ห้องพักผีสิงกับคุณชายปากหมา•ตอนที่ 17

เกมกระดานมรณะ

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"บอกแล้วไงว่าถ้าเดินตกช่องนี้แกต้องโดนทำโทษด้วยการสารภาพความลับสุดยอด! อย่ามาเนียนนะเว้ยไอ้กันต์!" เสียงโวยวายของเจ๋งดังลั่นห้องรับแขกของบ้านพักตากอากาศริมเขา ท่ามกลางแสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันโบราณที่ตั้งอยู่กลางวงกระดานเกมเศรษฐีฉบับผีสิง ซึ่งพวกเขาสรรหามาเล่นกันในคืนเดือนมืด บรรยากาศรอบตัววังเวงชอบกล มีเพียงเสียงหริ่งหรีดเรไรรวมถึงลมหนาวที่พัดกระโชกจนหน้าต่างไม้เก่าๆ ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัว มีน นั่งตัวลีบอยู่ข้างๆ กันต์ มือเล็กๆ กำชายเสื้อของรูมเมต์ตัวแสบแน่นจนยับยี่ยุ่ย ดวงตากลมโตฉายแววหวาดระแวง หันซ้ายหันขวาคอยมองเงาดำที่ทาบทับตามผนังอยู่ตลอดเวลา "โหย อะไรวะเจ๋ง เกมบ้าอะไรเนี่ย เดินตกทีไรเจอแต่คำสั่งพิสดาร" กันต์บ่นอุบ แต่ริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มกวนประสาทตามสไตล์ ดวงตาคมกริบเหลือบมองคนข้างกายที่ตอนนี้เบียดเข้าหาเขาจนแทบจะสิงร่างอยู่แล้ว "แล้วดูดิ คนข้างๆ ชั้นเนี่ย ขวัญอ่อนกว่าตุ๊กตาไขลานอีก กลัวจนตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำแล้วมั้งเนี่ย" "ใครกลัว! ปะ...เปล่าสักหน่อย!" มีนรีบปฏิเสียงแข็ง เสียงสูงปรี๊ดจนผิดปกติ ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่ใช่เพราะบรรยากาศหนาวเย็น แต่เป็นเพราะท่อนแขนแข็งแรงของอีกฝ่ายที่จงใจขยับเข้ามาโอบไหล่เขาไว้หลวมๆ ต่างหาก "เหรอ? แล้วตัวที่สั่นๆ อยู่นี่คือเจ้าเข้าเหรอครับคุณมีน" กันต์กระซิบชิดใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเอ็นดูกระเซ้าเย้าแหย่ "ถ้ากลัวมากก็ซบไหล่พี่ได้นะ... ฟรี ไม่คิดค่าบริการ" "ไอ้กันต์! ทะลึ่งละ!" มีนหยิกหมอนอิงฟาดเข้าให้เต็มแรง แต่มือหนากลับคว้าไว้ได้ทันแถมยังฉวยโอกาสกุมมือบางนั้นไว้เสียแน่น ทำเอาคนขี้โวยวายหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม ลามไปถึงใบหู "อแฮ่ม! เกรงใจวิญญาณเจ๊จูที่สิงอยู่มุมห้องบ้างนะพวกเธอ" เจ๋งแกล้งกระแอมกระไอบิดตัวเร้าใจ "ว่าแต่นะ... ตาต่อไปตานายแล้วกันต์ ทอยลูกเต๋าซิ๊ว่าจะได้คำสั่งอะไรจากเจ้าพ่อวิญญาณ" กันต์ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ มืออีกข้างยังคงกุมมือมีนไว้ไม่ยอมปล่อย เขย่าลูกเต๋าในมือแล้วโยนลงบนกระดานกระดาษเก่าคร่ำคร่า ลูกเต๋ากลิ้งวนอยู่ไม่กี่รอบก่อนจะไปหยุดอยู่ที่เลขหก ช่องสีดำสนิทที่ปรากฏข้อความชวนขนลุกว่า... *‘เปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือน’* ฉับพลันนั้นเอง... อุณหภูมิในห้องก็ลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ประตูไม้บานใหญ่ที่ลงกลอนไว้อย่างแน่นหนาจากด้านใน กลับส่งเสียง *กริ๊ก* เบาๆ แล้วค่อยๆ แง้มเปิดออกเองช้าๆ เผยให้เห็นความมืดมิดสนิทไร้แสงดาวเบื้องนอก "เฮ้ย... ใครเปิดประตูวะ?" เจ๋งหน้าถอดสี กลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่ ขยับเข้าไปใกล้กันต์โดยอัตโนมัติ "ก...