"เฮ้ย! หยุดหัวเดี๋ยวนี้นะโว้ย!"
มีนแหกปากลั่นถ้ำ เสียงสะท้อนก้องกังวานจนแสบแก้วหู ร่างเล็กสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ มือเรียวกำชายเสื้อยืดของกันต์ไว้แน่นจนข้อพาสปอร์ตขาวซีด ในขณะที่ดวงตากลมโตฉายแววหวาดผวาขีดสุด จ้องเขม็งไปยังเงาดำทะมึนที่ยืนอยู่ตรงปากถ้ำ
ทว่า เจ้าของเงาดำนั้นกลับไม่ได้พุ่งเข้ามาทำร้ายอย่างที่จินตนาการอันบรรเจิดของเด็กบริหารขี้กลัวหวาดระแวง... แต่กลับค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากม่านหมอกสีทึบ พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักที่คุ้นหูเสียยิ่งกว่าเสียงนาฬิกาปลุกในสมาร์ทโฟน
"ฮ่าๆๆๆ โอย... มีน แกดูหน้าตัวเองตอนนี้ดิ เหมือนหมาตื่นตูมไม่มีผิด!"
เสียงนั้น... ไม่ใช่เสียงของผีสาวเจ้าของห้องอย่างเจ๊จู และไม่ใช่เสียงหลอนของวิญญาณเร่ร่อนที่ไหน แต่มันคือเสียงของ 'เจ๋ง' เพื่อนสนิทตัวแสบผู้ไม่เคยปรากฏตัวในจังหวะเวลาปกติของมนุษย์มนาทั่วไปเลยสักครั้ง!
"ไอ้... ไอ้เจ๋ง!" มีนถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอกปนความโมโหที่พุ่งทะยานจนปรอทแทบแตก มือที่กำเสื้อกันต์อยู่เปลี่ยนเป็นทุบลงที่อกแกร่งของรูมเมตตัวแสบระรัว "แกมาทำบ้าอะไรตรงนี้ฮะ! รู้ไหมว่าพวกฉันเกือบตายเพราะความตกใจ! แล้วเสียงหัวเราะเมื่อกี้มันอะไรวะ หลอกหลอนเป็นผีเปรตไปได้!"
"อ้าว ไอบ้า กูก็เดินตามพวกแกมาห่างๆ ไง ใครจะไปรู้ว่าป่านี้มันจะวังเวงแถมฝนยังตกหนักจนต้องมาติดแหง็กในถ้ำเดียวกันวะ" เจ๋งลอยหน้าลอยตาตอบ พรางใช้มือปัดป่ายหยากไย่ตามเสื้อผ้า "แล้วดูทำท่าเข้าดิ กอดกันกลมเชียว... แหม นึกว่ามาฮันนีมูนรอบดึกนะเนี่ย"
ประโยคแซวทีเล่นทีจริงของเจ๋ง ทำให้บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แต่ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันชวนกระอักกระอ่วนแทน มีนเพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้ร่างกายของเขากำลังแนบชิดอยู่กับแผงอกของกันต์มากแค่ไหน มือข้างหนึ่งยังกำชายเสื้ออีกฝ่ายไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างก็ทุบเขาซะจนแขนแทบช้ำ
มีนรีบผละตัวออกทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ร้อนผ่าวราวกับโดนน้ำร้อนลวก รีบแก้ตัวเสียงตะกุกตะกัก "ใคร... ใครกอดกัน! ฉันแค่สะดุ้งตกใจกลัวผีต่างหากเล่า!"
"อ๋อเหรอ..." กันต์ที่เงียบมานานส่งเสียงในลำคอด้วยรอยเหยียดยิ้มกวนประสาทที่มุมปาก ดวงตาคมกริบมองสำรวจคนหน้าแดงก่ำด้วยความเอ็นดูระคนขบขัน "เมื่อกี้ยังตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่เลยนี่นา ปากแข็งชะมัด"
"ไอ้กันต์!" มีนแยกเขี้ยวใส่ แยกเขี้ยวขู่ฟอดๆ เหมือนแมวหงุดหงิด "ถ้าแกยังไม่หยุดกวนประสาท ฉันจะถีบแกออกไปตากฝนข้างนอกจริงๆ ด้วยนะ!"
