เสียงล็อกประตูห้อง 404 ดัง "คลิก" หนักแน่น ราวกับเสียงตัดขาดโลกภายนอกออกจากพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ ทันทีที่แผ่นหลังของมีนแนบชิดกับบานไม้ทึบ ลมหายใจที่พยายามผ่อนให้สม่ำเสมอเมื่อครู่ก็หลุดรอดออกมาเป็นเสียงหอบสั่นเล็กน้อย ความเงียบที่โรยตัวลงมาในห้องนี้มันช่างแตกต่างจากความเงียบงันยามเผชิญหน้ากับดวงวิญญาณเจ๊จู เพราะความเงียบในตอนนี้... มันอัดแน่นไปด้วยความเก้อเขิน ความอึดอัดที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ และกลิ่นอชมพูจางๆ จากน้ำยาปรับผ้านุ่มของคนตัวสูงที่ยืนซ้อนหลังอยู่ใกล้จนแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน
"จะยืนเป็นเสาหลักเมืองอีกนานไหมคุณหนู มีน... หรือจะให้พี่อุ้มไปส่งที่เตียงดีล่ะ หืม?"
เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ข้างใบหู พร้อมกับลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดลาดไหล่ลาด ทำเอาคนถูกแกล้งสะดุ้งสุดตัว มีนรีบดันอกแกร่งของกันต์ออกห่างทันที ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงใบหู ร่างบางหันขวับไปแยกเขี้ยวใส่ทันทีตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว
"ใครให้คุณมาเดินเบียดขนาดนี้เล่า! ถอยไปเลยนะไอ้รุ่นพี่บ้า นิสัยไม่ดี!" มีนโวยวายเสียงสั่น กลบเกลื่อนความสั่นไหวในอกด้วยการยกมือขึ้นชี้หน้าคาดโทษ "แล้วนี่... นี่มันเรื่องอะไรทำไมฉันต้องกลับมาซุกห้องเดิมด้วย ในเมื่อผีเจ๊แกก็... ก็..."
"ก็อะไรล่ะ? ก็เขาอุตส่าห์เปิดทางให้เรา 'สวีท' กันขนาดนี้แล้ว จะใจร้ายปฏิเสธความหวังดีของเจ๊แกหน่อยเหรอ" กันต์ยักคิ้วกวนประสาท รอยยิ้มมุมปากที่ส่งมานั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนมีนอยากจะหยิกเนื้อแน่นๆ สักทีให้หายมันเขี้ยว แต่ทว่า... สายตาคมกริบทונประกายความอ่อนโยนวับวามที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความกวนนั้น กลับทำให้มีนต้องหลบตา ชะงักค้างไปดื้อๆ
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากเมื่อสัปดาห์ก่อน ความกลัวผีสางที่เคยเป็นวาระแห่งชาติ ถูกแทนที่ด้วยความประหม่าชนิดที่เรียกว่าหายใจไม่ทั่วท้อง พื้นที่ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เคยดูกว้างขวาง กลับแคบลงถนัดตาเมื่อพวกเขาทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างยืนนิ่งงันอยู่กลางห้อง ไม่มีใครขยับตัวไปไหน ราวกับมีแรงโน้มถ่วงประหลาดคอยดึงรั้งไว้
จังหวะนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของเจ๋ง... เอ๊ย ของกันต์ก็สั่นครืดคราดทำลายความเงียบขึ้นมาพอดี
*Ping!*
กันต์เหลือบมองหน้าจอเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะหึในลำคอ ส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างรำคาญใจเมื่อเห็นข้อความจากกลุ่มเพื่อนสนิทที่ส่งไลน์มาแซวไม่หยุด
**เจ๋งตัวพ่อ:** *เป็นไงบ้างวะเพื่อน ถึงห้องกันยัง? ย้ำนะเว้ยว่าเตียงมีแคบๆ นอนเบียดกันระวังใจเต้นไม่เป็นจังหวะล่ะมึง หึๆ*
**กันต์ปากหมา:** *เสือกน่าเจ๋ง อยู่เงียบๆ ไปเลยมึง เดี๋ยวปัดบล็อก*
**เจ๋งตัวพ่อ:** *โฮ้ยยย ปากแข็งชิบหาย ระวังเถอะมึง จะโดนเด็กมันงาบเอาไม่รู้ตัว*
กันต์กดล็อกหน้าจอโทรศัพท์เก็บใส่กระเป๋าอย่างไม่ใส่ใจ แต่สายตาคู่คมกลับตวัดกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนกอดอกเม้มปากแน่นอยู่ปลายเตียง มีนกำลังทำหน้าเหมือนเด็กถูกขัดใจ แก้มกลมๆ ขึ้นสีแดงปลั่งอย่างน่าเอ็นดู ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองค้อนเขาเล็กๆ เหมือนอยากจะเอาเรื่องแต่ก็ไม่กล้าพอ
"มองหน้าฉันแบบนี้... อยากมีเรื่อง หรืออยากมีแฟนกันแน่หะ มีน" กันต์แกล้งก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวทีละน้อย จนมีนต้องถอยก้นชนขอบเตียงนอนนุ่ม
"พ...พูดจาบ้าอะไรของคุณเนี่ย! ใครอยากมีแฟนกับคุณ ไม่ทราบ!" มีนเสียงหลง ถอยหลังกรูดจนสะดุดขอบเตียงและเซถลาล้มลงไปนอนแผ่หลาบนอนนุ่ม โดยมีร่างสูงของกันต์โน้มตัวตามลงมาครอบครองพื้นที่ด้านบนในพริบตา!
