศาสตราจารย์”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
เพชรตาเสือโบราณ
พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม•ตอนที่ 23
หักหลังและเปิดเผย
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!