"เอาน่าๆ" เจ๋งรีบยกมือยอมแพ้เมื่อเห็นรังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวเพื่อนสนิททั้งสอง "ข้างนอกฝนตกหนักชิบหาย ลมแรงเป็นพายุโซนร้อนย่อมๆ เลย กูขอหลบฝนด้วยคนเถอะวะ สภาพกูตอนนี้เหมือนลูกหมาตกน้ำไม่มีผิด"
ว่าแล้ว เจ๋งก็เดินจ้ำอ้าวเข้ามานั่งยองๆ หลบมุมอยู่ลึกเข้าไปในถ้ำ ปล่อยให้ตรงปากถ้ำมีเพียงกันต์กับมีนยืนเผชิญหน้ากันท่ามกลางความมืดและเสียงสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
อุณหภูมิในถ้ำลดต่ำลงอย่างรวดเร็วเมื่อความชื้นจากพายุฝนด้านนอกแผ่เข้ามาปะทะ ลมหนาวพัดโชยผ่านช่องหินเข้ามาทำให้มีนเผลอห่อไหล่และกอดอกตัวเองไว้แน่น ร่างกายบางเริ่มสั่นระเทือนด้วยความหนาวเหน็บ เสื้อผ้าที่เปียกชื้นแนบไปกับผิวเนื้อจนรู้สึกเยือกเย็นไปถึงกระดูก
กันต์เหลือบมองคนข้างกายที่ตอนนี้ริมฝีปากเริ่มซีดเผือด ดวงตาคมปนความห่วงใยฉายวาบขึ้นในความมืดโดยที่เจ้าตัวไม่ทันรู้ตัว
"หนาวเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางเสียงสายฝน
"เปล่า..." มีนตอบเสียงสั่น ปากปฏิเสธแต่ฟันกลับกระทบกันกั่กๆ อย่างปิดไม่มิด
กันต์ถอนหายใจเบาๆ อย่างระอาในความปากแข็งของคนตรงหน้า ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถอดเสื้อฮู้ดกันหนาวตัวนอกที่ยังค่อนข้างแห้งของตัวเองออก แล้วคลุมไหล่บางให้อย่างเบามือ
"เฮ้ย..." มีนชะงัก เงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ
"เลิกปากแข็งสักวันตายไหมวะ" กันต์เอ็ดเบาๆ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมเพื่อบังลมหนาวที่พัดผ่านช่องหิน "นั่งลงตรงนี้ พื้นมันชื้น เดี๋ยวก็ไข้กินพอดี"
สุดท้าย มีนก็เถียงไม่ออก ได้แต่ยอมนั่งลงพิงผนังถ้ำเงียบๆ โดยมีกันต์ทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้าง ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ไหล่กว้างแนบชิดกับไหล่บาง ความอบอุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายแผ่ซ่านทะลุกำแพงความเย็นเยียบเข้ามาจนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ
เจ๋งที่นั่งอยู่มุมถ้ำแอบเหลือบมองคู่รัก(กำมะลอ)เพื่อนสนิทแล้วแอบยิ้มกรุ่มกริ่มในความมืด ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแกล้งทำเป็นสนใจหน้าจอ แต่ความจริงคือนิ้วเรียวพับหน้าจอแชทกลุ่มระหว่างเขากับเจ๊จูผีสาวเจ้าห้องทันที
*กลุ่ม: ทีมดันโล (ความรักของมีนกับกันต์)*
*เจ๋ง: เจ๊จูครับ ตอนนี้ภารกิจในถ้ำสำเร็จไปครึ่งทางแล้วครับ ท่านชายกันต์กำลังกอดให้ความอบอุ่นคุณชายมีนอยู่ โรแมนติกชิบหาย*
*เจ๊จู (อ่านแล้ว): ดีมากไอ้เจ๋ง! เดี๋ยวคืนนี้ชั้นจะช่วยเสกให้ลมพัดแรงขึ้นอีกหน่อย ให้มันกอดกันแน่นจนกระดูกแทบหักไปเลย!*
*เจ๋ง: จัดไปเจ๊ เอาให้ได้เสียกันในถ้ำนี่แหละ!*
ตัดกลับมาที่บรรยากาศในถ้ำ มีนพยายามเบือนหน้าหนีสายตาคมกริบทอดมองออกไปนอกถ้ำเพื่อหลีกเลี่ยงความอึดอัด แต่ยิ่งเงียบ ความคิดฟุ้งซ่านก็ยิ่งตีรวนอยู่ในหัว ท่ามกลางเสียงลมพายุที่โหมกระหน่ำและความมืดมิดที่โอบล้อมรอบตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก็ก่อตัวขึ้นในอก... ความรู้สึกที่บอกว่า การติดอยู่ในถ้ำกับผู้ชายปากหมาคนนี้ มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลยสักนิด
"กันต์..." มีนกระซิบแผ่วเบา ทำลายความเงียบ
