เสียงกุกกักใต้เตียงนอนในยามตีสองครึ่ง ไม่ใช่เรื่องที่ใครควรจะต้องมาเผชิญร่วมกับรูมเมตปากหมาที่เอาแต่ส่งเสียงกรนแข่งกับเสียงลมหายใจประหลาดที่ลอยวนอยู่ข้างหู มีนกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนนิ้วมือเรียวขาวซีด หน้าจอสว่างวาบสะท้อนดวงตากลมโตที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัว ขาเรียวทั้งสองข้างถูกดึงขึ้นมานั่งชันเข่ากอดอกอยู่บนโซฟาตัวเก่าอย่างหมิ่นเหม่ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพลในวัดร้าง บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกจนขนลุกชันไปทั้งร่าง ขณะที่ดวงตาคู่สวยเหลือบมองเตียงนอนฝั่งตรงข้ามที่มีร่างสูงของไอ้คุณชายปากหมานอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างน่าหมั่นไส้ที่สุด
ในสถานการณ์วิกฤตที่วิญญาณเจ๊จูอาจจะโผล่หัวออกมาทักทายเรื่องค่าเช่าห้องได้ทุกเมื่อ มีนเลือกที่จะไม่ปลุกคนข้างกายที่เอาแต่กวนประสาทเขามาตลอดสัปดาห์ แต่กลับเลือกปลดล็อกหน้าจอแล้วพุ่งเป้าไปที่แอปพลิเคชันสีเขียว แชทกลุ่มที่มีสมาชิกสามคนกำลังสั่นระริกด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทาของเขาเอง
[มีนน้อยผู้บอบบาง]: พวกมึง ช่วยด้วย! กูจะตายแล้ว ผีมาอีกแล้ว ฮือออออ
มีนรัวนิ้วพิมพ์ข้อความส่งไปในกลุ่ม "สามหนุ่มสามมุม (แต่มุมไหนก็สู้ผีไม่ได้)" ทันที พร้อมกับแนบสติ๊กเกอร์ร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือดไปอีกสามชุดใหญ่
ผ่านไปไม่ถึงหวินาที สัญญาณเตือนข้อความก็ดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทำให้มีนสะดุ้งสุดตัว
[เจ๋งเพื่อนรัก]: อ้าว ไอบีเอ็ม ปี 1 บริหารของเรา ตีสามตีสี่ไม่นอน ออกมาวิ่งมาราธอนกับผีเหรอวะ หรือว่า... ผีมันหล่อถูกใจเลยชวนมาจิบน้ำชาใต้เตียง?
[มีนน้อยผู้บอบบาง]: ไอ้เจ๋ง! นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นนะเว้ย กูซีเรียส! ใต้เตียงกูมีเสียงขูดเล็บกับพื้นห้อง กึกๆๆๆๆ แบบนี้เนี่ย! มึงฟังเสียงดิ!
มีนรีบกดอัดเสียงบรรยากาศรอบตัวส่งเข้าไปในแชททันที เสียงลมหายใจหอบถี่สั่นเครือปะปนกับเสียงเอี๊ยดอ๊าดของไม้กระดานทำเอาคนฟังทางบ้านขนหัวลุกตามไปด้วย แต่ดูเหมือนว่าสมาชิกอีกคนในกลุ่มจะไม่ได้มีความเห็นอกเห็นใจเพื่อนร่วมโลกเอาเสียเลย
[กันต์เองที่หล่อที่สุดในคณะ]: เสียงเหมือนหมาหิวดึกมากกว่านะมีน หรือมึงแอบซ่อนหมูกระทะไว้ใต้เตียงแล้วกลัวกูแย่งกิน เลยกุเรื่องผีมาหลอกเด็กแถวนี้?
ข้อความจากกันต์ปรากฏขึ้นพร้อมกับเครื่องหมายคำถามชวนหาเรื่อง มีนแทบจะปnโทรศัพท์ทิ้งใส่หัวมันจริงๆ ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้เขาไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวลงจากโซฟา
[มีนน้อยผู้บอบบาง]: ไอ้ย่ะ... ไอ้กันต์! มึงตื่นขึ้นมาดูสภาพกูเดี๋ยวนี้เลยนะ! กูไม่ได้กินหมูกระทะ! ผีเจ๊จูแกมาทวงสัญญาเรื่องลิปสติกที่กูเคยสัญญาว่าจะซื้อไปวางหน้าห้องน้ำต่างหากเล่า!
