"รินรดา... ผมบอกแล้วใช่ไหม ว่าอย่าขุดคุ้ย"
เสียงของคีรินทุ้มต่ำและสั่นพร่าเล็กน้อย มันไม่ใช่คำสั่งในเชิงข่มขู่ แต่มันคือเสียงของคนที่กำลังพยายามยึดเหนี่ยวเศษเสี้ยวสุดท้ายของความอดทนไม่ให้แตกสลาย รินรดาชะงักมือที่กำลังถือพู่กันสีน้ำมันไว้กลางอากาศ ปลายพู่กันแตะลงบนผืนผ้าใบจนเกิดเป็นรอยปื้นสีครามเข้มที่ผิดเพี้ยนไปจากความตั้งใจเดิม
หญิงสาวค่อยๆ วางพู่กันลงในถ้วยใส่น้ำ เธอไม่หันไปมองคนข้างหลัง แต่รับรู้ได้ถึงไออุ่นและลมหายใจที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มที่ยืนอยู่เพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นสะอาดจางๆ ของน้ำยาปรับผ้านุ่มผสมกับกลิ่นอายความอับชื้นจากห้องทำงานส่วนตัวของเขามันชวนให้รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"ถ้าการขุดคุ้ยมันทำให้คุณทรมานนัก... แล้วทำไมคุณถึงไม่ปล่อยให้ความทรงจำพวกนั้นตายไปพร้อมกับอุบัติเหตุครั้งนั้นเสียล่ะคะ" รินรดาถามเสียงเรียบ ทว่าในใจกลับเต้นรัวเหมือนกลองที่ถูกรัวไม่เป็นจังหวะ เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา นัยน์ตาสีเข้มของคีรินในยามนี้ไม่ได้เรียบเฉยเหมือนทุกครั้ง แต่มันวาวโรจน์ด้วยความสับสนและความเจ็บปวดที่เขาพยายามปิดบังไว้ภายใต้ท่าทีสุขุม
คีรินก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น ระยะห่างที่เคยมีอยู่ถูกลดทอนลงจนเหลือเพียงช่องว่างเล็กน้อย รินรดารู้สึกได้ถึงความกดดันที่แผ่ออกมา เขายกมือขึ้นราวกับจะแตะไหล่ของเธอ แต่แล้วก็ชะงักค้างไว้กลางอากาศ ก่อนจะทิ้งมือลงข้างลำตัวอย่างยอมแพ้
"เพราะผมกลัว" คีรินยอมรับออกมาในที่สุด เสียงของเขาสั่นเครือ "ผมกลัวว่าถ้าผมจำได้จริงๆ ตัวตนที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้... คนที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าคุณ... จะกลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่คุณไม่อยากจะรู้จักอีกต่อไป"
คำสารภาพนั้นราวกับเข็มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงหัวใจของรินรดา เธอจ้องมองใบหน้าที่หล่อเหลาแต่เต็มไปด้วยรอยร้าวของเขา ความรู้สึกผิดที่เธอแบกรับมาตลอดหลายปีดูเหมือนจะถูกสั่นคลอนด้วยความเห็นใจที่ก่อตัวขึ้นอย่างประหลาด ความใกล้ชิดที่เกิดจากการร่วมทุกข์ร่วมสุขในช่วงเวลาที่เขาไร้ความทรงจำ กำลังเปลี่ยนสถานะจากความรับผิดชอบไปสู่บางสิ่งที่เธอไม่กล้านิยาม
"คุณไม่ได้เป็นคนแปลกหน้าสำหรับฉันหรอกค่ะ" รินรดาขยับเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว เธอเอื้อมมือออกไปสัมผัสที่ข้อมือของเขาเบาๆ ความร้อนจากผิวหนังของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจของเธอ "ไม่ว่าในอดีตคุณจะเป็นใคร หรือทำอะไรไว้ แต่ปัจจุบัน... คุณคือคีริน คนที่คอยอยู่ข้างๆ ฉันในวันที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่เหลือใคร"
