พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม•ตอนที่ 17

พันธะแห่งเลือด

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
ความเงียบงันในผืนป่าดิบชื้นยามวิกาลไม่ได้แปลว่าความสงบสุข หากแต่เป็นความกดดันระดับสูงสุดที่พร้อมจะบดขยี้ประสาทสัมผัสทุกส่วนให้แหลกละเอียด เงาร่างมหึมาที่ยืนยิ้มแสยะอยู่เบื้องหน้า—เงาซึ่งสะท้อนรูปลักษณ์ของอคินทุกกระเบียดนิ้วพร้อมกับอาวุธในอดีตของเขา—ไม่ได้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวในทันที แต่มันเลือกที่จะใช้ “ความจริง” ที่บิดเบี้ยวเข้าเล่นงานจิตใจของคนทั้งคู่ ปัง! เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวทำลายความเงียบ กระสุนนัดนั้นไม่ได้มาจากเงาปริศนา หากแต่ออกจากกระบอกปืนของสิงหาที่ตัดสินใจลั่นไกด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อนของพรานอาคม ร่างของเงาเบื้องหน้าสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะสลายกลายเป็นกลุ่มควันสีดำสนิทที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าราวกับซากศพกลางแดดจ้า “อย่ามองตาคมมัน ด็อกเตอร์!” สิงหาคำรามเสียงต่ำ ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น เหงื่อกาฬไหลโทรมใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น “ไสยเวทประเภทนี้เล่นกับภาพหลอนในจิตใต้สำนึก มันดึงเอาความกลัวที่สุดของเราออกมาเป็นรูปธรรม” แต่อคินในเวลานี้ไม่ได้ยินเสียงเตือนนั้นอีกแล้ว ศาสตราจารย์หนุ่มผู้ยึดมั่นในเหตุผลและหลักฐานเชิงประจักษ์ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นดิน ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด ดวงตาเบิกโพรงมองไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้าด้วยความหวาดกลัวที่สิงหาไม่เคยเห็นมาก่อนในตัวผู้ชายคนนี้ “มัน… มันไม่ได้หลอกผม สิงห์” อคินกระซิบเสียงสั่นเครือ มือเรียวสั่นเทาเอื้อมมากุมหน้าอกซ้ายของตัวเอง “มันไม่ใช่แค่ภาพหลอน… ผมรู้สึกเหมือนหัวใจถูกควักออกไปแล้วครึ่งดวง” ฉับพลันนั้นเอง อคินก็กระอักเลือดสีดำสนิทออกมาคำโต หยดลงบนใบไม้แห้งพื้นป่าจนเกิดเสียงฟู่ราวกับกรดเข้มข้น ร่างกายของเขาล้มพับลงไปนอนกับพื้น ลมหายใจแผ่วเบาลงอย่างน่าใจหาย อาการบาดเจ็บภายในที่เกิดจากแรงกระแทกของอาคมสายดำเมื่อครู่ กำลังกัดกินอวัยวะภายในของศาสตราจารย์หนุ่มอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่วิทยาศาสตร์แผนปัจจุบันจะเยียวยา สิงหาพุ่งเข้าไปประคองร่างที่ไร้เรี่ยวแรงนั้นไว้ นิ้วมือที่ผ่านการสัมผัสความตายมานับครั้งไม่ถ้วนรีบแตะลงที่ชีพจรบริเวณลำคอของอคิน มันเต้นอ่อนแรงและกระชั้นชิดจนน่ากลัว “แข็งใจไว้ ด็อกเตอร์ คุณตายตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด” สิงหาขบกรามแน่น สายตาดุดันกวาดมองไปรอบตัวท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาโอบล้อมพวกเขาอีกครั้ง ป่าต้องห้ามแห่งนี้กำลังปิดตายเส้นทางหนี และไม่มีทางเลือกอื่นหลงเหลือให้อีกแล้ว หากปล่อยให้อคินตายด้วยพิษอาคมนี้ วิญญาณของศาสตราจารย์ผู้หยิ่งทะนงในวิทยาศาสตร์คนนี้จะถูกกักขังไว้ในป่าแห่งนี้ไปชั่วนิรันดร์ กลายเป็นหนึ่งในเงาดำที่คอยหลอกหลอนผู้มาเยือนคนต่อไป สิงหาตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว เขาแบกร่างที่ไร้สติของอคินพาดบ่าอย่างทุลักทุเล ฝ่าความมืดและกิ่งไม้หนาทึบจนกระทั่งมาถึง “เพิงศิลาโบราณ” ซากอารยธรรมปรักหักพังที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไทรยักษ์อายุนับพันปี สถานที่ซึ่งพรานโบราณใช้ทำพิธีกรรมล้างอาคมและตัดขาดจากโลกภายนอก เขาวางร่างของอคินลงบนแท่นหินเย็นเฉียบ แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านเรือนยอดไม้ลงมาสาด กระทบใบหน้าขาวซีดของศาสตราจารย์ผู้ชาญฉลาด