"หืม?" คนถูกเรียกหันมามอง ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเขาเพียงคืบเดียว จนมีนได้กลิ่นหอมสะอาดเจือจางจากตัวอีกฝ่าย
"ขอบคุณนะ..." มีนหลบสายตา ก้มมองมือตัวเองที่ประสานกันอยู่บนตัก "แล้วก็... ขอโทษด้วยที่เมื่อกี้โวยวายใส่"
กันต์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มอบอุ่นที่หาดูได้ยากยิ่งในยามปกติ มือหนาเอื้อมมาขยี้ผมสีน้ำตาลนุ่มของคนข้างๆเบาๆ จนยุ่งเหยิง
"รู้ตัวก็ดีแล้ว... แต่ถ้าอยากขอบคุณฉันจริงๆ คืนนี้ก็นอนซบไหล่นิ่งๆ อย่าดิ้นไปไหนก็พอ"
"ไอ้บ้าใครจะไปนอนซบ!" มีนแหวลั่นหน้าแดงแจ๋ด้วยความเขินอาย รีบหันหนีทันที
กันต์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะขยับวงแขนโอบกอดไหล่บางเข้ามาแนบชิดอกแกร่งอีกครั้งเพื่อกันลมหนาว ในขณะที่สายตาคมกริบมองออกไปเบื้องหน้า ท่ามกลางความมืดมิดของผืนป่า
ทว่า... ในวินาทีที่ความอบอุ่นกำลังโอบล้อมหัวใจของคนทั้งคู่ เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นแว่วมากับสายลม...
*เสียงกระซิบ... กระซิบเรียกชื่อของกันต์ดังมาจากลึกเข้าไปในความมืดมิดของถ้ำ!*
กันต์ชะงักกึก ร่างสูงตื่นตัวขึ้นทันที ดวงตาคมหรี่ลงจ้องมองเข้าไปในความมืดทึบเบื้องหน้าที่มีแต่ความว่างเปล่า ขณะที่มือหนากระชับกอดร่างของมีนแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ
"มีน..." กันต์กระซิบเสียงต่ำชิดใบหู "อย่าเพิ่งหลับ... และอย่าหันไปมองข้างหลังเด็ดขาด"
มีนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่พัดผ่านท้ายทอย ทั้งๆ ที่เมื่อกี้กันต์เพิ่งโอบกอดเขาไว้แท้ๆ แต่ความเย็นเฉียบแปลกประหลาดนี้มาจากไหนกัน?
และก่อนที่สติของมีนจะหลุดลอยไป เสียงกระซิบนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง... ใกล้เข้ามาจนชิดใบหูของเขาเอง!
*“มึง... สองคน... นอนกอดกัน... อร่อยไหมล่ะคะ...”*
มีนเบิกตากว้างด้วยความหวาดผวาขีดสุด มือเรียวคว้าหมับเข้าที่เสื้อของกันต์แน่นจนสั่นระริก แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้กรีดร้องออกมา หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของกันต์ก็สั่นครืดคราดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน...
กันต์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ แต่พอเห็นชื่อคนที่ส่งข้อความมาในแชท... ดวงตากลมโตของเขาก็เบิกกว้างขึ้นทันทีด้วยความตกใจสุดขีด!
ข้อความบนหน้าจอแสดงผลสว่างวาบในความมืด... เป็นข้อความจากเบอร์โทรศัพท์ของตัวกันต์เอง ที่ส่งเข้าไปในแชทส่วนตัวของมีน!
*“กันต์ (ส่งถึงคุณ): กูอยู่ข้างหลังมึง... หันมามองกูสิคะที่รัก”*
นิ้วเรียวของกันต์สั่นเทาขณะพยายามกดยกเลิกข้อความนั้นอย่างลิบลน แต่ทว่า... มันกดไม่ทันเสียแล้ว!
และในวินาทีนั้นเอง... ลมหายใจเย็นเยียบก็เป่ารดต้นคอของทั้งคู่ พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักที่ดังขึ้นจากความว่างเปล่าตรงหน้า...
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความหลอนปนฟินนี้ด้วยกันเสมอนะคะ ❤️
ห้องพักผีสิงกับคุณชายปากหมา•ตอนที่ 19
คืนนี้เรานอนด้วยกัน (อีกแล้ว)
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องพักผีสิงกับคุณชายปากหมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!