[เจ๋งเพื่อนรัก]: อุ้ย! มีการติดสินบนผีด้วย มีนจ๋า มึงนี่ใจกล้าหรือบ้าจี้วะเนี่ย 5555555555 แล้วไอ้กันต์มันนอนอยู่เตียงข้างๆ ทำไมมึงไม่ปลุกมันวะ หรือมึงเขินที่ต้องเนื้อแนบเนื้อตอนปลุกมันตื่น?
[มีนน้อยผู้บอบบาง]: เขินบ้าอะไรเล่า! กูเกลียดขี้หน้ามัน! ปากหมาแบบนั้น ต่อให้ผีลากกูลงนรกไป กููยอมตายดีกว่าต้องไปกอดแขนขอความช่วยเหลือจากมันเว้ย!
มีนพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความโมโห ปลายจมูกรั้นเริ่มแดงเรื่อด้วยความอัดอั้นตันใจ ทั้งกลัวผี ทั้งแค้นเพื่อนตัวดีที่เอาแต่แซวไม่เข้าเรื่อง
[กันต์เองที่หล่อที่สุดในคณะ]: พูดดีๆ นะครับคุณมีน... ประโยคที่บอกว่า "ยอมตายดีกว่าต้องไปกอดแขนขอความช่วยเหลือจากกันต์" เนี่ย บันทึกเป็นหลักฐานในประวัติศาสตร์ชาติไทยเรียบร้อยแล้วนะ ว่าแต่... แน่ใจเหรอว่าจะไม่ลุกมาซบไหล่กูจริงๆ หือ? แผงอกกูอุ่นกว่าพื้นห้องเยอะนะ
จังหวะนั้นเอง มีนที่กำลังก้มหน้ามองจอโทรศัพท์ถึงกับชะงักกึก ลมหายใจอุ่นร้อนสายหนึ่งเป่ารดต้นคอจากทางด้านหลังอย่างแผ่วเบา พร้อมกับน้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยกระซิบกระซับอยู่ใกล้ใบหูจนขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง
"มัวแต่ก้มหน้าแชทฟ้องเพื่อน... ระวังเพื่อนจะมางานศพไม่ทันนะ, คุณชายมีน"
มีนผวเฮือกสุดตัว ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ ขาที่ชันเข่าอยู่เกือบจะถีบเข้าให้เต็มรักหากไม่ติดว่ามือหนาของคนที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังคว้าจับข้อแขนเขาเอาไว้เสียก่อน สัมผัสอบอุ่นคุ้นเคยที่แฝงความกวนประสาทแบบนี้... มีเพียงไอ้กันต์คนเดียวในโลกที่ทำได้!
"ไอ้... ไอ้กันต์! มึงมาอยู่ข้างหลังกูตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!" มีนโวยวายเสียงหลง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความกลัวผีหรือเพราะระยะห่างระหว่างเขากับคนตัวโตที่ตอนนี้แทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว
กันต์หัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาสีเข้มทอประกายพราวระยับยามก้มลงมองคนขี้โวยวายที่ตอนนี้ตัวสั่นเทาอยู่ในอ้อมแขนของเขาโดยไม่รู้ตัว มือหนายังคงกุมข้อแขนเรียวไว้มั่น ขณะที่สายตาคมกริบมองลอดผ่านความมืดตรงไปยังพื้นที่ว่างใต้เตียงที่ปรากฏเงาสลัวรางของบางสิ่งกำลังขยับเขยื้อน
"ก็เดินมาดูคนที่ปากเก่งในแชทแต่ตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำอยู่ตรงนี้น่ะสิ..." กันต์กระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มนั้นเจือความอ่อนโยนลงเล็กน้อยอย่างที่แทบจะไม่ได้เห็นบ่อยนัก "เงียบปากแล้วเกาะแขนกูไว้แน่นๆ... เจ๊จูแกไม่ได้มาทวงลิปสติกหรอกมีน แต่ดูท่าทางแกอยากจะมาทวง 'ค่าพินัยกรรม' ของมึงมากกว่าแล้วมั้ง"
สิ้นคำพูดนั้น เสียงเคาะกระจกหน้าต่างห้องพักชั้นสามก็ดังขึ้น *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* ทั้งที่ไม่มีลมพัด และเมื่อมีนหันไปมองตามเสียง ดวงตากลมก็ต้องเบิกค้างด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อพบนัยน์ตาคู่สีขาวโพลนแนบติดอยู่กับกระจกใส พร้อมกับรอยยิ้มฉีกกว้างจนถึงใบหูที่ส่งตรงเข้ามาในห้อง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาร่วมสัมผัสความหลอนแบบฟีลกู๊ดนี้นะคะ
ห้องพักผีสิงกับคุณชายปากหมา•ตอนที่ 6
แชตกลุ่มเดือด
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องพักผีสิงกับคุณชายปากหมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!