“กรี๊ดดด! เจ๊จู พอแล้วโว้ยยย กูไหว้ล่ะ ผีเหี้ยอะไรชอบเล่นซ่อนแอบตอนตีสองวะเนี่ย!”
เสียงโวยวายของมีนแผดลั่นห้องพักจนผนังแทบสะเทือน ท่ามกลางความมืดสนิทที่ถูกย้อมด้วยแสงสีส้มสลัวจากหลอดไฟฉุกเฉินที่กะพริบติดๆ ดับๆ บรรยากาศรอบตัวหนתวเยียบจนขนลุกเกรียว หัวใจของเด็กปีหนึ่งเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล เมื่อวินาทีមុน ลมหายใจเย็นยะเยือกเพิ่งจะเป่ารดต้นคอของเขาไปหมาดๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักชวนสยองของวิญญาณเจ๊จูที่ยังลอยวนเวียนอยู่แถวเพดานห้อง
แต่แทนที่กันต์ รูมเมตปากหมาตัวดีจะกลัวหัวหดเหมือนอย่างเคย เจ้ากรรมนายเวรคนนี้กลับคว้าหมอนข้างฟาดโครมเข้าใส่ความว่างเปล่าตรงหน้าด้วยความหงุดหงิดเต็มประดา
“โอ้ย! รำคาญโว้ย! จะหลับจะนอน ผีสางอะไรวะไม่มีมารยาท มาหลอกตอนคนจะเคลิ้มหลับเนี่ย เดี๋ยวปัดเหนี่ยวด้วยสากเบือหรอกเจ๊! ถ้ายังไม่เลิกเล่นมุกผีหลอกกากๆ แบบนี้นะ พรุ่งนี้ผมจะไปใส่บาตรอุทิศส่วนกุศลให้เป็นข้าวเหนียวมะม่วงบูดสิบถ้วยเลยคอยดู!”
เสียงด่าทอกวนประสาทของกันต์ดังขึ้นท่ามกลางความมืด เรียกเสียงหัวเราะคิกคักแหลมสูงของเจ๊จูที่ค่อยๆ ลอยถอยร่นขึ้นไปติดฝ้าเพดาน ก่อนที่เสียงกระซิบแหบพร่าจะลอยละลิ่วลงมาเบาๆ
*(แหม... พ่อรูปหล่อ ปากเก่งไปเถอะ ระวังเถอะ... ปากแข็งแบบนี้ ระวังจะเสียเมียหน้าหวานคนนี้ไปไม่รู้ตัวนะยะ... คิกคัก)*
ร่างโปร่งแสงของเจ๊จูสลายวับไปกับความมืด ทิ้งให้ห้องพักกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของมีนที่นั่งคุดคู้กอดเข่าอยู่บนเตียง ร่างเล็กสั่นเทาด้วยความกลัวผสมผสานกับความโกรธจนน้ำตาเล็ด มือเรียวคว้าชายเสื้อยืดของกันต์ไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
“อ...ไอ้กันต์ มึงเห็นใช่ไหมวะ... เมื่อกี้มันเป่าคอเราจริงๆ นะ มึงดูดิ ขนลุกไปหมดแล้วเนี่ย” มีนกระซิบเสียงสั่นเครือ ใบหน้าหวานซุกเข้ากับต้นแขนแกร่งของอีกฝ่ายอย่างลืมตัว ความกลัวผีขึ้นสมองทำให้ลืมฟอร์มและความโกรธเคืองไปชั่วขณะ
กันต์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มและแรงสั่นเทาที่แนบชิดติดแขน ความกวนประสาทที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา ดวงตาคมกวาดมองความมืดรอบห้องก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ มือหนายกขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มของคนขี้กลัวอย่างเผลอไผล ปลอบโยนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติโดยไม่รู้ตัว
“เอาน่า... ไม่มีอะไรแล้ว มันไปแล้ว เจ๊แกคงเหงาแหละ ไม่มีเพื่อนคุยตอนดึกๆ” กันต์พูดเสียงนุ่ม พลางขยับตัวเข้าไปโอบไหล่บางให้แนบชิดยิ่งขึ้นเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่น “เลิกกลัวได้แล้วน่า มีกูอยู่ทั้งคน ผีหน้าไหนก็กล้ามาแตะมึงไม่ได้หรอก”
“ฮึ... ปากดี” มีนพึมพำตอบเสียงออเซาะ ทั้งที่ยังซบหน้าอยู่กับต้นแขนของเขา “ทีเมื่อกี้ยังด่าเขาไฟแลบอยู่เลย”
“ก็มันกวนประสาทนี่หว่า ขัดจังหวะเวลาสำคัญชะมัด” กันต์พึมพำเบาๆ ประโยคหลังเบาเสียจนแทบกลืนหายไปกับความเงียบ
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ความเงียบสงบเริ่มโรยตัวปกคลุมห้องพักอีกครั้ง แอร์เก่าๆ ส่งเสียงหึ่งเบVๆ แข่งกับพัดลมเพดาน มีนที่ผ่านความหวาดกลัวมาอย่างหนักหน่วงเริ่มเคลิ้มหลับ เปลือกตาบางปิดสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแสดงถึงการเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่ร่างกายยังคงซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันกับรูมเมตหนุ่มอย่างแนบชิด
