"ถ้าคุณยังจะยืนนิ่งเหมือนรูปปั้นแบบนั้นอีกวินาทีเดียว ผมเกรงว่าหลักฐานชิ้นสำคัญที่ฆาตกรจงใจทิ้งไว้จะสลายไปพร้อมกับกลิ่นอับของห้องใต้ดินแห่งนี้เสียก่อนนะครับ เอเลน่า"
ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับ ห้องเก็บเอกสารเก่าของตึกคณะสถาปัตย์ที่ถูกปิดตายนี้ไม่ได้มีแค่ฝุ่นที่เกาะหนา แต่ยังมีกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูก ผมเหลือบมองร่างระหงในชุดสูทสีกรมท่าที่ยืนกอดอกพิงผนัง ดวงตาคมกริบของเธอกำลังจ้องมองผมด้วยท่าทีอ่านไม่ออก
เอเลน่าถอนหายใจแผ่วเบา เธอก้าวเท้าเข้ามาในรัศมีแสงจากไฟฉายของผม "รินทร์ อย่าได้หลงลำพองใจไปนักว่าคุณเป็นคนเดียวที่มองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองข้าม แต่ที่ฉันยืนเงียบไม่ใช่เพราะความเขลา... แต่ฉันกำลังดูว่าคุณจะข้ามเส้นที่พวกเขาขีดไว้ให้เดินได้อย่างไร"
ผมไม่ได้ตอบโต้อะไร แค่ขยับแว่นสายตาขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ดวงตาของผมเริ่มเปลี่ยนเป็นสีฟ้าครามจางๆ ภายใต้ระบบ 'Eye of Truth' ที่กำลังทำงานเต็มกำลัง ภาพตรงหน้าไม่ได้มีแค่ความมืดมิด แต่มันคือโครงข่ายอนุภาคแสงที่กระจัดกระจายอยู่ในอากาศ
*ติ๊ง!*
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบร่องรอยการบิดเบือนของมิติระดับต่ำ ประวัติการเคลื่อนไหวของเป้าหมายถูกบันทึกไว้ในละอองอนุภาค]
ผมก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวของผมทิ้งรอยเท้าที่ดูเหมือนจะไร้น้ำหนัก แต่ในสายตาของผม ผมกำลังเหยียบลงบน 'เส้นใยแห่งอดีต' ที่ยังตกค้างอยู่ "ฆาตกรไม่ได้หายตัวไปทางหน้าต่างอย่างที่ตำรวจสันนิษฐานหรอกครับ... พวกเขาออกไปทางนี้"
ผมหยุดยืนที่มุมอับสายตาของห้องที่มีเพียงกำแพงปูนเปลือย เอเลน่าเดินตามมาติดๆ เธอใช้ปลายนิ้วสัมผัสที่กำแพง "กำแพงทึบตันแบบนี้ คุณกำลังจะบอกว่ามันมีทางลับอย่างนั้นหรือ?"
"ไม่ใช่ทางลับครับ... แต่มันคือการ 'เลี่ยงผ่าน'" ผมยกมือขึ้นกดที่ขมับ เปิดใช้งานทักษะพิเศษ [วิเคราะห์ย้อนรอย] ทันใดนั้น ภาพจำลองสามมิติของเหตุการณ์เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนก็ปรากฏขึ้นซ้อนทับกับภาพจริงในสายตาผม ฆาตกรไม่ได้เดินออกไป แต่มัน 'สลายตัว' เข้าสู่ช่องว่างระหว่างมิติด้วยอุปกรณ์บางอย่างที่ล้ำสมัยเกินกว่าเทคโนโลยีปกติ
"เห็นนั่นไหมเอเลน่า" ผมชี้ไปยังจุดที่ว่างเปล่า "เศษเสี้ยวของรหัสโค้ดที่ตกค้างอยู่ มันไม่ใช่เทคโนโลยีของบริษัทคู่แข่ง แต่มันคือสิ่งที่มาจากกลุ่มจารชนที่พยายามแทรกซึมเข้ามาในโครงสร้างอำนาจที่เราอยู่"
สีหน้าของเอเลน่าเปลี่ยนไปทันที ความเย็นชาที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความตกใจที่ซ่อนไว้ไม่อยู่ "เป็นไปไม่ได้... ถ้าเป็นกลุ่มนั้นจริง แสดงว่าพวกเขารู้ตัวแล้วว่าคุณกำลังสืบเรื่องนี้ และเป้าหมายจริงๆ ไม่ใช่แค่การจัดฉากฆาตกรรม... แต่เป็นการล่อให้คุณเปิดเผยความสามารถที่แท้จริงของคุณออกมา!"
ผมรู้สึกได้ถึงความเย็นวาบที่สันหลัง นี่ไม่ใช่แค่คดีฆาตกรรมในโรงเรียน แต่มันคือกับดักขนาดใหญ่ที่ถูกวางไว้อย่างประณีตเพื่อล่าตัวผมโดยเฉพาะ ผมหมุนตัวกลับเตรียมจะเตือนเอเลน่าให้รีบถอยออกไปจากจุดนี้ แต่ทว่า...
เสียงกริ๊กเบาๆ ของกลไกโลหะที่ดังมาจากเพดานเหนือศีรษะหยุดทุกอย่างลง รัศมีสีแดงฉานเริ่มปรากฏขึ้นรอบตัวเรา พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมารัวจนหน้ามืด
[แจ้งเตือนภัยคุกคามระดับ SSS: บอสลับ 'นักฆ่าไร้เงา' ได้ล็อคเป้าหมายผู้เล่นรินทร์เป็นที่เรียบร้อย]
[เงื่อนไขภารกิจพิเศษ: เอาชีวิตรอดจากการโจมตีระลอกแรกภายใน 60 วินาที หากล้มเหลว ค่าสถานะทั้งหมดจะถูกรีเซ็ตเป็นศูนย์]
เอเลน่าคว้าข้อมือผมไว้แน่น แรงบีบของเธอทำให้ผมรู้ว่าสถานการณ์นี้ไม่ใช่การซ้อมมืออีกต่อไป "รินทร์! มีใครบางคน... หรือบางอย่าง กำลังยืนอยู่ข้างหลังคุณ... อย่าหันไป!"
ขณะที่ผมพยายามจะประมวลผลคำสั่งระบบ ลมหายใจเย็นยะเยือกก็พัดผ่านต้นคอของผม พร้อมกับเสียงกระซิบที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่มันกลับก้องสะท้อนอยู่ในมโนภาพของผมอย่างชัดเจน
"พบตัวแล้ว... เจ้าของดวงตาแห่งความจริง"
ผมค่อยๆ เลื่อนสายตาผ่านเงาสะท้อนของเศษกระจกที่ตกอยู่บนพื้น และภาพที่เห็นก็ทำให้หัวใจของผมแทบหยุดเต้น เพราะสิ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังผม... ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นสิ่งที่ดูเหมือน 'ตัวผมเอง' ในชุดสีดำสนิทที่มีดวงตาสีเลือดกำลังแสยะยิ้มให้ผมอย่างเย็นชา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมไปพร้อมกับผมในแฟ้มคดีลับฉบับนี้ครับ
กลลวงนางร้ายพลิกปมแผนจารชน•ตอนที่ 2
หลักฐานที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงนางร้ายพลิกปมแผนจารชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!