“โครม!”
เสียงไม้สนสวีเดนอัดประสานกันจนหักดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยร่างสูงปოლของนายกันต์ที่ร่วงลงไปกองกับพื้นห้อง พร้อมกับซากสปริงเตียงที่กระดอนขึ้นมาดีดใส่หน้าผากเขาเต็มแรง จนเจ้าตัวถึงกับสบถลั่นห้อง
“โอ๊ย! บ้าเอ๊ย เตียงผีสิงบ้าอะไรเนี่ย พังง่ายชะမ!”
เสียงโวยวายของพ่อหนุ่มวิศวะปากหมาดังลั่นห้องพัก 404 ท่ามกลางความมืดสลัว มีนที่สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงข้าวของพังทลาย รีบควานหาโทรศัพท์มือถือแล้วเปิดไฟฉายส่องไปยังต้นตอของเสียง ก่อนจะอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน เมื่อพบว่าเตียงนอนฝั่งซ้ายของกันต์ยุบลงไปกองกับพื้น ไม้ระแนงรองเตียงหักดีดผึ่งราวกับผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนาน ทั้งที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่แท้ๆ
“นายทำอะไรเนี่ยคุณกันต์! เตียงหักเหรอ? บ้าจริง แล้วคืนนี้ฉันจะนอนตรงไหนเล่า!” มีนโวยวายเสียงหลง รีบดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงของตัวเองด้วยความตกใจ ปนความกลัวผีที่ยังฝังหัวจากเหตุการณ์เมื่อหัวค่ำ
“จะไปรู้เหรอวะ ก็บอกอยู่ว่าเตียงมันกาก!” กันต์พยุงร่างตัวเองลุกขึ้น ปัดฝุ่นตามตัวป้อยๆ ก่อนจะหันมามองเตียงของมีน แล้วสลับมองเตียงที่พังยับเยินของตัวเองด้วยสีหน้าครุ่นคิดแบบกวนประสาท “เอ_ะ... หรือว่าเจ๊จูเขาหมั่นไส้หน้าหล่อๆ ของฉัน เลยมานั่งทับเตียงจนหักวะเนี่ย”
“ใช่เวลามาเล่นมุกไหมเนี่ย! ดูสภาพสิ แล้วคืนนี้ฉันจะนอนยังไง กลัวก็กลัว ผีก็ผี เตียงนายก็พังเนี่ยนะ!” มีนทุบหมอนลงกับเตียงตัวเองอย่างขัดใจ ใบหน้าหวานงอง้ำด้วยความเครียด
กันต์ยักไหล่กวนๆ เดินไปสำรวจซากเตียงที่พังแล้วถอนหายใจยาว “เอ้า ก็เหลือเตียงเดี่ยวนโยบายประหยัดพื้นที่ของหอพักเราเตียงเดียวนี่วะ... งั้นคืนนี้ก็นอนเตียงเดียวกันไปก่อนดิ จะยากอะไร”
“ห๊ะ! ว่าไงนะ!” มีนเบิกตากว้างจนแทบถลันออกมานอกเบ้า หน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหูด้วยความตกใจ “นอน... นอนเตียงเดียวกันเนี่ยนะ บ้าหรือเปล่า! เตียงมันแค่นิดเดียวเองนะคุณ! นายตัวใหญ่เป็นควายธนูขนาดนั้น ฉันตัวแค่นี้ นายจะมาเบียดฉันตกเตียงรึไง!”
“พูดมากน่า นายเตี้ยกว่าฉันตั้งเยอะ นอนปลายเท้าฉันยังได้เลยน่า” กันต์พูดหน้าตาเฉย เดินดุ่มๆ เข้ามาใกล้จนมีนต้องรีบถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังติดหัวเตียง “หรือว่า... นายกลัวว่านอนกับฉันแล้วจะห้ามใจตัวเองไม่ไหว หื้ม?”
สายตาแพรวพราวที่มองมาพร้อมรอยยิ้มมุมปากแบบฉบับนายกันต์ทำเอาสติของมีนกระเจิดกระเจิง หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงนาฬิกาติดผนัง มือบางรีบคว้าหมอนข้างขึ้นมาตั้งการ์ดบังหน้าอกทันที
“ใครจะไปคิดอะไรแบบนั้นเล่า! ไอ้คนหลงตัวเอง ไอ้... ไอ้คุณชายปากหมา!” มีนแหวใส่เสียงสั่นเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่พุ่งพล่านในอก
“ถ้าไม่ได้คิดแล้วหน้าแดงทำไมล่ะครับคุณหนู” กันต์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนจมูกโด่งแทบจะชนกับปลายจมูกรั้นของอีกฝ่าย กลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ ลอยปะทะจมูกท่ามกลางความเงียบยามดึก ทำให้มีนแทบหยุดหายใจ สมองขาวโพลนคิดคำด่าไม่ออกสักคำ แพ้ทางลูกหยอดและสายตาคู่นั้นทุกทีสิน่า!
