เศษเสี้ยวความทรงจำใต้เงาตะวัน•ตอนที่ 9

พายุแห่งความสับสน

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
"คุณไม่มีสิทธิ์แตะต้องแฟ้มนี้ คีริน... วางมันลง เดี๋ยวนี้!" เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแฝงด้วยอำนาจสั่งการที่เธอเองก็ไม่เคยรู้ว่าตนเองมี คีรินชะงักมือที่กำลังสั่นเทาขณะถือซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่า แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะในห้องทำงานของพ่อที่ถูกล็อกไว้หลายปีส่องกระทบใบหน้าของเขาให้เห็นความตื่นตระหนกที่ปนเปไปกับความเจ็บปวด "ทำไมรินถึงต้องกลัว... ถ้ามันไม่มีอะไรซ่อนอยู่จริงๆ" คีรินถามเสียงเรียบแต่ดวงตาของเขาวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมกรรโชก "ผมแค่สงสัยว่าทำไมชื่อของผมถึงไปปรากฏอยู่ในแฟ้มประวัติการรักษาของโรงพยาบาลจิตเวชแห่งหนึ่ง ทั้งที่ผมไม่เคยแม้แต่จะก้าวเข้าไปที่นั่น" รินรดาไม่ตอบ เธอเดินเข้าไปหาเขาด้วยฝีเท้าแผ่วเบาทว่าหนักแน่นในความรู้สึก ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของกันและกัน กลิ่นอายของความลับที่อบอวลอยู่ในอากาศทำให้รินรดารู้สึกหายใจไม่ออก เธอพยายามคว้าซองเอกสารนั้น แต่คีรินเบี่ยงตัวหลบด้วยสัญชาตญาณที่เฉียบคมจนน่าประหลาดใจ "รินรดา คุณกำลังปิดบังอะไรผมอยู่" เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ความทรงจำที่หายไปของผม... มันไม่ใช่แค่อุบัติเหตุธรรมดาใช่ไหม" รินรดาหลุบตาลงมองพื้นไม้ปาร์เกต์ที่เต็มไปด้วยฝุ่น เธอจำต้องโกหก แม้ความจริงจะกรีดลึกในหัวใจเหมือนเศษแก้ว "มันคือความผิดพลาดของเอกสาร คีริน... คุณเครียดจนคิดไปเอง กลับไปพักผ่อนเถอะนะคะ" คีรินไม่รอให้เธอจบประโยค เขาตัดสินใจฉีกซองเอกสารนั้นออกทันที กระดาษหลายแผ่นร่วงหล่นลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ เขาไล่สายตาอ่านข้อความบนหน้ากระดาษอย่างรวดเร็ว ลมหายใจของเขาเริ่มหอบถี่ ความเงียบในห้องทำงานเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจของรินรดาที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก "บันทึกผู้ป่วย... การบำบัดด้วยการลบความทรงจำระยะสั้น?" คีรินพึมพำ น้ำเสียงที่เคยสุขุมเริ่มแตกพร่า "ริน... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมมีลายเซ็นของพ่อคุณในฐานะผู้รับรองการทดลองนี้ แล้วเหตุใด... เหตุใดบันทึกหน้าสุดท้ายถึงระบุชื่อผู้รับผิดชอบการดูแลผมว่าคือ 'รินรดา'?" รินรดาถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังปะทะกับตู้หนังสือขนาดใหญ่ หนังสือเก่าแก่ร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังโครมคราม เธอไม่ได้สนใจความเจ็บปวดจากแรงกระแทก หัวใจของเธอแตกสลายเมื่อเห็นคีรินเริ่มกุมขมับ ร่างกายของเขาโอนเอนราวกับจะล้มลง "ริน... ตอบผมมา" เขาเดินโซเซเข้ามาใกล้ มือหนาของเขาบีบไหล่เธอไว้แน่น "ผมเป็นอะไรสำหรับคุณกันแน่? คนรัก... หรือแค่หนูทดลองในกรงขังที่ชื่อว่าความทรงจำที่ไม่มีอยู่จริง!" "ฉันทำเพื่อคุณ!" รินรดาตะโกนตอบ ความอดทนที่เก็บมาตลอดพังทลายลง น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลพรากออกมาเป็นสาย "ในตอนนั้นคุณกำลังจะตาย... ความเจ็บปวดจากการสูญเสียทุกอย่างมันกัดกินคุณจนไม่เหลือความเป็นคน ฉันไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะให้พ่อช่วย... ฉันยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้คุณกลับมาเป็นคีรินคนเดิม แม้ว่าคุณจะจำฉันไม่ได้เลยก็ตาม!" คีรินชะงัก ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ความทรงจำที่สับสนปนเปเริ่มตีรวนในหัวสมอง ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เลือนรางปรากฏขึ้นมาเป็นจังหวะเหมือนภาพยนตร์ที่ตัดสลับไปมา—ภาพห้องแล็บที่เย็นเยียบ เสียงเครื่องจักรทำงานสม่ำเสมอ และเสียงกระซิบของรินรดาในวันที่เขาฟื้นคืนจากอุบัติเหตุครั้งแรก เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้อง มือทั้งสองข้างปิดหน้าไว้แน่น เสียงสะอื้นที่หลุดออกมาจากชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งทำให้รินรดาใจสลาย เธอทรุดตัวลงข้างๆ หวังจะกอดเขาไว้ แต่เขากลับถอยห่างราวกับเธอเป็นสิ่งแปลกปลอมที่น่ารังเกียจ "คุณ... คุณไม่ได้ช่วยผม" คีรินเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยหยดน้ำตาที่รื้นอยู่ "คุณแค่ขโมยวิญญาณของผมไป... แล้วปั้นแต่งคนใหม่ขึ้นมาเพื่อใช้ชีวิตคู่กับคุณ" "คีริน ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ ฟังฉันก่อน..." "อย่าเรียกชื่อนั้น!" เขาตะคอก เสียงนั้นเย็นชาและเฉียบขาดจนรินรดาตัวชาไปทั้งร่าง "คีรินคนนั้นตายไปตั้งแต่วันที่คุณตัดสินใจลงนามในเอกสารฉบับนี้แล้ว" คีรินลุกขึ้นยืนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความอ่อนโยนที่เคยมีหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว เขาหมุนตัวเดินตรงไปที่ประตูห้องทำงานโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง รินรดาพยายามจะวิ่งตาม แต่ทว่า... พลันประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกด้วยฝีมือของใครบางคนที่เธอนึกไม่ถึง เงาร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นและน่าสยดสยอง ชายคนนั้นคือนายแพทย์คนเดียวกับที่เคยถูกระบุว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในโครงการทดลองที่พ่อของเธอเคยทำ "ยินดีด้วยนะรินรดา" ชายคนนั้นกล่าวเสียงเย็น "ดูเหมือนว่า 'ชิ้นงาน' ของเธอจะเริ่มตระหนักรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงแล้ว... แต่เธอคงลืมไปว่า เงื่อนไขสุดท้ายของการทดลองนี้ คือถ้าเขารู้ความจริง... เขาจะต้องถูกกำจัดทิ้งพร้อมกับความลับทั้งหมด" คีรินหยุดเดินที่หน้าประตู เขาไม่ได้หันกลับมาหาเธอ แต่ทว่ามือของเขากลับคว้าอาวุธบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อสูทขึ้นมาจ่อที่ขมับของตัวเอง รินรดารีดเค้นเสียงกรีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อเห็นเขากดนิ้วลงบนไกปืนพร้อมกับแสยะยิ้มที่ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น "ริน... ขอบคุณสำหรับความทรงจำที่หลอกลวงนะ แต่นี่คือวิธีเดียวที่จะทำให้ผมหลุดพ้นจากนรกที่สร้างด้วยมือคุณ" ปัง! เสียงปืนดังสะท้อนก้องไปทั่วคฤหาสน์ ทิ้งให้ความมืดมิดเข้าครอบงำหัวใจของรินรดาเพียงลำพัง หวังว่าตอนที่เก้านี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นจนลุ้นไปกับชะตากรรมของรินรดานะคะ ขอบคุณที่ติดตามเป็นกำลังใจให้กันเสมอค่ะ
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำใต้เงาตะวัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%