ตึง!
มือหนาข้างหนึ่งยันฟูกเตียงไว้ข้างใบหูของมีนเพื่อพยุงน้ำหนักตัว ส่วนมืออีกข้างถือวิสาสะเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรקיหน้าผากมนออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสนุ่มนวลที่ไร้การปรุงแต่งนั้น ทำให้มีนถึงกับลมหายใจสะดุด สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก เสียงหัวใจของตัวเองดังกลบเสียงรอบตัวไปหมด
"ปากบอกไม่... แต่หน้าแดงแจ๋เลยนะเราน่ะ" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปาก ห่างกันแค่คืบเดียวจนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่บนพวงแก้ม
"กันต์... ถอยไปเลยนะ ฉันหายใจไม่ออก..." มีนกระซิบเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีสายตาวับวามคู่นั้น แต่ทว่ามือหนากลับประคองคางมนให้หันกลับมาสบตาตรงๆ
"ไม่ถอย... จนกว่าจะยอมรับความจริง" กันต์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย น้ำเสียงที่มักจะกวนประสาทในยามปกติ บัดนี้กลับเจือด้วยความจริงจังและลึกซึ้งจนคนฟังใจสั่นสะท้าน "ว่านายก็... หวั่นไหวเหมือนกัน"
ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด ประตูห้องน้ำที่ปิดสนิทอยู่ดีๆ ก็ส่งเสียง "เอี๊ยด..." ดังขึ้นช้าๆ พร้อมกับสายลมเย็นเยียบที่พัดวูบผ่านหลังคอของทั้งคู่จนขนลุกซู่!
ทั้งกันต์และมีนชะงักก้าง หันขวับไปมองทางห้องน้ำพร้อมกันโดยอัตโนมัติ
และที่ตรงนั้น... ร่างโปร่งแสงของเจ๊จูในชุดนอนสีขาวโบราณกำลังยืนฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู ชูสองนิ้วส่งสัญญาณเชียร์แป๋วแหวว พร้อมกับทำปากขมุกขมึกไร้เสียงว่า... *'จุ๊บเลยๆ แม่เอาใจช่วย!'*
มีนเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด สติที่หลุดลอยกลับเข้าร่างในเสี้ยววินาที ร้องกรี๊ดลั่นห้องด้วยความกลัวผสมความอายจนหน้าดำหน้าแดง
"กรี๊ดดด! เจ๊จูออกไป๊! อย่าเพิ่งขัดจังหวะ... แฮ่! ไม่ใช่! ออกไปเลยนะผีบ้า!" มีนโวยวายลั่น ดิ้นพล่านผลักอกกันต์สุดแรงจนร่างสูงเซถลาถอยหลังไป
กันต์หัวเราะลั่นห้องอย่างอารมณ์ดี ท่ามกลางความวุ่นวายและเสียงโวยวายของคนขี้กลัวที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
แต่ทว่า... ในจังหวะที่กันต์กำลังจะหันมาแกล้งต่อ จู่ๆ หน้าจอโทรศัพท์ของมีนที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงก็สว่างวาบขึ้นมาเองอย่างไร้สาเหตุ พร้อมกับข้อความไลน์ปริศนาที่เด้งขึ้นมาโชว์หหราต่อหน้าต่อตา โดยที่ไม่มีใครแตะต้องมันเลยแม้แต่นิดเดียว!
ข้อความบนหน้าจอนั้นเขียนไว้ด้วยตัวอักษรสีแดงสดสะดุดตาว่า...
**"มึงสองคน... กำลังจะไม่ได้อยู่กันแค่สองคนแล้วนะ... คืนนี้ระวังตัวไว้ให้ดี"**
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความป่วนปนความหลอนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ห้องพักผีสิงกับคุณชายปากหมา•ตอนที่ 22
กลับมาซุกห้องเดิม
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องพักผีสิงกับคุณชายปากหมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!