เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ลากยาวกวนประสาทดังสะท้อนก้องห้องนอนแคบๆ ตัดกับเสียงสะอื้นฮักของเด็กปีหนึ่งที่กำลังขดตัวกอดเข่าซุกหน้าลงกับโซฟาเก่าๆ จนไหล่บางสั่นเทิ้มด้วยความโกรธและตกใจสุดขีด
"ไอ้... ไอ้คนนิสัยไม่ดี! ไอ้กันต์บ้า!"
มีนเงยหน้าขึ้นมาแหวใส่ พร้อมกับน้ำตาคลอเบ้าที่เอ่อล้นด้วยความอัดอั้นตันใจ มือเรียวขว้างหมอนอิงใบยักษ์ใส่หน้าคนตัวสูงที่ยืนกอดอกพิงวงกบประตูด้วยท่าทางลอยชาย เสื้อยืดสีดำยับยู่ยี่กับกางเกงเจดับบลิวเลาสบายๆ ยิ่งขับให้รอยยิ้มมุมปากของนายกันต์ดูน่าหมั่นไส้เป็นทวีคูณ
ให้ตายสิ! ใครจะไปคิดว่าไอ้คุณชายวิศวะปากหมาคนนี้จะลงทุนเอาผ้าปูที่นอนเก่ามาคลุมหัว เปิดไฟฉายส่องคางตัวเองตอนตีสองครึ่ง แถมยังทำเสียงโหยหวนเหมือนเปรตขอส่วนบุญหลอกเขาจนเกือบฉี่ราดกางเกง! มีนที่เพิ่งตื่นมาเข้าห้องน้ำแล้วเจอผีผ้าปูที่นอนยืนจ้องหน้าในความมืดเกือบช็อกตายคาที่ ขาแข้งอ่อนแรงล้มพับลงไปกองกับพื้นจนหัวเข่าโน้มปูดปานนี้ ยังมีหน้ามายืนหัวเราะร่าเริงอยู่ได้
"โอ๋ๆๆ เด็กน้อย อย่าร้องไห้นะคะ เดี๋ยวขี้มูกโป่งหมด" กันต์ยียวนกวนประสาทต่อไม่หยุด ขายาวก้าวเข้ามาใกล้แล้วย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาเสมอกับคนบนโซฟา นิ้วเรียวยื่นไปจิ้มแก้มใสที่ตอนนี้แดงก่ำเพราะความโกรธ "ใครจะไปรู้ว่านายจะขี้แยขนาดนี้ แค่แกล้งนิดแกล้งหน่อยทำเป็นบ่อน้ำแตก"
"นิดบ้าอะไรเล่า! เกือบตายรู้ตัวไหมไอ้กันต์!" มีนปัดมือนั้นทิ้งอย่างแรง สะบัดหน้าหนีไปอีกทางด้วยความงอนตุ๊บป่อง แก้มป่องๆ พองลมขึ้นจนหน้าหมั่นเขี้ยว "ไม่ต้องมาแตะเลยนะ! เกลียด! เกลียดคนนิสัยไม่ดีที่สุด!"
"โอย แรงมาก เจ็บจี๊ดถึงหัวใจเลยครับคุณมีน" กันต์ทำท่าเอามือกุมหน้าอกประกอบฉากราวกับโดนยิงเข้าเป้า แต่อย่าหวังว่าจะสำนึก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังคงระบายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้น "จะงอนอะไรนักหนา ดีนะที่ฉันแกล้ง ถ้าเป็นผีเจ๊จูตัวจริงมาสิงนายตอนนอนน้ำลายยืดเมื่อกี้ ป่านนี้วิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้วมั้ง"
"ไอ้กันต์! นายยังจะกล้าพาดพิงเจ๊จูอีกเหรอ!" มีนหันมาแยกเขี้ยวใส่ ตาโตๆ ค้อนควับวงใหญ่ "คอยดูนะ ฉันจะฟ้องเจ๊จูให้มาหักคอแกตอนนอน คืนนี้แกเตรียมตัวโดนอำจนขยับไม่ได้เลย!"
บรรยากาศในห้องอึมครึมลงถนัดตาเมื่อชื่อของวิญญาณสาวเจ้าห้องถูกเอ่ยขึ้น ทันใดนั้นเอง ไฟนีออนบนเพดานก็กะพริบวูบวาบสามครั้งติดๆ กัน ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านหลังคอจนทั้งคู่ขนลุกซู่ เสียงลมหายใจแผ่วเบาคล้ายเสียงกระซิบข้างหูของเจ๊จูแว่วมาตามอากาศราวกับจะร่วมวงสนทนาด้วย
*(แหม... พาดพิงฉันเหรอยะไอ้คุณกันต์ อยากให้ฉันไปช่วยหักคอเด็กนี่ หรือจะให้ฉันช่วยจับมัดมือมัดเท้าแล้วโยกย้ายซุกซอกหลืบไหนดีล่ะยะ)*
เสียงหัวเราะคิกคักของเจ๊จู1ลอยละล่องมาจากมุมมืดของห้อง ทำเอาสีหน้าลอยชายของกันต์เจื่อนลงไปถนัดตา ส่วนมีนยิ่งผวาเข้าไปซุกตัวลึกกับพนักโซฟา คว้าหมอนอีกใบมาป้องกันตัวทันที
"เจ๊จู! อย่ามาเนียนแถวนี้เลยนะ ไปไกลๆ เลย!" กันต์แกล้งทำเป็นดุกลบเกลื่อนความเสียวสันหลังวาบ แม้ลึกๆ จะแอบกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ เขารีบขยับเข้าไปใกล้มีนมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว มือหนาคว้าแขนเรียวที่กำลังสั่นน้อยๆ เอาไว้ "เอ… หรือว่าจะกลัวจริงๆ หื้ม?"
