เศษเสี้ยวความทรงจำใต้เงาตะวัน•ตอนที่ 13

รอยแผลที่เริ่มเปิด

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
“โกหก...” เสียงของคีรินสั่นพร่า ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอ ราวกับมีใครบางคนมาบีบคั้นก้อนเนื้อในอกจนแทบแหลกสลาย เขาถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับผนังห้องที่เย็นเฉียบของบ้านพักตากอากาศร้าง ความเงียบงันในหุบเขาดูเหมือนจะทวีความกดดันขึ้นเป็นเท่าตัว รินรดาไม่ได้ขยับหนี เธอเพียงแต่ก้าวเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ แววตาของเธอว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่ดูดกลืนทุกความรู้สึก “คนตายไม่มีวันกลับมาหายใจได้อีกหรอก... คุณไม่ใช่รินรดา” คีรินเค้นเสียงลอดไรฟัน มือไม้ที่สั่นเทาพยายามควานหาที่ยึดเหนี่ยวในความมืดมิด “แล้วถ้าฉันบอกว่า... ฉันไม่เคยตายล่ะ?” รินรดาเอียงคอเล็กน้อย แสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่างอาบไล้ใบหน้าซีกหนึ่งของเธอให้ดูซีดเผือดราวกับรูปปั้น “คุณแค่เชื่อไปเองว่าทำสำเร็จ คุณแค่หลอกตัวเองว่าความรุนแรงในคืนนั้นจะลบฉันออกไปจากโลกนี้ได้ ความทรงจำของคุณมันก็แค่เศษกระจกที่แตกกระจาย คีริน... คุณรู้อยู่แก่ใจว่าทำไมเราถึงมาอยู่ที่นี่” ใช่... ที่นี่ คีรินกวาดสายตามองไปรอบๆ สัญชาตญาณบางอย่างเริ่มกรีดร้องลึกเข้าไปในกะโหลกศีรษะ กลิ่นอายของไม้เก่าๆ กลิ่นไอของสนิม และความเย็นเยียบที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาดเริ่มแทรกซึมเข้ามา ภาพในหัวของเขาเริ่มรวนเรเหมือนฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกไฟไหม้ กลิ่นคาวเลือดที่จางหายไปนานหลายปีดูเหมือนจะลอยวนเวียนอยู่ในอากาศอีกครั้ง เขาหลับตาแน่น ปวดร้าวไปถึงขั้วประสาท ภาพหนึ่งฉายชัดขึ้นมาในความนึกคิด—มือของเขา... มือที่เปื้อนคราบสีแดงเข้มที่เหนียวเหนอะหนะ เสียงกรีดร้องที่ถูกกลืนหายไปในเสียงพายุหิมะนอกหน้าต่าง และดวงตาคู่หนึ่งที่จ้องมองเขาด้วยความผิดหวังระคนโกรธแค้น “อึก!” คีรินทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นไม้ กุมขมับแน่น รินรดาเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเขา เธอค่อยๆ ย่อตัวลง สายตาที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความเวทนาที่ซ่อนความนัยบางอย่างไว้ “จำได้แล้วสินะ? คืนนั้น... ที่คุณพยายามจะจบเรื่องราวทุกอย่างด้วยการผลักฉันลงมาจากระเบียงชั้นบน” “หยุด... อย่าพูด...” “รอยแผลที่หน้าท้องคุณ... มันไม่ใช่รอยผ่าตัดธรรมดาอย่างที่หมอเคยหลอกคุณหรอกนะคีริน” รินรดาเอื้อมมือมาแตะที่หน้าอกของเขาผ่านเนื้อผ้าเสื้อเชิ้ตที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นๆ “มันคือหลักฐาน... หลักฐานว่าคุณพยายามจะยัดเยียดความตายให้ฉันอย่างไรบ้าง” คีรินปัดมือเธอออกอย่างรุนแรง เขาหอบหายใจหนักหน่วงราวกับคนจมน้ำ ภาพในอดีตกับความจริงในปัจจุบันเริ่มซ้อนทับกันจนแยกไม่ออก ในหัวของเขาเห็นภาพผู้หญิงอีกคนหนึ่ง... ผู้หญิงที่มีใบหน้าคล้ายรินรดาแต่ทว่าดูอ่อนเยาว์กว่ามาก กำลังก้าวถอยหลังไปที่ริมหน้าต่างที่เปิดอ้า *‘ถ้าฉันตายไปแล้วจริงๆ... คุณจะมีความสุขขึ้นไหม?’