ก็ไม่ได้มีใครลุกนี่นา" มีนเสียงสั่นเครือ ใบหน้าซีดเผือดจนไร้เลือดฝาด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายแข็งทื่อ ขยับหนีก็ไม่ได้เพราะถูกวงแขนของกันต์รั้งไว้แน่น เงาสูงโปร่งของหญิงสาวในชุดไทยโบราณค่อยๆ ก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามา ชายผ้าถุงสีหม่นลากพื้นพร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังระคนมากับสายลม... *“เล่นด้วยคนสิคะ...”* เจ๋งตาเหลือก ถีบตัวถอยหลังจนล้มกลิ้งไปชนโซฟา มีนหวีดร้องลั่นซุกหน้าเข้ากับแผงอกกว้างของกันต์ทันทีอย่างไร้การลังเล ปิดตาปี๋ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว ทว่าท่ามกลางความโกลาหลและบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวนั้น กันต์กลับไม่ได้มีท่าทีลนลานอย่างที่ควรจะเป็น นัยน์ตาคมเข้มทอดมองไปยังร่างโปร่งแสงของเจ๊จูที่ยืนยิ้มแป้นแล้นอยู่ปลายเตียง ก่อนจะก้มลงมองคนในอ้อมแขนที่กำลังกอดเขาแน่นเสียยิ่งกว่าเกาะห่วงยางกลางมหาสมุทร มุมปากของหนุ่มวิศวะปากหมาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มือหนาลูบกลุ่มผมนิ่มเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน แต่คำพูดที่หลุดออกมาจากปากกลับกวนประสาทเหมือนเคย "เห็นไหมล่ะมีน... บอกแล้วว่าห้องนี้ไม่ได้มีแค่เราสองคน" กันต์กระซิบชิดริมหูคนขี้กลัว "แต่ถ้ากลัวผีจนต้องกอดพี่แน่นขนาดนี้... คืนนี้คงต้องนอนห้องเดียวกันยาวๆ แล้วมั้ง" มีนเงยหน้าขึ้นมาถลึงตาใส่ทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า "ไอ้คนฉวยโอกาส! นี่มันสถานการณ์ผีหลอกนะเว้ย!" "ผีหลอกอะไร เขาก็แค่มาแจมวงเล่นเกม" กันต์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอย่างไร้ความเกรงกลัวผีสาง นิ้วเรียวกดพิมพ์ข้อความบางอย่างส่งเข้าแชตส่วนตัวของคนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบ มีนขมวดคิ้วยุ่งด้วยความฉงน หยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเปิดดูทั้งที่ตัวยังสั่นระริก *[กันต์เจ้าเล่ห์]: กลัวผีจนหน้าซีดขนาดนี้... เปลี่ยนจากซบไหล่ มาเป็นซบใจพี่แทนไหมครับ?* มีนอ่านข้อความนั้นแล้วนิ่งค้างไปสามวินาที ใบหน้าที่ซีดเซียวเมื่อครู่กลับแดงก่ำลามไปจนถึงต้นคอ ความกลัวผีที่มีอยู่เมื่อครู่ราวกับถูกปัดเป่าหายไปด้วยความเขินอายจนอยากจะมุดแผ่นดินหนี ทว่า... ในจังหวะนั้นเอง ก่อนที่กันต์จะได้ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มเขินๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าบึ้งตึงของมีน เสียงกระซิบเย็นเยียบอันคุ้นเคยของเจ๊จูก็กลับดังขึ้นชิดริมหูของหนุ่มวิศวะคนเก่ง จนเส้นขนทั่วร่างลุกชันขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย *“พ่อหนุ่มปากดี... ระวังข้างหลังนะจ๊ะ... หุหุหุ”* กันต์ชะงักกึก รอยยิ้มกวนประสาทแข็งค้างบนใบหน้า ดวงตาคมค่อยๆ เหลתมองข้ามไหล่ของตัวเองไปช้าๆ... และสิ่งที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาของเขาก็ทำให้ลมหายใจสะดุดกึกทันที! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมหวีดความหลอนชวนเขินไปด้วยกันนะคะ ✨
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องพักผีสิงกับคุณชายปากหมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%