คีรินมองดูมือของหญิงสาวที่แตะอยู่บนข้อมือเขา สายตาของเขามีความอ่อนโยนฉายชัดขึ้นชั่วขณะ ราวกับกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นกำลังเริ่มละลาย เขาพลิกมือกลับมาจับมือของเธอไว้แน่น ผิวสัมผัสที่อบอุ่นและสั่นไหวของกันและกันกลายเป็นจุดศูนย์รวมของอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยเงียบงันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้น ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองดูเหมือนจะเต้นเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง ความกังวลก็กลับมาเยือนรินรดาอีกครั้ง เมื่อสายตาของเธอเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่ตกอยู่ใต้โต๊ะทำงานของเขา มันเป็นกระดาษจดบันทึกที่มีลายมือคุ้นตา... ลายมือของ 'คนในอดีต' ที่เธอพยายามจะตามหา
"นั่นอะไรคะ?" เธอถามพลางชี้ไปยังกระดาษแผ่นนั้น
คีรินชะงัก เขาผละมือออกจากเธออย่างรวดเร็ว สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมในพริบตา เขารีบก้มลงไปเก็บกระดาษแผ่นนั้นแล้วขยำมันไว้ในกำมือแน่น รินรดารู้สึกใจหายวาบ การกระทำของเขาตอกย้ำให้เห็นว่ายังมีบางอย่างที่เขายังคงปิดบังเธออยู่ บางสิ่งที่อาจจะร้ายแรงจนทำให้ความใกล้ชิดที่เพิ่งก่อตัวขึ้นต้องพังทลาย
"ผมบอกแล้วไง รินรดา..." เขาพูดโดยไม่มองหน้าเธอ เสียงของเขาเย็นเยียบขึ้นอีกครั้ง "บางเรื่อง... ถ้าคุณไม่รู้ มันอาจจะปลอดภัยกว่าสำหรับคุณ"
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันท้วงติง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน เสียงเคาะประตูสามครั้งดังตามมาเป็นจังหวะที่น่าเกรงขาม ประตูเปิดออกโดยไม่มีการรอคำอนุญาต ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มเดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือ ใบหน้าของเขาเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยอำนาจที่รินรดาจำได้แม่นยำว่าเป็นคนคนเดียวกับที่เคยตามหาคีรินในวันแรกที่เขาฟื้นจากอาการโคม่า
"ดูเหมือนคุณทั้งคู่จะมีความสุขกันเกินไปนะครับ จนลืมไปว่าเวลาน่ะมีค่าแค่ไหน" ชายผู้นั้นกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่ส่งถึงดวงตา ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เย็นชา "คุณรินรดาครับ... ผมคิดว่าคงถึงเวลาที่ผมต้องบอกความจริงเรื่อง 'อุบัติเหตุ' ของคุณคีรินเสียที จะได้จบเรื่องน่ารำคาญใจที่เฝ้าเพียรขุดคุ้ยนี้เสียที"
คีรินหน้าถอดสีทันที เขาพยายามจะก้าวออกไปขวางชายผู้นั้น แต่กลับถูกการ์ดที่ยืนอยู่ด้านหลังเข้าล็อกตัวไว้แน่น รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ เธอจ้องมองเอกสารในมือของชายคนนั้นที่ถูกวางลงบนโต๊ะ หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นหัวกระดาษของเอกสารนั้นชัดๆ... มันคือใบแจ้งความและหลักฐานการเกิดอุบัติเหตุที่ระบุชื่อของเธอ... เป็น 'ผู้ลงมือขับรถ' ในวันนั้น
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความสับสนและจังหวะของหัวใจที่เปลี่ยนไปในตอนนี้ หวังว่าทุกคนจะอดใจรอตอนต่อไปนะคะ
ดาวตกคืนคริสต์มาส
เศษเสี้ยวความทรงจำใต้เงาตะวัน•ตอนที่ 7
จังหวะของหัวใจที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำใต้เงาตะวัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!