กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นสาปสรางค์ของซากศพโชยปะทะนาสิกเสียจนรอยย่นบนสันจมูกของ ดร.อคิน บ่งบอกถึงความสะอิดสะเอียนที่พยายามสะกดกลั้นไว้ภายใต้กรอบแว่นกรอบโลหะทรงเหลี่ยม นิ้วเรียวยาวของนักมานุษยวิทยาขยับดันกรอบแว่นขึ้นเล็กน้อย สายตาหลังเลนส์กวาดมองเงาร่างของอดีตพรานป่าที่ยืนขวางทางอยู่เบื้องหน้า ร่างนั้นบิดเร้าด้วยแรงอาคมที่ควบคุมอยู่
"ถอยไป สิงห์... มันไม่ใช่คนที่จะเจรจาด้วยแล้ว"
อคินเอ่ยเสียงลอดไรฟัน มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสนาม คว้าด้ามเหล็กฉากวัดมุมโบราณวัตถุขึ้นมาถือไว้ราวกับเป็นเครื่องรางคุ้มภัย แม้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์จะบอกเขาว่าสิ่งตรงหน้าคือภาพลวงตาจากประสาทสัมผัสที่ถูกกระตุ้นด้วยสารเคมีหรือควันพิษในถ้ำ แต่สัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกเร้าท่ามกลางความมืดมิดกลับเตือนว่า หากก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว กระดูกทุกชิ้นของพวกเขาคงได้ฝังกลบอยู่ใต้ซากศพเหล่านี้เป็นแน่
รตท.สิงหายังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินทราย ลมหายใจของอดีตนายตำรวจป่าไม้ผ่อนออกยาวและสม่ำเสมอ มือขวากระชับพานท้ายปืนลูกซองแฝดคู่ใจจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด ดวงตาคมกริบภายใต้หมวกปีกกว้างไม่ได้มองที่ร่างของพรานผู้ถูกครอบงำด้วยอาคม แต่จับจ้องไปยังแสงสีเลือดเรืองรองจาก "เพชรตาเสือ" เม็ดใหญ่ที่อยู่ในมือมัน
"ถ้ามันไม่ใช่คน... แปลว่าเรายิ่งต้องคุยให้รู้เรื่อง" สิงหาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ กลิ่นอายดุดันแผ่ออกมาจากร่างหนาจนอากาศรอบตัวคล้ายจะลดอุณหภูมิลง "คนเราไม่ว่าจะตายหรือเป็น ถ้ามันยังถือสมบัติของบรรพบุรุษอยู่ ย่อมมี ‘จุดอ่อน’ ที่ต้องรักษาไว้มากกว่าชีวิตตัวเอง... ตาแก่คนนั้นไม่ใช่ใครอื่น มันคือพรานเพชร ผู้เคยนำทางหน่วยลาดตระเวนชุดแรกของผมหายสาบสูญไปเมื่อสี่ปีก่อน"
ประโยคหลังของสิงหาแฝงไว้ด้วยความขมขื่นและรอยแค้นที่ถูกกัดเซาะด้วยกาลเวลาจนกลายเป็นแผลเป็นในจิตใจ อคินเหลือบมองเสี้ยวหน้าของพรานหนุ่ม บรรยากาศระหว่างพวกเขามีความตึงเครียดที่ดึงดูดและผลักไสในคราวเดียวกัน ความต่างระหว่าง "เหตุผล" ของนักวิชาการผู้บูชาหลักฐาน กับ "สัญชาตญาณ" ของพรานอาคมผู้ผ่านความตายมาโชกโชน คือฟันเฟืองสองตัวที่ขัดกันจนเกิดประกายไฟ แต่กลับเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้พวกเขาประคับประคองกันมาถึงปากทางเข้าสุสานโบราณแห่งนี้ได้
ชั่วพริบตานั้น ร่างที่สวมชุดพรานขาดวิ่นก็พุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ รอยสักอักขระสีดำบนใบหน้าขยายตัวราวกับปรสิตมีชีวิต เสียงคำรามต่ำในลำคอคล้ายเสียงเสือโคร่งคำรามผสมเสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะ
"หลบ!"
สิงหาตะโกนลั่นพร้อมกับกระชากร่างของอคินให้เซถลาหลบพ้นคมมีดสั้นโบราณที่ฟาดผ่านอากาศไปเฉียดฉิว แรงปะทะทำให้เศษหินและฝุ่นผงร่วงกราว พรานหนุ่มไม่รอช้า งัดพานท้ายปืนกระแทกเข้าที่ชายโครงของร่างนั้นอย่างแม่นยำและไร้ความปรานี ทว่าไร้เสียงร้องด้วยความเจ็บปวด มีเพียงเสียงหัวเราะแหברי แห้งและเย็นเยียบที่ดังลอดออกมาจากลำคอของพรานเพชร
"มันไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อ... มันใช้พลังงานความร้อนใต้พื้นดินและคลื่นความถี่ต่ำจากศิลาอาคม!" อคินร้องบอก แม้จะอยู่ในสถานการณ์หน้าิ่วใจคอ แต่อาชีพนักวิชาการกลับทำให้อสมมาตรทางความคิดของเขาทำงานอย่างรวดเร็ว "สิงห์! สังเกตผนองหินด้านหลังไหม? รอยสลักรูปงูสורตหาง... นั่นไม่ใช่ภาพสลักธรรมดา แต่มันคือ ‘กลไก’!"