“ถอยไปเลยนะ! บอกให้นอนเตียงเดียวกันไม่ได้ก็คือไม่ได้!” มีนผลอกอกแกร่งเต็มแรง แต่คนตัวโตกลับทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน แถมยังทิ้งตัวลงนอนบนเตียงของมีนหน้าตาเฉยแถมตบเบาะปุๆ ชวนเชิญหน้าตาเฉย
“ถ้าไม่นอนเตียงนี้ นายก็ต้องลงไปนอนกับเจ๊จูข้างล่างพื้นนะ... เลือกเอา จะนอนกับผีสาวหน้าขาวปากฉีก หรือจะนอนกับหนุ่มวิศวะรูปหล่อกล้ามแน่นคนนี้”
มีนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาดำตะคุ่มๆ คล้ายผู้หญิงผมยาวกำลังยืนยิ้มแป้นแล้นอยู่ตรงมุมห้อง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความกลัวจับจิต ระหว่างผีสาวกับไอ้คนปากหมาตรงหน้า... แน่นอนว่าอย่างหลังยังไงก็ปลอดภัยกว่า (มั้งนะ!)
“ฮึ่ย! ฝากไว้ก่อนเถอะนะ!” มีนทิ้งตัวลงนอนกระแทกกระทั้นที่ริมเตียงอีกฝั่ง เว้นระยะห่างจากกันต์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามหันหลังให้แล้วดึงผ้าห่มมาคลุมโปงแน่น หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนข้างๆ กับเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ทำงานหึ่งๆ มีนพยายามข่มตาหลับแต่ทำอย่างไรก็ไม่หลับ ยิ่งรับรู้ถึงไออุ่นแผ่ซ่านมาจากร่างหนาที่นอนอยู่ข้างกัน ยิ่งทำให้สติกระเจิดกระเจิง สมองจินตนาการไปไกลจนแก้มร้อนผ่าว
ผ่านไปเกือบชั่วโมง มีนที่ยังคงนอนตาค้างแอบลอบถอนหายใจเบาๆ ทว่าจังหวะนั้นเอง... แขนแกร่งของคนข้างกายที่เคยนอนนิ่งๆ กลับเอื้อมมือมาพาดผ่านเอวบาง รั้งร่างของมีนเข้าไปชิดแผ่นอกกว้างอย่างไร้การเตือนล่วงหน้า!
“เฮ้ย...!” มีนอุทานเสียงหลง ร่างกายแนบชิดติดกับแผงอกอุ่นของอีกฝ่ายจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่แพ้กัน
“ดิ้นทำไมนักหนวะ... ตัวเย็นเป็นน้ำแข็งขนาดนี้ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก” เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนมีนขนลุกซู่ไปทั้งตัว สมองขาวโพลนยิ่งกว่าเก่าเมื่อฝ่ามือหนาออกแรงกระชับกอดเอวเขาแน่นขึ้นอีกนิด
“ป... ปล่อยนะไอ้กันต์ นายฉวยโอกาส!” มีนพยายามขยับตัวหนี แต่ยิ่งดิ้นก็เหมือนยิ่งถูกกักขังอยู่ในอ้อมแขนที่แข็งแรงราวกับคีมเหล็ก
“ไม่ได้ฉวยโอกาสสักหน่อย แค่กันไม่ให้นายตกเตียงต่างหาก... นอนเงียบๆ ได้แล้วน่า ตัวก็แค่นี้ ทำไมดื้อจังวะ”
น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาไม่ได้มีความกวนประสาทเหมือนทุกที แต่กลับมีความนุ่มนวลและเจือความอบอุ่นบางเบาที่ทำเอาคนฟังถึงกับนิ่งงัน มีนเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความกลัวผีเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น แทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในช่องท้อง—ความรู้สึกที่ทั้งเขินอาย วาบหวาม และ... อบอุ่นอย่างประหลาด
ในความมืดสลัวที่เงียบงัน มีนแอบลืมตาขึ้นในความมืด หัวใจเต้นแรงโครมครามจนกลัวว่ากันต์จะได้ยินเสียงมัน...
ก๊อกๆๆ!
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังสนั่นสามครั้งติดกันจากด้านนอกห้อง พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักแหลมสูงที่คุ้นเคยลอยลอดเข้ามาตามช่องลม
*“คืนนี้เตียงแคบจังเลยเนอะ... คุณผู้ชาย... คุณผู้หญิง...”*
เสียงกระซิบยามดึก ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาร่วมสัมผัสความหลอนแบบฟีลกู๊ดนี้นะคะ
ห้องพักผีสิงกับคุณชายปากหมา•ตอนที่ 5
เตียงเดี่ยวกับความจำเป็น
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องพักผีสิงกับคุณชายปากหมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!