ในความมืดสลัว... กันต์ยังคงนอนลืมตาโพรง เขานอนตะแคงหันหน้าเข้าหาร่างบางที่นอนหายใจสม่ำเสมออยู่ข้างๆ แสงไฟนีออนจากตึกข้างนอกที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาตกกระทบใบหน้าหวานที่กำลังหลับสนิท แพขนตางอนยาวทาบลงบนพวงแก้มใสริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันน้อยๆ
ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจของหนุ่มวิศวะมาดกวนเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง ความรู้สึกแปลกประหลาดที่อัดแน่นอยู่ในอกตลอดหลายวันที่ผ่านมามันพรั่งพรูขึ้นมาจนยากจะทานทน มือหนาเอื้อมออกไปอย่างช้าๆ ปัดปอยผมที่ปรกลงมาบังแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือที่สุด กลัวเหลือเกินว่าคนตรงหน้าจะตื่นขึ้นมาโวยวาย
“ไอ้ตัวแสบเอ๊ย...” กันต์พึมพำกับตัวเองเบาๆ รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายที่ปกติมีแต่รอยยิ้มกวนๆ “ทำไมถึงทำให้กูห่วงมึงได้ขนาดนี้วะ...”
ทว่า ในวินาทีที่กันต์กำลังจะชักมือกลับ ร่างบางที่นอนหลับตาพริ้มอยู่เมื่อครู่กลับขยับตัวเบาๆ ศีรษะทุยซุกเข้าหาอกแกร่งของเขามากขึ้นโดยสัญชาตญาณ มือเรียวคว้าชายเสื้อยืดของเขาไว้แน่น และในจังหวะที่ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณแผงอกนั้นเอง เสียงหวานใสที่เจือความง่วงงุนก็พึมพำออกมาเบาหวิว ชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัด
*“กันต์... อย่าไปไหนนะ... อยู่ กอดเรา... แบบนี้... นานๆ นะ... เรา... ชอบ... มึงที่สุดเลย...”*
น้ำเสียงนั้นเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม แต่ทว่า... มันกลับดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของกันต์อย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ
กึก!
ลมหายใจของกันต์สะดุดกึกลงทันที ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนดีใจ สมองประมวลผลคำพูดเมื่อครู่อย่างบ้าคลั่ง
เมื่อกี้... มีนพูดว่าอะไรนะ?
ชอบ... มึงที่สุดเลย... อย่างนั้นเหรอ?
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดหมุน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายจนเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว กันต์ก้มมองคนในอ้อมแขนที่ยังคงหลับสนิทไม่รู้เรื่องรู้ราว ใบหน้าหวานยังคงซุกแนบอยู่กับอกของเขา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ค่อยๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างห้ามไม่อยู่
ให้ตายเถอะ... นี่เขาไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหมวะเนี่ย!
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... ก่อนที่กันต์จะทันได้เอ่ยปากพูดอะไรออกไป เสียงเคาะประตูดัง *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* สามครั้งติดต่อกันอย่างปริศนา ก็ดังแทรกขึ้นมาจากหน้าห้องพัก พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าของเจ๊จูที่ลอยลอดผ่านรอยแยกประตูเข้ามา...
*(อุ๊ยต๊ายตาย! ความลับแตกซะแล้วสิพ่อคู๊ณ... เตรียมตัวรับมือกับเด็กปากแข็งพรุ่งนี้เช้าได้เลยนะยะ คิกคัก!)*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความหลอนแบบฟีลกู๊ดด้วยกันนะคะ!
ห้องพักผีสิงกับคุณชายปากหมา•ตอนที่ 20
คำสารภาพในความมืด
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องพักผีสิงกับคุณชายปากหมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!