ในความมืดที่สาดส่องด้วยลำแสงไฟฉาย อคินไม่สนใจคมมีดที่กำลังเงื้อขึ้นสูงอีกต่อไป สายตาของศาสตราจารย์หนุ่มกวาดมองลวดลายหินสลักบนผนังถ้ำที่เรียงรายสลับซับซ้อนราวกับปริศนาเขาวงกต มือเรียวที่เปื้อนคราบเขม่าดินปืนเอื้อมไปสัมผัสร่องรอยสลักลึก เนื้อหินเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง แต่มีจังหวะการสั่นสะเทือนเบาๆ คล้ายชีพจรเต้นอยู่ภายใน
"คุณกำลังทำบ้าอะไร อคิน! มันจะแทงคุณอยู่แล้ว!" สิงหาคำรามลั่น พลางเหนี่ยวไกปืนยิงขู่ลงพื้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของร่างไร้วิญญาณ เสียงระเบิดก้องกังวานในถ้ำแคบจนหูอื้อตาลาย ฝุ่นคละคลุ้งตลบอบอวล
"ถ้าเราสู้กับมันด้วยกำลัง เราจะตายกันหมดที่นี่!" อคินตะโกนตอบ น้ำเสียงเฉียบขาดและเต็มไปด้วยความมั่นใจในสิ่งที่ค้นพบ นิ้วมือของเขากดลงไปตามร่องหินทีละจุดอย่างเป็นระบบ "สุสานแห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยเวทมนตร์อย่างเดียว แต่มันสร้างขึ้นด้วย ‘คณิตศาสตร์โบราณ’ และกฎแห่งแรงโน้มถ่วง! อักขระบนหน้าผากพรานเพชรนั่น... มันสอดคล้องกับตำแหน่งของดาวจระเข้บนท้องฟ้าตอนนี้พอดี!"
ดร.อคินขยับแผ่นศิลาจำลองรูปวงกลมที่ฝังอยู่กับผนังถ้ำหมุนตามเข็มนาฬิกา เสียงกลไกภายในกำแพงหินดัง "คลิก... ครอด..." สะท้อนก้องกังวานราวกับเสียงฟันเฟืองขนาดมหาสมุทรที่หลับใหลมานับพันปีถูกปลุกให้ตื่น
ร่างของพรานเพชรที่กำลังจะพุ่งเข้ามาแทงซ้ำ ชะงักกึกทันที ดวงตาสีแดงก่ำเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายของมันเริ่มสั่นเทาอย่างรุนแรงราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อต ก่อนที่อักขระสีดำบนใบหน้าจะค่อยๆ เลือนหายไปในอากาศ ดุจหมอกควันยามถูกแสงแดดแผดเผา
ครืนนน!
พื้นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ผนังถ้ำด้านหลังพรานเพชรแยกตัวออกจากกันอย่างช้าๆ เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดตัวดิ่งลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง กลิ่นไออายโบราณที่กักเก็บไว้ชั่วกัลปวสานพวยพุ่งขึ้นมาปะทะใบหน้า พร้อมกับความเย็นเยือกที่เสียดแทงถึงกระดูกดำ
พรานเพชรทรุดฮวบลงกับพื้น ราวกับหุ่นเชิดที่สายถูกตัดขาด ลมหายใจเฮือกสุดท้ายหลุดรอดจากริมฝีปากที่แห้งผาก ก่อนที่ร่างนั้นจะนิ่งสนิทไป สิงหาลดปืนลงช้าๆ สายตาคมกริบมองสลับระหว่างร่างไร้วิญญาณกับทางเดินลึกลับเบื้องหน้า ก่อนจะหันมามองชายหนุ่มผู้สวมแว่นตาที่ยืนหอบหายใจโยนตัวอยู่ข้างกัน
"คุณรอดมาได้เพราะความรู้... แต่จำไว้ ดร.อคิน" สิงหาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ลึกล้ำ "บางครั้ง ประตูที่เราเปิดออกด้วยเหตุผล อาจไม่ใช่ทางที่เราควรจะเดินเข้าไป"
อคินหันมาสบตากับนายพรานหนุ่ม แววตาหลังเลนส์แว่นไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงประกายความกระหายใคร่รู้ในฐานะนักสำรวจที่แลกมาด้วยความเสี่ยงสูงสุด มุมปากหยักระบายรอยยิ้มบางเบาอย่างท้าทาย
"ถ้าผมกลัวความมืด ผมคงไม่มานั่งยืนอยู่ข้างคุณตรงนี้หريكหรอกครับ... ไปกันเถอะ สิงห์"
ทว่า... ในวินาทีที่พวกเขาก้าวเท้าผ่านธรณีประตูสุสานที่เพิ่งเปิดออก เสียงฝีเท้าฝีหนังก้าวฉับๆ จำนวนมากก็ดังสวนขึ้นมาจากความมืดมิดก้นบึ้งของอุโมงค์ใต้ดิน... เป็นเสียงฝีเท้าที่ไม่ได้มีแค่คู่เดียว และไม่มีทางเป็นของมนุษย์ที่มีลมหายใจอย่างแน่นอน!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม•ตอนที่ 20
กลไกอาคม
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!