“หยุดเลยนะไอ้กันต์! ถ้ามึงก้าวเข้าบ้านผีสิงหลังนี้ไปอีกก้าวเดียว กูจะเลิกนับมึงเป็นรูมเมต!”
ฉันตะโกนลั่นพลางยื้อแขนเสื้อคนตัวสูงเอาไว้สุดแรงเกิด หน้างานวัดที่ควรจะคึกคักไปด้วยเสียงดนตรีและกลิ่นปลาหมึกย่างกลับกลายเป็นนรกขุมที่สิบสำหรับฉัน เมื่อไอ้คุณชายวิศวะข้างห้องตัวดีดันลากฉันมาหยุดอยู่หน้าทางเข้า ‘บ้านผีสิงแดนอาถรรพ์’ ที่มีเสียงโหยหวนหลุดออกมาไม่หยุด
กันต์หันกลับมามองฉันด้วยสายตากวนประสาทขั้นสุด มันยกยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่ทำให้ฉันอยากเอาส้นรองเท้าผ้าใบยันหน้ามันสักทีหนึ่ง
“กลัวอะไรนักหนา มีน... ในนี้ไม่มีผีจริงหรอก มีแค่ผีพลาสติกกับนักศึกษาพาร์ทไทม์แต่งหน้าเอฟเฟกต์ มึงนี่ปอดแหกสมเป็นนายเอกในนิยายสยองขวัญของเจ๊จูจริงๆ ว่ะ”
“ไอ้กันต์! มึงอย่าเอาชื่อเจ๊จูมาพูดเล่นนะ! แล้วกูไม่ได้ปอดแหก กูแค่... กูแค่ไม่อยากเข้า จบนะ!” ฉันพยายามหันหลังกลับ แต่ดูเหมือนพระเจ้าจะกลั่นแกล้ง เพราะไอ้เจ๋งเพื่อนตัวดีดันโผล่มาจากไหนไม่รู้ เอามือยันแผ่นหลังฉันไว้แน่น
“เอ้าๆ จะหนีไปไหนล่ะมีน? ตั๋วจ่ายไปแล้วนะจ๊ะ ของฟรีไม่มีในโลกนะเพื่อนรัก อีกอย่าง... กันต์มันอุตส่าห์อยากจะแสดงสปิริต ‘ปกป้องคนข้างๆ’ ทั้งที มึงจะขัดจังหวะความโรแมนติกแบบดาร์กๆ ของมันเหรอวะ?” เจ๋งยักคิ้วหลิ่วตาให้กันต์ ก่อนจะผลักหลังฉันเข้าไปข้างในอย่างแรง
“เจ๋ง! ไอ้เพื่อนชั่ว!”
ยังไม่ทันได้ด่าจบ เสียงประตูกลไกก็ดัง ‘ปัง!’ ปิดตายอยู่ข้างหลังเราสองคน ความมืดมิดเข้าจู่โจมทันที มีเพียงแสงสลัวจากไฟสีแดงก่ำที่ส่องให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่มีคราบเลือดปลอมเปื้อนอยู่บนผนัง
ฉันขนลุกซู่ไปทั้งตัว สัญชาตญาณความกลัวผีที่สั่งสมมาตั้งแต่เกิดทำงานทันที สองมือข้าพเจ้าคว้าหมับเข้าที่ชายเสื้อของคนข้างๆ อย่างไม่คิดชีวิต
“ไอ้กันต์... มึงอยู่ไหน”
“อยู่ข้างๆ นี่ไง... จับแน่นขนาดนี้ ไม่ต้องกลัวหรอก” เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้นข้างหูเบาๆ แทนที่จะกวนประสาทเหมือนทุกที คราวนี้มันกลับมีความนุ่มนวลอย่างประหลาด
จังหวะที่ฉันกำลังสั่นงันงก มือหนาของมันก็เอื้อมมาคว้ามือฉันไปกุมไว้แน่น ความอบอุ่นจากอุ้งมือของคนตัวสูงส่งผ่านมาทำเอาหัวใจฉันเต้นรัว ยิ่งเดินลึกเข้าไป เสียงหัวเราะแหลมสูงจากลำโพงก็ยิ่งดังขึ้น ผีสาวในชุดสีขาวพุ่งทะลุฉากออกมาทางด้านซ้าย ฉันกรีดร้องสุดเสียงแล้วมุดเข้าไปซบแผ่นหลังกว้างของกันต์ทันที
“เฮ้ยๆ เบาหน่อย... ตัวสั่นเหมือนลูกนกตกน้ำเลยนะมึง” มันหัวเราะในลำคอ ก่อนจะกระชับมือที่กุมไว้ให้แน่นขึ้น “หลับตาไป... ไม่ต้องดู แค่เดินตามกูมาก็พอ”
“กู... กูไม่กล้าลืมตา” ฉันพึมพำเสียงสั่น
“งั้นก็ไม่ต้องลืม... จนกว่าจะถึงทางออก” กันต์พาดแขนโอบรอบไหล่ฉัน ดึงให้ร่างของฉันเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนมันโดยสมบูรณ์ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความเย็นเยือกของบ้านผีสิงทำให้ฉันเผลอใจเต้นแรงกว่าเดิมเสียอีก
มันไม่ได้แกล้ง... มันไม่ได้ปล่อยให้ฉันเดินคนเดียว... แต่มันกำลังโอบกอดฉันไว้ท่ามกลางบรรยากาศที่น่ากลัวที่สุด
