กระดาษแผ่นนั้นสั่นไหวอยู่ในมือของรินรดา มันไม่ใช่เพียงแค่บันทึกรายจ่ายหรือเอกสารทางการแพทย์ แต่มันคือหลักฐานของบาปที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ซากปรักหักพังของความทรงจำที่คีรินพยายามตามหามาตลอด
“คุณรู้มานานแค่ไหนแล้วคะ?”
เสียงของรินรดาแหบพร่า ทว่าคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องนั่งเล่นที่มืดสลัว เธอไม่ได้เงยหน้ามองเขา ดวงตาที่เคยอ่อนโยนกลับจ้องเขม็งไปที่ตัวอักษรเหล่านั้น มือเรียวบางกำกระดาษแน่นจนขอบกระดาษยับยู่
คีรินยืนนิ่งอยู่ตรงมุมมืดของห้อง เงาของเขาทอดยาวทาบทับไปบนพื้นไม้ขัดเงา เขาไม่ได้ขยับตัว ไม่ได้แก้ตัว ราวกับว่านี่คือนาทีที่เขาหวาดกลัวที่สุดในชีวิต และในขณะเดียวกัน ก็เป็นนาทีที่เขาโหยหาให้มันมาถึงเพื่อปลดเปลื้องภาระหนักอึ้งนี้เสียที
“นานพอที่จะรู้ว่า... ความทรงจำของผมไม่ใช่สิ่งสวยงามอย่างที่คุณคิด” คีรินตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากแต่ลึกซึ้งไปด้วยความขมขื่น เขาขยับเข้ามาใกล้เพียงหนึ่งก้าว “ริน... สิ่งที่คุณเห็นในมือนั่น คือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงไม่ควรยึดติดกับคนที่จำแม้กระทั่งชื่อตัวเองไม่ได้คนนี้”
รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอรื้นไปด้วยหยดน้ำที่พยายามกลั้นไว้ “คุณกำลังจะบอกว่า การที่ฉันพยายามเยียวยาคุณ การที่ฉันยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อมาเริ่มต้นใหม่กับคุณ... มันเป็นความผิดพลาดงั้นเหรอคะ?”
ชายหนุ่มชะงัก สายตาของเขาอ่อนแสงลงเมื่อมองใบหน้าของหญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจ แต่ความเจ็บปวดจากการหยั่งรู้ในสิ่งที่ตนเองเคยกระทำทำให้อกซ้ายของเขาบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก เขาจำไม่ได้ว่าเคยทำอะไรไปบ้างก่อนอุบัติเหตุ แต่หลักฐานที่รินรดาเพิ่งค้นพบมันชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้ว่าเขานั่นแหละคือต้นเหตุของโศกนาฏกรรมที่พรากครอบครัวของเธอไป
“ฉันไม่ใช่คนดีอย่างที่คุณวาดฝันไว้ในภาพวาดนั่นหรอกครับริน” เขาเผลอหลุดคำเรียกขานที่เคยชิน แต่น้ำเสียงนั้นกลับสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ “การหายไปของผม... คือสิ่งเดียวที่ผมพอจะมอบให้คุณได้ เพื่อให้ชีวิตของคุณได้เริ่มเขียนหน้ากระดาษใหม่ที่ไม่มีรอยเปื้อนอย่างผม”
“อย่าพูดแบบนั้นนะคีริน!” รินรดาตะโกนลั่น เธอโยนกระดาษในมือทิ้งลงพื้นแล้วลุกขึ้นประจันหน้ากับเขา “คุณไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนฉัน! เราผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งเท่าไหร่ คุณจะมาทิ้งกันเพราะเศษเสี้ยวของอดีตเนี่ยนะ?”
คีรินมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหาและอาลัย เขาเอื้อมมือไปแตะที่แก้มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นและคุ้นเคยที่ทำให้รินรดาถึงกับกลั้นสะอื้นไม่อยู่ “เพราะผมรักคุณมากเกินกว่าจะให้คุณแบกรับบาปของผมต่อไป ริน... สัญญาได้ไหมว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณจะวาดภาพของตัวเองด้วยสีที่สดใสที่สุด... สีที่ไม่มีเงามืดของผมปนอยู่เลย”
เขาผละออกห่างอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เธอจะทันได้คว้าชายเสื้อเขาไว้ คีรินหมุนตัวเดินตรงไปยังประตูห้องนั่งเล่น แผ่นหลังที่เคยเป็นที่พักพิงให้เธอมาตลอดกำลังห่างออกไป ราวกับภาพฝันที่กำลังถูกลบเลือนด้วยน้ำมือของเจ้าของความฝันเสียเอง
“คีริน! หยุดนะ!” เธอวิ่งตามไป แต่ทว่าเมื่อถึงหน้าประตู สิ่งที่เธอพบมีเพียงความว่างเปล่าของโถงทางเดินที่มืดมิดและกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่เขาไม่ได้สูบมานานเหลือเกิน
รินรดาทรุดตัวลงนั่งตรงนั้น พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นซองจดหมายสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะข้างทางเข้า จ่าหน้าซองด้วยลายมือที่คุ้นตาว่า ‘ถึงริน... คนที่ควรได้พบกับแสงตะวัน’
มือของเธอสั่นเทาขณะเปิดซองออก ภายในมีเพียงกุญแจดอกเล็กๆ และแผนที่ที่ถูกวาดด้วยลายมือของคีรินอย่างประณีต แต่จุดหมายปลายทางของแผนที่นั้นไม่ใช่บ้าน... ไม่ใช่สตูดิโอวาดภาพ แต่เป็นหน้าผาหินที่ซึ่งรอยต่อระหว่างอดีตและปัจจุบันมักจะถูกคลื่นซัดหายไปอยู่เสมอ
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อผู้โทรที่ไม่คาดคิด... เป็นเบอร์ของ ‘พี่ชาย’ ของเธอ ผู้ซึ่งเสียชีวิตไปในอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อน!
หัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะจนแทบหยุดนิ่ง เธอค่อยๆ กดรับสายด้วยมือที่สั่นเทา เสียงที่ดังออกมาจากปลายสายไม่ใช่เสียงของพี่ชายเธอ แต่มันคือเสียงหัวเราะเยือกเย็นของชายที่เธอคิดว่าตายไปพร้อมกับคีรินในคืนวันนั้น... เสียงที่เอ่ยประโยคที่ทำลายความหวังสุดท้ายของเธอลงจนหมดสิ้น
“ของขวัญวันคริสต์มาสปีนี้... รินรดา คีรินไม่ได้ไปหาความตายเพื่อชดใช้บาปหรอกนะ แต่เขาไปเพื่อส่งมอบ ‘ความจริง’ ที่จะทำลายชีวิตเธอให้ราบคาบกว่าเดิมต่างหากล่ะ”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดนี้ไปกับตัวละครของดาวตกคืนคริสต์มาสนะคะ
เศษเสี้ยวความทรงจำใต้เงาตะวัน•ตอนที่ 16
คืนวันอันยาวนาน
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำใต้เงาตะวัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!