ทว่าบัดนี้กลับดูเปราะบางราวกับตุ๊กตาแก้วที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ สิงหาไม่รอช้า เขาเริ่มถอดเสื้อคลุมออก เผยให้เห็นรอยสักอักขระโบราณเต็มแผ่นหลังและลำตัว อักขระเหล่านั้นเริ่มเรืองแสงสีแดงเรื่อขึ้นมาเองตามสัญชาตญาณเมื่อเผชิญหน้ากับพลังงานมืดรอบตัว นี่คือมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษและคำสาปที่เขาต้องแบกรับ—พลังที่สามารถดึงวิญญาณกลับมาจากปากประตูแห่งความตาย แต่ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดเจียนตายของผู้ทำพิธี “ผมเตือนคุณแล้วว่าโลกใบนี้มันกว้างใหญ่เกินกว่าตำราเล่มไหนของคุณจะอธิบายได้, ด็อกเตอร์” สิงหาพمพำเบาๆ ขณะที่มือหยาบกร้านหยิบมีดอาคมเล่มเก่าขึ้นมา จรดคมมีดลงบนฝ่ามือของตัวเองจนเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมา พรานหนุ่มหลับตาลง ท่องคาถาโบราณที่สืบทอดกันมาในตระกูลพรานไพร เสียงสวดนั้นทุ้มต่ำ ก้องกังวาน และทรงพลัง จนทำให้บรรยากาศรอบเพิงศิลาแปรเปลี่ยนไป อากาศรอบตัวเย็นยะเยือกขึ้นจนเกิดเป็นไอสีขาวจากลมหายใจ เขานำเลือดบนฝ่ามือของตนเองมาแตะลงที่หน้าผาก หน้าอก และริมฝีปากของอคิน เพื่อสร้างเขต อาคมปกป้องร่างที่ไร้การป้องกัน จากนั้นจึงใช้มือทั้งสองข้างกดลงบนตำแหน่งหัวใจของศาสตราจารย์หนุ่ม หลับตาลงเพื่อเชื่อมโยงจิตของตนเองเข้าสู่ภวังค์จิตใต้สำนึกของอีกฝ่าย ในมิติแห่งจิต สิงหารู้สึกเหมือนตนเองกำลังดำดิ่งลงสู่มหาสมุทรที่มืดมิดและหนาวเหน็บ รอบตัวเต็มไปด้วยเสียงกระซิบ เสียงหัวเราะเยาะเย้ย และภาพความทรงจำอันเจ็บปวดที่อคินพยายามซ่อนเร้นไว้มาตลอดชีวิต—ภาพของครอบครัวที่หายสาบสูญไปในหมอกควัน, เสียงร้องขอความช่วยเหลือที่ไม่มีใครได้ยิน, และความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจของนักวิทยาศาสตร์ผู้ไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์แต่กลับต้องสูญเสียทุกสิ่งให้กับมัน “ตื่นขึ้นมาได้แล้ว อคิน!” สิงหาตะโกนก้องในมิติแห่งจิต เสียงของเขาเฉียบคมและทรงพลังพอที่จะตัดผ่านความมืดมิดทั้งหมด “อย่ามัวแต่จมปลักอยู่กับอดีตที่คุณแก้ไขไม่ได้ ถ้าคุณอยากรู้ความจริงทั้งหมด คุณต้องลืมตาขึ้นมาดูมันด้วยตัวเอง!” ท่ามกลางความมืดมิด เงาดำนับร้อยที่พยายามฉุดกระชากอคินไว้เริ่มกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อเผชิญหน้ากับแสงสว่างจากอคมิของสิงหา ร่างของอคินที่นอนไร้สติอยู่บนแท่นหินกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ดวงตาทั้งสองข้างที่ปิดสนิทค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ ทว่า สิ่งที่สิงหาเห็นในดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความโล่งอกจากการรอดชีวิต แววตาของอคินที่มองกลับมามีความเย็นชา แปลกแยก และเปี่ยมไปด้วยประกายแสงสีแดงวาวโรจน์—ประกายแสงชนิดเดียวกับเงาดำที่พวกเขาเพิ่งเผชิญหน้าไปเมื่อครู่ อคินยกมือขึ้นช้าๆ มือข้างที่สั่นเทาเมื่อครู่บัดนี้กลับมั่นคงราวกับเหล็กกล้า นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปจับข้อมือของสิงหาไว้แน่น แรงบีบนั้นมหาศาลจนกระดูกแทบแหลก และก่อนที่สิงหาจะทันได้ตั้งตัว ศาสตราจารย์หนุ่มก็โน้มตัวเข้ามาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปราวกับไม่ใช่เสียงของคนเดิม “ขอบใจที่ช่วยปลุกฉันนะ… สิงหา” อคินแย้มยิ้ม มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ถอดแบบมาจากเงาปริศนาในป่าเมื่อครู่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ “แต่บางที… นายอาจจะเพิ่งปล่อยให้บางอย่างที่น่ากลัวกว่าความตายเข้ามาในวงล้อมนี้แล้วก็ได้” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันมืดมนนี้ร่วมกันครับ - เพชรตาเสือโบราณ -
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไสยศาสตร์: รอยแยกในป่าต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%