เราเดินฝ่าด่านผีเปรต ผีหัวขาด และเสียงดนตรีชวนหลอนไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ฉันสะดุ้ง กันต์จะกระชับกอดแน่นขึ้น บางทีก็กระซิบข้างหูว่า ‘ไม่เป็นไรนะ มีกูอยู่’ ซึ่งคำพูดที่แสนจะธรรมดานั่นแหละ ที่ทำเอาสติฉันกระเจิงยิ่งกว่าเห็นผีจริงๆ เสียอีก
จนกระทั่งถึงด่านสุดท้าย... ทางออกเป็นประตูไม้เก่าๆ กันต์หยุดชะงัก มันค่อยๆ คลายอ้อมแขนออกช้าๆ ทำให้ฉันต้องจำใจลืมตาขึ้นมอง
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ไฟฉายบนเพดานสว่างวาบขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ฉันไม่ได้เห็นทางออกหรอก... ฉันเห็น ‘คน’ อีกคนที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังกันต์ เป็นหญิงสาวในชุดไทยสีสไบขาดวิ่น ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวและมีรอยเลือดไหลริน ดวงตาสีขุ่นมัวของนางจ้องมองมาที่ฉันก่อนจะยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ
‘ชู่ว... อย่าเพิ่งบอกเขานะว่ามีพวกเราอยู่ตรงนี้’
ฉันเบิกตากว้างจนแทบถลน ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ไม่ใช่ผีปลอมแน่ๆ เพราะสัมผัสเย็นเยียบที่แตะลงบนไหล่ของฉันในตอนนี้มันของจริง!
“กันต์...” ฉันเรียกชื่อมันด้วยน้ำเสียงที่แทบจะหายไปในลำคอ “มีคน... ไม่สิ... มีบางอย่างอยู่ข้างหลังมึง”
กันต์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองฉันด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ได้ดูตกใจ แต่กลับยิ้มบางๆ เหมือนคนที่รู้อยู่แล้วแต่แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น
“มึงพูดอะไรนะมีน... ทางออกอยู่ตรงหน้าแล้ว ไปกันเถอะ”
มันดึงมือฉันให้เดินผ่านประตูออกไปสู่แสงสว่างของงานวัดภายนอก แต่ทันทีที่ก้าวพ้นประตูออกมา ฉันก้มลงมองมือตัวเอง... ปลอกแขนที่ฉันใส่ติดตัวมาตลอดเมื่อครู่ มันกลับมีรอยนิ้วมือสีดำไหม้ประทับอยู่ชัดเจน เหมือนมีใครบางคนจับมือฉันแน่นก่อนจะปล่อยไปเมื่อครู่
และในขณะที่ฉันกำลังจะอ้าปากโวยวาย โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของกันต์ก็สั่นรัว มันหยิบขึ้นมาดู ก่อนจะหันมามองหน้าฉันด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
“มีน... เมื่อกี้... เจ๋งมันทักแชตมาบอกว่า...”
มันยื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้ฉันดู ในหน้าแชตกลุ่มที่มีแค่เราสามคน ข้อความล่าสุดจากเจ๋งทำเอาเลือดในกายฉันเย็นเฉียบ
*“เฮ้ย ไอ้กันต์! พวกมึงออกมาจากบ้านผีสิงหรือยังวะ? กูยืนรออยู่หน้าทางเข้าตั้งนานไม่เห็นพวกมึงออกมาสักที... อ้อ ลืมบอกไป เมื่อกี้เจ้าหน้าที่เพิ่งประกาศว่าบ้านผีสิงหลังนี้ปิดปรับปรุงมาสามวันแล้วนะเว้ย!”*
ความเงียบเข้าปกคลุมรอบตัวเรา ในขณะที่เสียงประตูด้านหลังบ้านผีสิงที่ควรจะปิดตาย กลับค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะใสๆ ของผู้หญิงที่ดังขึ้นจากความมืดมิดภายในนั้น
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังร่วมลุ้นไปกับความรักที่แฝงไปด้วยเรื่องราวลี้ลับของทั้งคู่นะคะ!
ห้องพักผีสิงกับคุณชายปากหมา•ตอนที่ 30
บ้านผีสิงจำลอง
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องพักผีสิงกับคุณชายปากหมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!