"ใครกลัว! ปล่อยนะ!" มีนสะบัดแขนหนีแต่แรงน้อยกว่าเลยโดนรวบเข้าไปชิดร่างหนา กลิ่นสบู่หอมอ่อนๆปนกลิ่นเหงื่อจางๆ ของคนตรงข้ามโชยเข้าจมูกท่ามกลางบรรยากาศวังเวง ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้
"ปากแข็งชะมัด" เสียงของกันต์อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว แววตากวนประสาทเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดื้อรั้น มือหนายื่นไปเกลี่ยผมหน้าที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากมนอย่างเบามือ "โอ๋เอ๋... ไม่แกล้งแล้วก็ได้ครับ ขอโทษจริงๆ นะคนดี หายงอนกันนะ"
มีนชะงักไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองใบหน้าที่อยู่ใกล้แค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณปลายจมูก ความโกรธเคืองเมื่อครู่วันนี้มลายหายไปไหนหมดไม่รู้ เหลือเพียงความรู้สึกร้อนผ่าวที่พุ่งตรงขึ้นมาที่พวงแก้มจนต้องรีบเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความเขินอาย
"ใครคนดีของนาย... พูดจาเลี่ยนๆ ขนลุกจะตาย" มีนพึมพำเสียงเบาหวิว มือเล็กผลักอกแกร่งเบาๆ เป็นเชิงไล่ แต่กันต์กลับยิ่งขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม ปลายจมูกโด่งเกือบจะชนกับแก้มใสอยู่รำคาญ
"ถ้าไม่เรียกว่าคนดี จะให้เรียกว่าที่แฟนหรือไง..." กันต์กระซิบเสียงพร่าข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่จงใจหยอดคำหวานทำเอาคนฟังแทบสำลักอากาศหายใจ
"ไอ้... ไอ้บ้ากันต์!" มีนหน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู ร่างบางผุดลุกขึ้นยืนพรวดเพื่อจะหนีเข้าห้องนอน แต่เพราะความรีบร้อนและขาที่ยังอ่อนแรง ทำให้ข้อเท้าพลิกจนเซถลาล้มลงไปในอ้อมกอดของกันต์ที่ลุกตามมาคว้าตัวไว้พอดี!
ตุ้บ!
ร่างทั้งสองล้มลงไปกองบนพรมปูพื้นอย่างเหมาะเจาะ กันต์นอนหงายโดยมีมีนทับอยู่บนอกแกร่ง ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามของกันต์ชัดเจน หรือจริงๆ แล้ว... มันคือเสียงหัวใจของเขากันแน่ที่เต้นดังจนกลบทุกสรรพเสียง?
มีนเบิกตากว้าง ค้างเติ่งอยู่ในท่าลืมตัว มือทั้งสองข้างยันอยู่บนแผงอกแน่นของอีกฝ่าย ดวงตาประสานกับนัยน์ตาคมกริบที่กำลังทอดมองมาด้วยความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำมาบรรยาย รอยยิ้มมุมปากจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่มีความกวนประสาทเจืออยู่เลย มีแต่ความอบอุ่นและประกายระยิบระยับที่ชวนให้ใจสั่นไหว
"ไหนบอกว่าเกลียดคนนิสัยไม่ดี..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบแผ่วเบาริมฝีปาก "แล้วทำไมตอนนี้... ถึงไม่อยากลุกไปไหนเลยล่ะครับ"
มีนอ้าปากพะงาบๆ จะเถียงแต่ก็นึกคำพูดไม่ออก สมองขาวโพลนราวกับโดนไฟช็อต ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีไข้ขึ้นสูง มือเล็กพยายามจะดันตัวลุกขึ้นแต่กันต์กลับใช้แขนแกร่งโอบเอวบางไว้แน่น ไม่ยอมให้ขยับหนีไปไหน
"ปล่อยนะเว้ย! ฉันจะไปนอน!" มีนโวยวายกลบเกลื่อนความเขิน
"ไม่ปล่อย จนกว่านายจะยอมบอกว่าหายงอนกันแล้ว" กันต์ยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาเป็นประกายวิบวับ "ไม่งั้นเราคงต้องนอนท่านี้กันยาวๆ จนถึงเช้าแน่ๆ"
"ไอ้คนฉวยโอกาส! ไอ้..."
มีนกำลังจะอ้าปากด่าต่อให้สมกับความเขินอาย แต่จังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนสมาร์ตโฟนบนโต๊ะทำงานข้างโซภาก็ DING! ดังขึ้นตัดบรรยากาศ พร้อมกับหน้าจอโทรศัพท์ของมีนที่สว่างวาบขึ้นมาในความมืด ปรากฏข้อความแชตจากใครบางคนที่ส่งตรงเข้ามาขัดจังหวะความหวานปนป่วนนี้พอดี
และเมื่อมีนก้มลงมองชื่อผู้ส่งบนหน้าจอ... ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดจนแทบลืมหายใจ!
*(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาร่วมสัมผัสความหลอนแบบฟีลกู๊ดนี้นะคะ)*
ห้องพักผีสิงกับคุณชายปากหมา•ตอนที่ 9
แกล้งแรงไปละนะ
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องพักผีสิงกับคุณชายปากหมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!