"นี่มันไม่ใช่แค่รอยแผลเป็น... ริน มันคือคำสารภาพใช่ไหม?"
น้ำเสียงของรินรดาสั่นพร่าเกินกว่าจะควบคุมได้ เธอผละมือออกจากมือของคีรินราวกับสัมผัสถูกของร้อน แววตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้สั่นไหวไปด้วยม่านน้ำตาที่เอ่อคลอ คีรินนิ่งงัน เงาสะท้อนในดวงตาของเขาวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่กำลังจะดับ ความเงียบในห้องทำงานศิลปะแห่งนี้ไม่ได้ชวนให้รู้สึกสงบอีกต่อไป แต่มันกลับหนาแน่นไปด้วยแรงกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
คีรินมองรอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่หลังมือขวาของตนเองด้วยสายตาว่างเปล่า เขาจำไม่ได้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร จำไม่ได้ว่าทำไมเนื้อเยื่อส่วนนั้นถึงถูกทำลายจนเสียโฉม แต่ทันทีที่ปลายนิ้วของรินรดาสัมผัสลงไป ราวกับสายฟ้าฟาดผ่านสมองของเขา
"ผม... ผมไม่รู้ริน" เขาตอบเสียงต่ำ หัวใจเต้นรัวเป็นจังหวะที่ไม่ปกติ "แต่ทุกครั้งที่ผมหลับตา สิ่งที่ผมเห็นไม่ใช่ความมืด แต่มันคือ... กองเพลิง"
เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ที่สั่นคลอน รินรดายืนนิ่ง ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นห้อง เธอกับเขา... เราสองคนต่างตกอยู่ในกับดักของเวลาที่หมุนวนกลับไปสู่อดีตที่ไม่มีใครอยากจดจำ รินรดาพยายามฝืนกลั้นก้อนสะอื้น เธอหมุนตัวเดินไปที่ขาตั้งผ้าใบผืนใหญ่ที่ถูกคลุมด้วยผ้าดิบ ก่อนจะกระชากผ้าคลุมออกอย่างไร้ความปราณี
ภาพวาดสีน้ำมันที่เผยออกมาคือภาพของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงที่กำลังกัดกินบ้านไม้หลังเก่า ภาพนั้นไม่มีใบหน้า มีเพียงแผ่นหลังที่บ่งบอกถึงความโดดเดี่ยว และมือข้างขวาที่ยื่นออกไป... มือที่มีแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว
คีรินลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาก้าวเข้ามาใกล้ภาพวาดนั้น ราวกับต้องมนต์สะกด ปลายนิ้วของเขาสั่นระริกขณะเลื่อนผ่านเนื้อสีที่แห้งกรังบนผืนผ้าใบ
"นั่นคือผมใช่ไหม" เขาถามโดยไม่หันมามอง "คุณวาดผมจากความทรงจำ หรือคุณวาดผมจากสิ่งที่คุณหวาดกลัวกันแน่ ริน?"
รินรดาไม่ตอบ เธอทำเพียงจ้องมองคีรินด้วยสายตาที่ซับซ้อน ความรู้สึกผิดในใจขยายตัวเหมือนรอยร้าวบนแก้วที่กำลังจะแตกกระจาย หากเธอพูดออกไปว่าชายในรูปไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ 'คนที่เธอแอบหลงรักในคืนที่ครอบครัวของเธอต้องตาย' เขาจะยังยืนอยู่ตรงนี้หรือไม่ หรือเขาจะกลายเป็นคนแปลกหน้าที่พร้อมจะหันหลังให้เธอตลอดกาล
"ไปพักเถอะค่ะคีริน" เธอเอ่ยเสียงเรียบ "คืนนี้คุณอาจจะเห็นอะไรที่ชัดเจนกว่าเดิม ในความฝัน... ที่คุณโหยหามันนักหนา"
---
ค่ำคืนนั้นคีรินจมดิ่งลงสู่ห้วงนิทราที่ไร้ทางออก กลิ่นควันไฟฉุนกึกปะทะเข้าที่จมูกของเขา ความร้อนระอุของเปลวเพลิงแผ่ซ่านไปทั่วผิวกาย แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความร้อนคือ 'เสียงกระซิบ' ที่ดังก้องมาจากมุมมืดของบ้านไม้หลังนั้น
*“ปล่อยมันไปคีริน... ปล่อยให้ทุกอย่างกลายเป็นเถ้าถ่าน อย่าพยายามช่วยสิ่งที่ตายไปแล้ว”*
ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยว ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูเหมือนเขาถอดแบบออกมา—แต่เป็นคีรินในวัยที่เยาว์วัยกว่ามาก—กำลังยืนถือขวดน้ำมันก๊าดในมือ แววตาของเด็กหนุ่มคนนั้นว่างเปล่าจนน่าสยดสยอง เขาไม่ได้กำลังโศกเศร้า เขากำลัง 'ปลดปล่อย' อะไรบางอย่าง
"ไม่ใช่... ไม่ใช่ผม" คีรินในความฝันตะโกนสุดเสียง ทว่าเสียงของเขากลับไม่ออกมาจากลำคอ เขาเห็นรินรดา... ในวัยเด็ก เธอยืนอยู่ตรงมุมประตู จ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยดวงตาที่เบิกกว้างไร้ความรู้สึก น้ำตาของเธอไม่ได้ไหลออกมา แต่มันกลายเป็นหยดเลือดที่หยดลงบนพื้นไม้
คีรินสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมากลางดึก เหงื่อกาฬไหลชุ่มแผ่นหลัง เขาหอบหายใจรุนแรงจนหน้าอกกระเพื่อม เสียงนาฬิกาดิจิทัลที่หัวเตียงบอกเวลาตีสามสิบสามนาที เขารีบลุกจากเตียงด้วยความรู้สึกที่เหมือนมีใครบางคนเฝ้ามองอยู่ เขาเดินตรงไปยังห้องทำงานของรินรดาโดยไม่รู้ตัว
ประตูห้องไม่ได้ล็อก เขาแง้มมันออกช้าๆ แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเผยให้เห็นร่างของรินรดานั่งอยู่บนพื้น มือของเธอกำลังถือพู่กันที่เปื้อนสีแดงฉาน เธอไม่ได้วาดรูปบนผ้าใบ แต่เธอกำลังวาด 'บางอย่าง' ลงบนผนังห้องแทน
"คุณตื่นแล้วเหรอคะ?" รินรดาถามโดยไม่หันกลับมามอง เสียงของเธอเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
คีรินก้าวเท้าเข้าไปใกล้ กลิ่นสีน้ำมันจางๆ ผสมกับกลิ่นอับของห้องทำให้เขาเวียนหัว แต่ภาพบนผนังต่างหากที่ทำให้เขาแทบสิ้นสติ สิ่งที่รินรดาวาดคือแผนผังของบ้านที่ถูกไฟไหม้ในความฝันของเขา พร้อมกับชื่อของคนหลายคนที่เขาไม่รู้จัก... แต่มีชื่อหนึ่งที่ถูกวงกลมด้วยสีแดงสดไว้ตรงกลาง
'คีริน: ผู้รอดชีวิตจากกองเพลิงที่เขาเป็นคนจุด'
"คุณจำมันได้แล้วใช่ไหม?" รินรดาหันมา ดวงตาของเธอไม่ได้มีม่านน้ำตาอีกต่อไป มันกลับเต็มไปด้วยความแค้นที่สั่งสมมานับสิบปี "คืนนั้นที่คุณจุดไฟ... คุณมองไม่เห็นฉันที่แอบอยู่ใต้โต๊ะตัวนั้นเลยใช่ไหมคีริน? หรือจริงๆ แล้ว... คุณเห็นฉันตั้งแต่แรก?"
ก่อนที่คีรินจะได้เอ่ยปากปฏิเสธ เสียงเคาะประตูบ้านหน้าบ้านก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว ทั้งสองชะงัก รินรดาลุกขึ้นยืนทันที ในขณะที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก
"ตำรวจค่ะ! เปิดประตู! เราได้รับแจ้งเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องกับบ้านหลังนี้!"
รินรดาหันมามองคีรินด้วยสายตาที่ท้าทาย เธอหยิบพู่กันขึ้นมาแล้วปาดสีแดงลงบนหน้าผากตัวเองเหมือนรอยเลือด ก่อนจะกระซิบสั้นๆ ที่ทำให้โลกของเขาพังทลายลงตรงหน้า
"เลือกเอานะคีริน... จะยอมเป็นผู้ร้ายที่ฆ่าคน หรือจะยอมเป็นแพะรับบาปที่ฉันสร้างขึ้นมาเพื่อรอวันเชือดทิ้ง"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านเศษเสี้ยวแห่งความทรงจำนี้ไปพร้อมกับดิฉันนะคะ ขอให้ทุกท่านเตรียมตัวพบกับความจริงที่จะกระชากทุกอารมณ์ในตอนถัดไปค่ะ
- ดาวตกคืนคริสต์มาส -
เศษเสี้ยวความทรงจำใต้เงาตะวัน•ตอนที่ 4
เสียงกระซิบจากความฝัน
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำใต้เงาตะวัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!