* เสียงนั้นดังแว่วมาจากส่วนลึกของความทรงจำ เขาสะดุ้งสุดตัว ความทรงจำที่ถูกกักขังไว้เริ่มไหลบ่าเข้ามาดั่งเขื่อนแตก เขาลืมตาขึ้นจ้องมองรินรดาอย่างตื่นตระหนก หากคนตรงหน้าคือคนเดียวกับที่เขาเห็นในคืนนั้น แล้วเธอรอดมาได้อย่างไร? หรือว่าในคืนนั้น... เขาไม่ได้เป็นคนเดียวที่อยู่บนชั้นบนของบ้านหลังนี้? “รินรดา... ทำไม... ทำไมเธอถึงไม่ตาย” เขากระซิบ น้ำตาไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว รินรดาไม่ได้ตอบในทันที เธอหยิบสิ่งของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ท มันคือตลับสีวาดรูปเก่าๆ ที่มีรอยถลอกและรอยเปื้อนสีแห้งกรัง เธอเปิดมันออก กลิ่นสีน้ำมันจางๆ ฟุ้งกระจายขึ้นมา มันคือกลิ่นเดียวกับที่เขาเคยได้รับในห้องทำงานของเธอเมื่อหลายเดือนก่อน “เพราะนรกไม่ได้ต้องการตัวฉัน” รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเดินไปยังกลางห้องที่พื้นไม้มีรอยขูดขีดเป็นทางยาว ราวกับมีใครบางคนเคยพยายามยื้อยุดฉุดกระชากเอาชีวิตรอด “แต่ตอนนี้ นรกกำลังจะมาทวงคืนความทรงจำที่คุณพยายามฝังกลบไว้ภายใต้รอยยิ้มจอมปลอมนั่น... ดูสิ คีริน... ดูสิ่งที่อยู่ใต้แผ่นไม้นั่น” คีรินพยายามยันตัวลุกขึ้นด้วยขาที่ไร้เรี่ยวแรง เขาเดินไปตามแรงดึงดูดประหลาดที่รินรดาชี้นำ สายตาของเขาจับจ้องไปยังพื้นไม้ที่รอยตะปูดูเหมือนจะถูกงัดแงะออกไปแล้ว เขาก้มลงมองช่องว่างใต้พื้นไม้ ในความมืดสลัวนั้น มีห่อผ้าเก่าๆ สีหม่นวางอยู่ คีรินยื่นมือที่สั่นเทาลงไปหยิบมันขึ้นมา เมื่อเขากางห่อผ้านั้นออก หัวใจของเขาก็หยุดเต้นไปชั่วขณะ มันคือไดอารี่หนังแท้ที่ปกเลอะคราบเลือดจนกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม และใต้ไดอารี่เล่มนั้น... มีรูปถ่ายใบหนึ่งที่ขอบกระดาษเริ่มเปื่อยยุ่ยตามกาลเวลา เป็นภาพของเขากับผู้หญิงคนหนึ่งในคืนคริสต์มาสที่หิมะตกหนัก ทั้งคู่ยืนยิ้มให้กล้อง... แต่ทว่าในภาพนั้น คีรินไม่ได้ถือแก้วไวน์ธรรมดา มือของเขาข้างหนึ่งกำลังกุมคอของหญิงสาวคนนั้นไว้แน่นจนเห็นเส้นเลือดที่ข้อมือ “นี่คือความจริงที่คุณพยายามปกปิดมาตลอด” เสียงของรินรดาดังขึ้นจากด้านหลัง เย็นเยียบและไร้ปรานี “คุณไม่ได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์แล้วสูญเสียความทรงจำคีริน... แต่คุณถูกตำรวจจับ และได้รับการประกันตัวออกมาด้วยเงินของครอบครัวผู้ทรงอิทธิพล พร้อมกับคำสั่งให้ลบภาพจำที่แสนโหดร้ายนี้ทิ้งไป” คีรินเซถอยหลัง ไดอารี่ในมือร่วงลงพื้น “คุณไม่ใช่เหยื่อของอุบัติเหตุ” รินรดาก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจของเธอปะทะกับใบหน้าของเขา “คุณคือฆาตกรที่โชคดีที่สุดคนหนึ่ง... เพราะคนที่คุณฆ่าในคืนนั้น ไม่ใช่ฉัน... แต่เป็นฝาแฝดของฉันที่หน้าตาเหมือนกันทุกประการ!” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านนอกบ้าน เสียงรองเท้าบูทกระทบหิมะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ตามด้วยเสียงเคาะประตูไม้ที่ดังสนั่นหวั่นไหวจนบ้านทั้งหลังสั่นสะเทือน เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นเจาะทะลุบานหน้าต่างกระจกแตกกระจาย ทำให้คีรินสะดุ้งสุดตัวและหันไปมองทิศทางของเสียงด้วยความหวาดกลัว “มีคนตามมา!” คีรินตะโกน แต่เมื่อเขาหันกลับมามองที่ตำแหน่งของรินรดา... ร่างของเธอกลับอันตรธานหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นสีน้ำมันจางๆ และเงาสีดำที่ทอดยาวอยู่บนผนังห้อง ซึ่งดูเหมือนว่าเงาของใครบางคนกำลังยืนยิ้มอยู่ข้างหลังเขาในกระจกที่แตกละเอียด ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเศษเสี้ยวความทรงจำอันมืดมิดนี้ไปพร้อมกับดิฉันนะคะ... แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ ดาวตกคืนคริสต์มาส
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำใต้เงาตะวัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%